“Alita: Battle Angel” วิธีใช้ : สำหรับความบันเทิงทางสายตาเท่านั้น

“Alita: Battle Angel” วิธีใช้ : สำหรับความบันเทิงทางสายตาเท่านั้น

For your eyes only...

สารภาพตั้งแต่บรรทัดแรกนี้เลยว่าผมไม่เคยอ่านมังงะเรื่อง Gunnm (เพชฌฆาตไซบอร์ก) ของ ยูกิโตะ คิชิโระ หรอกครับ เคยเห็นผ่านๆ ตา แต่ไม่ได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราว ครั้นพอได้ยินว่ามังงะเรื่องนี้จะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์โดย เจมส์ คาเมรอน (ในตอนแรก) ก็เริ่มสนใจขึ้นมาครับ แม้ภายหลัง คาเมรอน จะส่งไม้ต่อให้ โรเบิร์ต โรดริเกซ กำกับแทนก็ตาม (เพราะตนเองติดโปรเจกต์ Avartar ภาคต่อ แต่ยังคงรับหน้าที่ร่วมเขียนบทและอำนวยการผลิตให้) แต่ผมก็ยังอยากดูอยู่ดี เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสียงานด้านวิช่วล สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ต่างๆ คงอลังการจัดเต็มแน่นอน ไม่ต่างจากตอนที่ คาเมรอน ทำกับ Avatar สักเท่าไหร่ อีกทั้งชื่อชั้นของ โรดริเกซ ก็ไม่ได้ขี้เหร่นะครับ เขาเคยทำหนังคัลต์ๆ นัวร์ๆ อย่าง Sin City และ Machete กับหนังเด็กเวอร์ๆ อย่างหนังชุด Spy Kids มา แม้โดยส่วนตัวผมจะเฉยๆ กับหนังเขาก็ตาม (อ้าว!) ไม่ใช่ว่าผลงานของเขาไม่ดีนะครับ เพียงแค่ผมไม่ถูกจริตกับหนังเขาหรือหนังแบบที่เขาทำเท่านั้นเอง

โปสเตอร์ Alita: Battle Angel

ดังนั้นการไปดู Alita: Battle Angel สำหรับผมนี่ไปบนความตั้งใจว่าอยากดูงานด้านภาพเพียงอยากเดียว อยากเห็นการเนรมิตภาพ การใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างๆ ครับ พูดง่ายๆ ว่าหวังน้อยที่สุดแค่หาสิ่งอัศจรรย์ปรนเปรอสายตาเท่านั้น เรื่องอรรถรสในการเล่าเรื่องอะไรนี่ไม่ได้หวังเลย เพราะว่าหนังแบบนี้เราดูเอามันเน้นความบันเทิงแบบที่ไม่ต้องไปหาอะไรจากมันครับ (เพราะไม่น่าจะหาเจอ) อีกทั้งโดยธรรมชาติของการดัดแปลงมังงะ การ์ตูน หรือแม้แต่นิยายที่มีความยาวมากๆ มาทำเป็นหนังให้จบภายในสองชั่วโมงนิดๆ นี่อย่างไรเสียมันก็เอาแก่นสารต่างๆ มาไม่ครบอยู่แล้ว ต้องมีตกหล่นเป็นธรรมดา อันนี้เป็นเรื่องที่ผมรู้อยู่แล้ว ดังนั้นความคาดหวังต่อเนื้อเรื่องของ Alita: Battle Angel ก็เลยมีแค่อย่าเป๋ไปเป๋มาก็พอ เอาให้พอรู้ว่าหนังพูดอะไรจะไปทางไหน และที่สำคัญมีความสนุกบ้างเล็กน้อยพอไม่ให้เบื่อ

