ทบทวนเหตุการณ์ใน MonsterVerse ก่อนดู Godzilla II: King of the Monsters

ทบทวนเหตุการณ์ใน MonsterVerse ก่อนดู Godzilla II: King of the Monsters

อีกหนึ่งหนังขยายจักรวาลประจำปี 2019 หนังลำดับที่ 3 ภายใต้จักรวาล MonsterVerse อันมีหนังอย่าง Godzilla ในปี 2014 ซึ่งเป็นหนังเปิดจักรวาลนี้ ก่อนจะตามด้วย Kong: Skull Island ในปี 2017 โดยในปี 2019 Godzilla II: King of the Monsters (ก็อดซิลล่า 2 ราชันแห่งมอนสเตอร์) จะเล่าถึงการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างก็อดซิลล่ามาเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ประหลาดที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์

 

กลับไปทบทวนประวัติศาสตร์ MonsterVerse ตามเหตุการณ์ใน Kong: Skull Island และ Godzilla (แบบพอสังเขป)

 

 

  • ปี 1944 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินของทหารอเมริกาและญี่ปุ่นเกิดตกลงไปในเกาะลึกลับมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ณ เกาะแห่งนั้นทั้งสองได้พบกับ “คอง” ลิงยักษ์ขนาดมหึมาเป็นครั้งแรก

 

  • ปี 1945 เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลงหลังจากการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิม่า แต่ผลจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ปลุกสัตว์ประหลาดอย่าง ก็อดซิลล่าและมูโตจากการหลับใหล

 

 

  • ปี 1946 เกิดการจัดตั้งองค์กรลับ Monarch (โมนาร์ค) เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์โบราณ รวมไปถึงสถานที่ลึกลับต่างๆทั่วโลก

 

  • ปี 1954 เรือดำน้ำของรัสเซียได้ดำลึกไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกก่อนที่บังเอิญจะไปปลุกสัตว์ประหลาดอย่างก๊อดซิลล่าโดยบังเอิญ ช่วงเวลาดังกล่าวสหภาพโซเวียตจึงร่วมมือกับอเมริกาเพื่อหวังจะกำจัดก็อดซิลล่า แต่ก็ไม่เป็นผล และจู่ๆก็อดซิลล่าก็หายตัวไปอย่างลึกลับ

 

  • ปี 1973 สหรัฐอเมริกาได้ออกปฏิบัติการ Skull เพื่อเดินทางไปสำรวจเกาะกะโหลกอันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง Kong: Skull Island

 

 

  • ปี 1999 ที่เหมืองในประเทศฟิลิปปินส์เกิดการถล่ม ทำให้มีการค้นพบโพรงขนาดมหึมาที่อยู่ใต้ฝืนโลก เมื่อบรรดานักวิทยาศาสตร์จากโมนาร์คมาทำการสำรวจค้นพบว่าเป็นซากฟอสซิลของก็อดซิลล่าที่มีอายุเก่าแก่มาก ทว่านอกจากนี้ ได้มีการค้นพบไข่ปรสิตจำนวนสองใบ ใบหนึ่งได้แตกออกและตัวอ่อนได้หนีลงทะเลไป ส่วนอีกใบองค์กรโมนาร์คเลือกจะเก็บไข่ปรสิตอีกใบไว้

 

  • ปี 2014 เกิดเหตุการณ์ปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างก็อดซิลล่าและมูโต (สิ่งมีชีวิตที่หนีออกจากไข่ในปี 1999)

 

 

เกิดอะไรขึ้นใน Godzilla II: King of the Monsters

ความเคลื่อนไหวขององค์กรโมนาร์คยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ แต่ในปีนี้สัตว์ร้ายอย่างกิโดร่า 3 หัวได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอาละวาด ยังไม่รวมไปถึงสัตว์ประหลาดตัวอื่นๆ ส่งผลให้ก็อดซิลล่าถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเพื่อต่อกรกับสัตว์ร้ายและพิสูจน์ว่าเขาเป็นราชาแห่งสัตว์ประหลาดทั้งปวง

 

3 สัตว์ประหลาดที่เราต้องทำความรู้จัก

 

 

