“Shazam!” หนังซูเปอร์ฮีโร่สาขาส่งเสริมสถาบันครอบครัวดีเด่น

“Shazam!” หนังซูเปอร์ฮีโร่สาขาส่งเสริมสถาบันครอบครัวดีเด่น

ไปดู Shazam! มาแล้วครับ ยอมรับว่าเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก

ที่บอกอย่างนั้นก็เพราะว่า ตั้งแต่รู้ข่าวว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่สายเวทมนตร์ซึ่งอยู่ในร่างเด็ก (หรือจริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเด็กที่อยู่ในร่างซูเปอร์ฮีโร่มากกว่า) อย่าง Shazam! ซึ่งเป็นหนังเรื่องที่เจ็ดของจักรวาลหนังฮีโร่ของดีซีนั้นถูกกำกับโดย เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก ผู้กำกับชาวสวีดิชคนที่กำกับหนังสยองขวัญอย่าง Lights Out และ Annabelle: Creation ผมก็คาดหวังความตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเลยครับ

คือใครที่เคยดูหนังทั้งสองเรื่องของ เอฟ แซนด์เบิร์ก มาก่อนก็จะรู้ว่า ทั้ง Lights Out และ Annabelle: Creation นั้นสั่นคลอนประสาท บีบเค้นหัวใจผู้ชมขนาดไหน แม้ผมจะไม่ได้คาดหวังว่า Shazam! มันจะน่าสะพรึงเป็นหนังผีแบบสองเรื่องนั้นนะครับ แต่คิดว่าอย่างไรเสีย มันต้องตื่นเต้นเร้าใจแน่นอน... ปรากฏว่าผิดคาดครับ

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Shazam!

เพราะแม้จะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่ว่ากันจริงๆ เนื้อแท้ของ Shazam! กลับเป็นหนังดรามา ตลก และเป็นหนังครอบครัวที่ดูสนุกและอบอุ่นเลยล่ะครับ อันนี้ใครไม่เซอร์ไพรส์ก็ไม่เป็นไรแต่ผมเซอร์ไพรส์ เพราะอย่างที่บอกไปว่า ยังไงผมก็เชื่อว่า Shazam! มันต้องสนุกตื่นเต้นจนลืมหายใจแน่ๆ ที่ไหนได้กลับได้หนังครอบครัวอบอุ่น ปนอารมณ์แบบ coming-of-age และตลกป่วนๆ มาเรื่องหนึ่งเสียอย่างนั้น

ถือเป็นความกล้าหาญของ เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก อยู่เหมือนกันนะครับ ที่กล้าออกจากเซฟโซนหนังสยองขวัญซึ่งตัวเองทำได้ดีอยู่แล้ว มาลองทำหนังแนวอื่นดูบ้าง ที่สำคัญดันมาลองของกับโปรเจกต์ใหญ่ที่หลายคนคาดหวังเอาไว้สูง และแทบไม่อนุญาตให้ผู้ชมแฟนคอมิกส์หรือแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ผิดหวังได้เลยเสียอีก ถือว่าเป็นการเดิมพันที่สูงและบ้าบิ่นเอามากๆ และในความคิดของผม ผมว่าเขาทำได้ดีเลยล่ะครับ

Getty Imagesเดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก (ผู้กำกับ)

คือทำหนังซูเปอร์ฮีโร่นั้น จะให้ออกมาดาร์คมากๆ แบบที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน ทำใน Batman Trilogy ก็ได้ หรือจะใช้สูตรสำเร็จหนังจอมยุทธแบบที่ เจมส์ วาน ทำใน The Aquaman ก็ได้ (ขอแค่ทำให้ถึง) แต่ เอฟ แซนด์เบิร์ก กลับเลือกให้ Shazam! เป็นหนังโทนอบอุ่นที่พูดเรื่องความรักความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว ซึ่งจริงอยู่ว่ามันก็เป็นไปตามโครงเรื่องเดิมของคอมมิกส์อยู่แล้วที่กำหนดให้ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ ในยามปกติเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ในบ้านที่มีแต่เด็กกำพร้า แต่การทำให้เป็นหนังครอบครัวอบอุ่นเบอร์นี้เลยก็เป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึงเหมือนกัน

ส่วนในความเป็นท่าบังคับของการเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่นั้น ไม่ต้องกังวลครับ จัดมาสนองตามความประสงค์ของแฟนๆ ทุกประการ แต่ก็ไม่ได้มากมายหรืออลังการอะไรมากหรอกนะครับ อาจเพราะยังเป็นแค่ภาคแรกที่ยังเป็นเหมือนการ set up ของเรื่องมากกว่า วายร้ายก็ยังไม่ได้เก่งกาจมาก ความวินาศสันตะโรต่างๆ ก็ถูกบีบให้อยู่ในวงแคบเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า มันก็ประมาณนี้ไปก่อน ภาคหน้าน่าจะเข้มข้นกว่านี้

แต่ส่วนที่ผมชอบกลับเป็นส่วนการปูพื้นเรื่องปมต่างๆ ของตัวละคร ทั้งฮีโร่ ทั้งวายร้าย รวมทั้งซับพลอต ตัวละครย่อยต่างๆ มากกว่าครับ คือมันไปในทิศทางเดียวกัน เป็นเอกภาพดี เรียกว่าไม่หลุดประเด็นหรือเบี่ยงไปทางไหนเลย เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก แกคุมหนังให้เดินไปเป็นเส้นตรงได้ดีมาก

หลักใหญ่ใจความของ Shazam! ก็คือการเน้นให้เห็นว่าความรักและความเข้าใจในสถาบันเล็กๆ แต่เป็นสถาบันหลักอย่างครอบครัวนั้นมีความสำคัญเพียงใดครับ มันสามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่งให้ทำในสิ่งที่ชั่วร้ายได้หากคนในครอบครัวไม่เข้าใจ (เช่น กรณีของ ดร.ซิวาน่า วายร้ายของเรื่อง) หรือมันสามารถทำให้สถานที่ไหนก็ตามกลายเป็นบ้านที่อบอุ่นได้หากมีความรักให้แก่กัน เหมือนบ้านที่มีแต่เด็กกำพร้าของ บิลลี่ แบทสัน หรือ ชาแซม! พระเอกของเรื่อง

ถือว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่สายส่งเสริมสถาบันครอบครัวที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งทีเดียวครับ ว่างๆ ก็หอบลูกจูงหลานไปดูกันได้

 

ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Shazam!ได้ ที่นี่

 

เกี่ยวกับผู้เขียน
จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
นักเขียน นักแปล นักวิจารณ์ภาพยนตร์ และบรรณาธิการอิสระ สนใจความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปะและสังคม

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่