รีวิว Escape Room ทางออกที่ไม่มีอยู่จริง

รีวิว Escape Room ทางออกที่ไม่มีอยู่จริง

ท้ายบทความมีการเปิดเผยจุดสำคัญของภาพยนตร์

ภาพยนตร์แนวตัวละครต้องเอาตัวรอดภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ไม่ใช่พล็อตใหม่ อันที่จริงหนังอย่าง Escape Room แทบจะจัดได้ว่าเป็น “ลูกหม้อ” ของหนังอย่าง SAW ที่ปลุกกระแส หนังกับดักห้องปิดตาย ให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง และการเกิดขึ้นของเครื่องเล่นประเภท “ห้องปิดตาย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง SAW กลายเป็นแฟชั่นเครื่องเล่นแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

จากเครื่องเล่นยอดฮิต สู่การพัฒนาไปสู่บทภาพยนตร์ หนังอย่าง Escape Room จึงเล่นใหญ่ เล่าให้เว่อร์เข้าไว้ อีกทั้งตัวหนังยังอุดมไปด้วยงานเทคนิคพิเศษที่จะปลุกเร้าอารมณ์ของผู้ชม เมื่อหนังเล่าเรื่องราวของคนแปลกหน้า 6 คนที่มาพบกันที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งพวกเขาได้รับเชิญให้เอาตัวรอดจากห้องปิดตายเพื่อพิชิตเงินรางวัลจำนวนหนึ่ง เมื่อพิจารณาจาก “แรงขับ” แล้ว พวกเขามายังสถานที่แห่งนี้ด้วยความสมัครใจ โดยที่พวกเขาไม่ทันฉุกคิดว่าเกมนี้อาจจะเดิมพันด้วยชีวิตของพวกเขา

กว่าทั้ง 6 คนจะรู้ว่าเกมห้องปิดตายในครั้งนี้ มีทางเดียวที่พวกเขาจะเอาชีวิตรอด คือการเดินหน้าไขปริศนาในแต่ละห้องเพื่อไปให้ถึงห้องสุดท้าย ตามกติกาที่พวกเขาเข้าใจ และรับรู้ว่ากำลังถูกเฝ้ามองจากใครบางคนหลังกล้องวงจรปิด พวกเขาต้องอาศัย “เบาะแส” ที่นำไปสู่กุญแจซึ่งจะนำพวกเขาไปสู่ห้องถัดไปนั้น จริงๆแล้วดันมีความข้องเกี่ยวกับอดีตอันเลวร้ายในชีวิตของพวกเขา

ตั้งแต่ห้องแรกที่หนังที่ยื่นเงื่อนไขในการเอาตัวรอด คือการมองหาเบาะแสในการช่วยไขปริศนา แต่ถ้าหากพวกเขาเลือกผิด นั่นอาจจะหมายถึงการเร่งกับดักให้ทำงานรวดเร็วขึ้น ความสนุกของผู้ชมคือการร่วมไขปริศนาเหล่านั้นร่วมไปกับนักแสดง

ในช่วงแรกของหนัง ผู้กำกับอย่างอดัม โรบิเทล มีความใจเย็นในการใช้งานด้านภาพ เพื่อเล่าเรื่องราว แต่เมื่อหนังกระโจนเข้าสู่ช่วงเวลาไคลแมกซ์ หนังกลับรีบเร่งและไม่ให้เวลากับผู้ชมในการทำความเข้าใจเอกลักษณ์ใน 3 ห้องสุดท้ายนัก ทุกอย่างกลายเป็นรน การตัดต่อแบบฉับไวจนตามอะไรแทบไม่ทัน มีความรวบตึงและทำให้เสน่ห์ที่หนังสร้างเอาไว้ตั้งแต่แรกหายไปอย่างหน้าเสียดาย

สิ่งแต่ที่น่าเสียดายไปกว่านั้นเมื่อหนังเลือกจะ “ไม่อธิบาย” เหตุผลว่าทำไมตัวละครทั้งหก ถึงถูกเลือก (แม้ว่าพวกเขาจะสมัครใจมาร่วมเกมก็ตาม แต่การที่หนังทำให้เราเห็นว่า เกมห้องปิดตายนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังก็เลือกพวกเขาเช่นเดียวกัน) และเมื่อมันเลือกจะวางตัวเองให้กลายเป็น “ปฐมบท” ของแฟรนชายส์ Escape Room หนังก็เลยจะเลือกทิ้งปมบางอย่างให้คาใจคนดูไว้ เพื่อเอาไปอธิบายในหนังภาคต่อไป

เมื่อพิจารณาจากรายได้ทั่วโลกของ Escape Room ในเวลานี้ ก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าภาคต่อของหนังเรื่องนี้จะต้องตามออกมาแน่นอน เมื่อต้นทุนในการสร้างคือ 9 ล้านเหรียญฯ แต่รายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 78 ล้านเหรียญฯ และยังไม่เสร็จสิ้นการฉาย เตรียมรอคำเฉลยเรื่องราวทั้งหมดในหนังภาคแรก ในหนังภาคต่อไปได้เลย