Black Mirror SS5 เพราะความรู้สึกของมนุษย์นั้นเปราะบางกว่าที่คิด

Black Mirror SS5 เพราะความรู้สึกของมนุษย์นั้นเปราะบางกว่าที่คิด

ซีรีส์ Black Mirror ถือเป็นซีรีส์ประเภท Anthology (เรื่องสั้นจบในตอน) ยึดโยงกันด้วย ธีมผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันหรืออนาคต ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ซีซั่น และในซีซั่นที่ 5 นี้ประกอบไปด้วย 3 เรื่องราวด้วยกัน ว่าด้วยตอน Striking Vipers, Smithereens และ Rachel, Jack and Ashley Too

 

เกือบลืมบอกไป รีวิวนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวในแต่ละตอน เหมาะสำหรับคนที่ชมซีรีส์แล้วนะครับ

 

 

Striking Vipers – ร่างอวตารกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ความรักมักก่อตัวขึ้นอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะช่วงเวลาในวัยหนุ่มสาว สำหรับแดนนี่ (แอนโธนี่ แม็คกี้) ซึ่งพบรักกับธีโอ (นิโคล เบฮารี่) ตอนพวกเขายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย กิจกรรมยามว่างของแดนนี่คือเขาชอบเล่นเกม Striking Vipers กับคาร์ล (ยาห์ยา อับดุล มาร์ทีน) เพื่อนสนิทอยู่เสมอ ไม่นานนักหนังก็ตัดสลับมาที่ช่วงเวลาวัยที่แดนนี่และธีโอกลายเป็นพ่อคนแม่คนในวัยใกล้เลข 4 ท่ามกลางวันเกิดของแดนนี่ คาร์ลได้ซื้อเกม Striking Vipers X ในเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาเป็นของขวัญ ซึ่งสามารถใช้ระบบ VR (TCKR System) ที่ผู้เล่นสามารถกลายเป็นร่างอวตารตัวละครที่เลือกได้จริงๆ มีความรู้สึกจริงแบบเดียวกับตัวละครในเกม

 

 

แดนนี่มักจะชอบเลือกเป็นตัวละครแลนซ์ (ลูดี้ หลิน) ส่วนคาร์ลมักจะชอบเลือกเป็นร็อกเซตต์ (พอม คลีเมนทีฟ) หลังจากเข้าไปอยู่ในเกม กลายเป็นว่าทั้งสองหลังจากต่อสู้กันอย่างดุเดือด พวกเขากลับลงเอยด้วยการจูบปากกันอย่างดูดดื่ม ด้วยความตกใจทั้งสองจึงออกจากเกมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กลายเป็นว่าความรู้สึกโหยหาเซ็กส์ภายใต้ร่างอวตารนั้นไม่ได้จางหายไปไหน แดนนี่และคาร์ลจึงมักจะหาเวลาว่างเข้าไปเล่นเกม Striking Vipers X เพียงเพื่อต้องการมีเซกส์กันในร่างอวตารอยู่บ่อยๆ

 

 

ถึงจุดนี้ Striking Vipers จึงโยนคำถามใส่หน้าคนดูว่า สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างแดนนี่และคาร์ลนั้นเป็นความสัมพันธ์ประเภทไหน พวกเขาทั้งสองคนเป็นเกย์หรือเปล่า หรือความเป็นจริงแล้วพวกเขาแค่โหยหาเซ็กส์ในร่างอวตารของตัวละครที่แสนเย้ายวน เมื่อตัวละครแลนซ์ในเกมนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามและใบหน้าอันหล่อเหลา ในขณะที่ร็อกเซตต์ก็เป็นสาวเซ็กซี่ผมบลอนด์เช่นกัน

 

 

แต่ยิ่งแดนนี่หลงใหลเซ็กส์ในเกมมากแค่ไหน ชีวิตคู่ระหว่างเขาและธีโอกลับดูแห้งเหือด จนฝ่ายหญิงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เป็นเพราะวัยที่มากขึ้น รูปร่างที่ไม่น่ามอง รอยเหี่ยวย่นทำให้สามีของเธอเปลี่ยนไป จนธีโอถึงกับเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขา

 

 

Striking Vipers จึงสะท้อนให้คนดูเห็นถึงความซับซ้อนของอารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ที่บางครั้งฝ่ายชายอาจจะมองเรื่องเซ็กส์เป็นแค่เพียงการปลดปล่อยทางอารมณ์ ในขณะที่ผู้หญิงมองเซ็กส์เป็นเหมือนการให้สำคัญกับความรัก อย่างไรก็ตามในตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นตอนที่พาคนดูเป็นสัมผัสกับอารมณ์ความคาดหวังของมนุษย์ได้น่าสนใจที่สุดของซีซั่นที่ 5 เลยก็ว่าได้

 

 

