"บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019" กลับมาอีกครั้ง เสิร์ฟตามฉบับรีไวซ์เวอร์

"บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019" กลับมาอีกครั้ง เสิร์ฟตามฉบับรีไวซ์เวอร์

ซีเนริโอ ได้นำ "บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019" กลับมาโลดแล่นในโรงละครอีกครั้ง ในฉบับนี้ได้จำกัดความเอาไว้ว่าเป็นเวอร์ชั่น Revival ตีความเรื่องราวใหม่เพื่อให้เข้ากับผู้ชมในปัจจุบัน ผ่านเรื่องราวที่ยังคงโครงเรื่องหลักเอาไว้ พร้อมกับตีแผ่ภายใต้นิยามของคำว่า "รักเกินรักมักทำลาย" ออกสู่สายตาผู้ชมตลอด 3 ชั่วโมงของการแสดง

"คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ" กลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับการแสดงละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล อีกครั้ง พร้อมกับการแคสติ้งนักแสดงชุดใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น "แพท สุธาสินี" ที่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในบท "ปานรุ้ง" ร่วมด้วยสามีทั้ง 3 คน "จิ๊บ วสุ" ในบท "วาสุเทพ" สามีผู้ให้, "ชาย ชายโยดม" ในบท "เกื้อ" สามีผู้รักเสมอมา และ "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" รับบท "ชูนาม" สามีเจ้าเล่ห์

ขณะที่บทบาทของลูกๆ ทั้ง 4 คน ประจำคฤหาสน์สมุทรเทวา ประกอบด้วย "ชิน ชินวุฒิ" รับบทโดย "ปานเทพ", "ตั้ม วราวุธ" รับบทโดย "ปรก", "พินต้า ณัฐนิช" รับบทโดย "ปานวาด" และ "ปกรณ์" รับบทโดยน้องใหม่ "ตะวัน พันวา" พร้อมด้วย "ตู่ นันทิดา" ที่หวนกลับมารับบท "คุณคมขวัญ สมุทรเทวา"

บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 ในฉบับนี้ยังอัดแน่นด้วยบทเพลงมากมาย ทั้งเพลงดั้งเดิมที่คิดถึงและเพลงใหม่ที่เข้ามาช่วยเสริมอรรถรสให้เนื้อหาของละคร และช่วยบีบคั้นอารมณ์ของตัวละครให้ถึงขีดสุด จากบทประพันธ์ที่นำมาปรับใหม่ให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น กับโปรดักชั่นที่สมราคาคุย

themusical102

เปิดฉากเวทีด้วยความอลังการของตัวละครหลัก ปานรุ้ง ออกมาโชว์พลังเสียง พร้อมกับลูกๆ ทั้ง 4 คน ที่โหมโรงด้วยบทเพลงที่เข้าสมัย เสริมด้วยจังหวะแร็ปเข้ามาด้วย ละครดำเนินเนื้อเรื่องไปค่อนข้างรวดเร็ว มีความกระชับ แต่ค่อนข้างเก็บรายละเอียดต่างๆ เอาไว้ได้ครบถ้วน

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการแสดงเป็นอย่างมาก กลายเป็นองค์ประกอบด้านการแต่งกาย ที่สามารถโชว์เทคนิคการสลับชุดสลับฉากได้อย่างน่าสนใจและลงตัว ที่กลายเป็นจุดแข็งที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะชุดของนายแม่ปานรุ้ง ที่จัดองค์ประกอบได้ค่อนข้างลงตัวและสง่างามได้ตลอดทั้งเรื่อง

แต่การดำเนินเรื่องในช่วงท้ายขององก์แรกและองค์ที่สองกลับไม่เต็มอิ่มได้เท่าที่ควร ต้องยอมรับว่า บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล มีฉบับก่อนๆ เอาไว้เปรียบเทียบ สำหรับละครในฉบับนี้ยังค่อนข้างขาดเสน่ห์และความตรึงใจ อาจจะด้วยปัญหาในบางด้าน หนึ่งในนั้นคือการแคสติ้ง ที่กลายเป็นว่าต้องปรับโทนตัวละครให้นักแสดง แทนที่นักแสดงจะปรับโทนเพื่อการแสดง

ตัวละครบางบทบาทก็ทำให้เชิงการเปรียบเทียบ เช่น บทของปรก ตัวละครที่มีความสุขุมกับปมครอบครัวแตกแยกติดตัวตั้งแต่วัยเด็ก รับรู้ถึงการไม่ได้รับความรักของแม่ แต่ในฉบับนี้รับบทโดย ตั้ม วราวุธ กลายเป็นว่า ปรกเป็นคนหยอดมุกขึ้นมา ที่บางครั้งก็ไม่ตลก และเบรกโทนละครให้โดดเกินไปในบางจุด

themusical103

ขณะที่ แพท สุธาสินี ที่เคยรับบท ปานวาด มาก่อนในฉบับดั้งเดิม กลับมาครั้งนี้ต้องแบกรับละครเอาไว้ทั้งเรื่อง แต่ด้วยประสบการณ์และชั่วโมงบินหน้าม่านอาจจะยังไม่มากพอ ทำให้ยังไม่สามารถถือละครเวทีเรื่องนี้เอาไว้ได้ทั้งเรื่อง แต่ต้องชื่นชมในการส่งและประคับประคองพลังการแสดงเอาไว้ในคงที่ได้ตลอดทั้งเรื่อง

แต่ปรากฏว่า ตะวัน พันวา ที่รับบท ปกรณ์ กลายเป็นหนึ่งในดาวที่โดดเด่นที่สุดของโชว์ในครั้งนี้ แม้ว่าเขายังเป็นเพียงเด็กหน้าใหม่ เพิ่งโชว์บนเวทีจากละครไม่กี่เรื่อง แต่ความสดใสในเนื้อเสียง แผดทำนองออกมาได้อย่างไพเราะ สัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนที่ทีมผู้สร้างไว้วางใจในการเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญ เพราะเขาได้รับโอกาสให้ร้องโชว์เดี่ยวอยู่หลายช่วง

บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 อาจจะไม่ใช่ละครเวทีที่สมบูรณ์แบบ แต่การเลือกตีความใหม่และนำเสนอโชว์ในแตกต่างไปอย่างฉบับเดิม รวมทั้งยังขับกล่อมบทเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของละครเวทีได้เป็นอย่างดี ขณะที่บทเพลงใหม่อาจจะยังไม่กินใจเท่า แต่ก็ถือว่าเหมาะสมกับเนื้อหาละครเวทีและโชว์

แต่ทั้งนี้ บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล ยังเป็นละครที่สะท้อนปัญหาสังคมและครอบครัวได้ตามเจตนารมณ์ของบทละคร แต่ไม่อาจจะทำให้รู้สึกกินใจได้เท่าฉบับที่ผ่านมา แม้กระทั่งยังไม่อินเท่ากับเวอร์ชั่นละครโทรทัศน์เสียด้วยซ้ำ จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่ควรวางบทประพันธ์นี้เอาไว้ก่อน ปล่อยให้ได้ซาบซึ้งกับความอมตะในเนื้อหาของหนึ่งในประพันธ์ขึ้นหิ้งของวงการละครเวทีไทย