Alita: Battle Angel

พอตั้งต้นกันแบบนั้น สิ่งที่ผมได้เห็นใน Alita: Battle Angel จึงเป็นไปตามที่ผมคาดไว้เลยครับ นั่นคือตัวหนังไม่ได้สนุกอะไรมาก ก็พอดูได้เพลินๆ บางช่วงพล็อตยังดูประหลาดทะแม่งๆ โดยเฉพาะตัว อลิตา (โรซา ซาลาซาร์) นางเอกของเรานี่ดูเป็นคน (จริงๆ เธอเป็นไซบอร์ก) ลมเพลมพัดพอสมควร ดูเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ เดี๋ยวก็อยากมีรัก เดี๋ยวก็อยากแก้แค้น เดี๋ยวก็อยากผดุงความยุติธรรม เดี๋ยวก็ขอตัวกลับไปช่วยคนรัก คืออะไรของน้องเขาก็ไม่รู้จริงๆ ที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะว่าหนังไม่ได้ปูพื้นกับคนดูมากพอว่าเพราะอะไรพฤติกรรมของเธอจึงเข้าขั้นเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาขนาดนั้น หนังบอกเรานิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่มากพอที่จะทำให้เราเชื่อว่าทั้งหมดผลักดันให้ อลิตา เป็นอย่างที่เห็นในหนัง และไอ้ที่บทหนังมันคอนวินซ์เราไม่ได้ก็เพราะมันต้องให้เวลากับสิ่งที่สำคัญกว่านั่นเองครับ

Getty Imagesโรเบิร์ต โรดริเกวซ ผู้กำกับ

สิ่งที่สำคัญกว่าที่ผมว่าก็คือฉากแอคชั่นต่างๆ ที่หนังประเคนใส่ผู้ชม ทั้งการแข่งมอเตอร์บอล การดีไซน์บ้านเมืองในอนาคตหลังสงครามอวกาศแบบไซเบอร์พังค์ การออกแบบตัวละครต่างๆ ให้น่าสนใจ (ในแง่รูปลักษณ์นะครับ ไม่ใช่การออกแบบให้ตัวละครมีความลึก ซึ่งนั่นไม่มีเลยสักตัว) การดีไซน์ฉากต่อสู้ต่างๆ ที่โคตรมัน พูดง่ายๆ ก็คือการออกแบบจุดขายต่างๆ ของหนังนั่นเองที่เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าที่ผมว่า จึงไม่แปลกที่หนังพยายามพาผู้ชมไปชมสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้มากที่สุดและเร็วที่สุดโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น ซึ่งอันนี้ต้องชม โรเบิร์ต โรดริเกซ ว่าทำได้เยี่ยมเหมือนกัน เมื่อถึงคราวอวดแสงสีเสียง เขาก็ทำให้เราตื่นตาได้ ยิ่งถ้าได้ดูแบบสามมิติแบบที่ผมดูนี่จะสัมผัสได้ถึงความเจ๋งของมหกรรมการแสดงภาพเลยครับ

ดังนั้นหากสรุปอะไรสักอย่างสำหรับ Alita: Battle Angel ผมก็คิดว่ามันเป็นหนังที่ดูเอาบันเทิงล้วน ไม่ใช่หนังแบบที่คุณจะหาสาระอะไรได้มากมายอยู่แล้ว แฟนมังงะน่าจะชื่นชอบที่ได้เห็น อลิตา ในอีกรูปแบบหนึ่งครับ ก็อย่างที่ตั้งไว้เป็นชื่อเรื่องบทความนั่นแหละครับ หนังเรื่องนี้เป็นความบันเทิงทางสายตาล้วนๆ

แต่ก็นั่นแหละครับ หากมีภาคต่อ (ซึ่งมีแน่) ผมก็คงไปดูอีกอยู่ดี หนังมีหลายประเภทครับ ทั้งหนังดูเอาสาระ ดูเพื่อขบคิด กับดูเพื่อบันเทิงล้วนๆ อย่างเรื่องนี้ ถ้าไม่ถึงกับแย่มาก ผมก็ไม่รังเกียจรังงอนอะไรหรอกครับ

 

เกี่ยวกับผู้เขียน
จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
นักเขียน นักแปล นักวิจารณ์ภาพยนตร์ และบรรณาธิการอิสระ สนใจความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปะและสังคม

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่