กิโดร่า

  • คู่ปรับตัวฉกาจของก็อดซิลล่า นอกจากกิโดร่าจะมี 3 หัวแล้ว อาวุธอันร้ายกาจคือสายฟ้าฟาดที่สามารถพ่นออกมาจากปาก โดยแต่ละหัวของกิโดร่าจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันตั้งแต่ลักษณะภายนอกไปจนถึงเสียงคำรามของแต่ละตัว อันมีอานุภาพทำลายล้าง รวมไปถึงสามารถสร้างพายุขนาดยักษ์ได้และเป็นภัยแก่มวลมนุษยชาติ กิโดร่าขึ้นชื่อเป็นหนึ่งในตัวร้ายตลอดกาลของสัตว์ประหลาดจากค่าย Toho

 

 

โรแดน

  • สัตว์ประหลาดมีปีกที่มีต้นกำเนิดมาจากหินลาวา มีความคล่องแคล่วว่องไว มีพลังในการทำลายล้างสูง สามารถผลิตพายุลมแรงที่สามารถถล่มเมืองได้ราบคาบ

 

 

มอธร่า

  • พันธมิตรที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ที่สุดของก็อดซิลล่า จนได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งสัตว์ประหลาด” มอธร่ามีปีก บินได้ มีความละเอียดอ่อน มีเมตตา

 

 

การขยายจักรวาลสัตว์ประหลาด

ใน Godzilla II: King of the Monsters สำหรับผู้กำกับไมเคิล โดเฮอร์ตี้ และผู้ร่วมเขียนบทแซค ชีลด์ส ได้เปิดจักรวาลสัตว์ประหลาดให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น เพราะครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างสัตว์ประหลาดเพียงสองตัว แต่มีมากถึง 4 ตัว โดยเรื่องราวครั้งใหม่นี้คือการปลุกสัตว์ร้ายในตำนานขึ้นมา ซึ่งทีมงานอยากจะถ่ายทอดออกมาในระดับ Old Testament Biblical มีทั้งเปลวเพลิง กำมะถัน และความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ และตำนานนั้นทำให้เรามีพื้นที่ในการเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดมากขึ้นและลึกซึ้งขึ้น มีการพาคนดูไปสำรวจถึงการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ ที่มา ตัวตน จุดกำเนิดอย่างไรบ้าง

 

การได้สำรวจโลกขององค์กรโมนาร์คคล้ายกลับการเปิดประตูที่ถูกล็อคเอาไว้ของ Area 51 เราจะได้รับรู้ความลับของมวลมนุษยชาติ การที่รัฐบาลอเมริกาใช้เงินมากมายขนาดไหนในการสนับสนุนโครงการนี้ ผู้มีอำนาจสนใจการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดเหล่านี้มากแค่ไหน เป็นต้น

 

 

แสดงกันอย่างไรภายใต้จินตนาการ

ความท้าทายด้านการแสดงของเหล่านักแสดงที่เป็นมนุษย์ในหนังเรื่อง Godzilla II: King of the Monsters คือการที่พวกเขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวเป็นๆของเหล่าสัตว์ประหลาด แต่ทีมงานใช้เทคนิคในการสร้างรายละเอียดภาพของสัตว์ประหลาดเหล่านี้มาให้นักแสดงได้เห็นก่อน ว่า ในช่วงเวลานั้นบรรยากาศรอบตัวของพวกเขาจะเป็นอย่างไร มีหน้าตายังไง และมีความรู้สึกยังไง อันเป็นกระบวนการที่เรียกว่าเรียกว่าพรีวิชวลไลเซชั่น เป็นภาพแอนิเมชั่นแบบคร่าวๆ ของฉาก ซึ่งช่วยให้นักแสดงสามารถจินตนาการภาพรอบตัว ว่าพวกเขากำลังแสดงอยู่กับอะไร วิ่งหนีอะไร ระยะของสัตว์ประหลาดใกล้หรือไกลเพียงใด

 

นอกจากนี้การสร้างเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดก็เป็นวิธีการสร้างเสียงดนตรีและซาวด์เอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ เพื่อให้นักแสดงสามารถรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสัตว์ประหลาดเหล่านี้เช่นกัน