Smithereens - เพราะ Notifications ของแต่ละคนสำคัญไม่เท่ากัน

คริส (แอนดรูวส์ สก็อตต์) คือชายวัยกลางคนที่มักจะรับงานผ่านแอพฯ Hitcher (ซึ่งคล้ายกับแอพเรียก Grab Car ในบ้านเรา) เขามักจะชอบไปจอดรถอยู่หน้าบริษัทโซเชียลเนทเวิร์คชื่อดังอย่าง Smithereens จนกระทั่งวันหนึ่งจาเดน ชายใส่สูท รูปร่างดีใช้บริการรถของเขาเพื่อให้คริสไปส่งยังสนามบิน โดยที่ไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือ คริสได้ขับรถออกนอกเส้นทางนำพาเขามายังพื้นที่ห่างไกลผู้คน ก่อนที่เขาจะยื่นข้อเสนอว่าจาเดนต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาได้คุยกับบิลลี่ บาวเออร์ (โทเปอร์ เกรซ) ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Smithereens ไม่เช่นนั้นจาเดนจะถูกยิงตาย

 

 

ระหว่างที่จาเดนถูกจับเป็นตัวประกัน ระหว่างทางที่คริสขับรถมาตามถนน บังเอิญมีรถตำรวจลาดตระเวนเห็นความไม่ชอบมาพากลพอดิบพอดี จึงกลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โต ออกเป็นข่าวระดับประเทศ ระหว่างนั้นเองหนังก็เริ่มเผยให้คนดูเห็นว่าทำไมคริสถึงต้องลงมือวางแผนการอะไรเช่นนี้ขึ้นมา ทั้งที่เขาดูไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำไป

 

 

Smithereens เผยให้เราเห็นว่าแผนการจับตัวประกันของคริสนั้น แท้ที่จริงแล้วทุกอย่างมีต้นเหตุมาจากความสูญเสีย เพียงแค่ชั่ววูบที่เขาเหลือบไปมอง Notifications ของแอพฯ Smithereens จะนำพาความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตแบบคาดไม่ถึง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วการแจ้งเตือนดังกล่าวอาจจะแทบไม่ได้มีความจำเป็นใดๆกับชีวิตเขาเลยด้วยซ้ำไป (ยิ่งไปกว่านั้นหนังยิ่งตอกย้ำให้คนดูได้เห็นอีกครั้งหลังจากหนังจบลงว่า เหตุการณ์จับตัวประกันของคริสนั้น ก็เป็นแค่อีกหนึ่ง Notifications สำหรับชีวิตของคนอื่นเช่นกัน) หนังในตอนนี้จึงให้สาระชวนคบคิดกับคนดูว่า จงใช้โซเชียลมีเดียแต่พอดีและมีสติอยู่ตลอดเวลา

 

 

Rachel, Jack and Ashley Too – ศิลปินวัยใส หมดใจทำเพลงป๊อป

 

ในตอนนี้หนังพูดถึงราเชล (แอนกัวรี่ ไรซ์) และแจ็ค (เมดิสัน ดาเวนพอร์ท) สองสาวพี่น้องที่อาศัยอยู่กับพ่อ ราเชลเป็นเด็กสาวที่ไม่มั่นใจในตัวเอง เธอไม่ค่อยมีเพื่อนนัก ไอดอลคนเดียวในชีวิตของเธอคือแอชลีย์ โอ (ไมลีย์ ไซรัส) ป๊อบสตาร์คนดัง ที่กำลังจะออกหุ่นยนต์ AI ที่ชื่อ “แอชลีย์ ทู” ออกมาวางขาย ซึ่งเจ้าหุ่นตัวนี้สามารถสื่อสารกับคนได้เหมือนมนุษย์จริงๆ

 

 

หนังได้เล่าชีวิตของทางฝั่งแอชลีย์ โอ ว่าจริงๆแล้วเบื้องหลังม่านมายาเด็กสาวอย่างเธอ ไม่มีความสุขกับอาชีพการงานเลยสักนิด เธอถูกอาของตัวเองกำหนดกรอบชีวิตเอาไว้หมดแล้ว พูดง่ายๆว่าชีวิตของแอชลีย์ โอเอง ชีวิตของเธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่มีมูลค่ามหาศาล ….. แม้ว่าเธออาจจะไม่ได้มีลมหายใจอีกแล้วก็ตาม

 

 

Rachel, Jack and Ashley Too น่าจะเป็นตอนที่มีประเด็นเบาบางที่สุด เหมือนเป็นหนังทริลเลอร์จากช่องดิสนีย์ชาร์แนล แต่อย่างน้อยในตอนนี้ก็ได้สะท้อนให้คนดูได้เห็นว่า มนุษย์ทุกคนควรจะมีสิทธิที่จะได้เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร จะอยู่ จะตาย หรือจะเลือกใครสักคนเข้ามาเป็นเพื่อนก็ตาม

 

 

 

Black Mirror Season 5 จึงถือได้ว่ายังเป็นซีซั่นที่ยังหยิบเอาความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางร่างกายและจิตใจของมนุษย์ การเสพย์สื่อออนไลน์ รวมไปถึงการใช้ AI เพื่อแทนความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ เอามานำเสนอ ได้บันเทิงตอบโจทย์ตามคอนเซปของซีรีส์ชุดนี้ได้เช่นเคย