โคตรน่าดู Escape Room แปลกหน้า ท้าห้องมรณะ

โคตรน่าดู Escape Room แปลกหน้า ท้าห้องมรณะ

 

ถ้าคุณชอบความตื่นเต้น ชนิดต้องลุ้นเอาใจช่วยให้ตัวละครต้องเอาชีวิตรอดจากกับดักมรณะ ESCAPE ROOM คือหนังสำหรับคุณ

 

 

6 คนแปลกหน้ากับสถานการณ์สุดอันตราย

เมื่อคนแปลกหน้าหกคน ค้นพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่นอกเหนือการควบคุม ทั้งหกต้องใช้ไหวพริบ เพื่อค้นหาเบาะแสและเอาตัวรอดไม่ใช่นั้น ชีวิตพวกเขาก็จะต้องจบลง ทุกๆปริศนา ทุกๆสัญลักษณ์คือกุญแจสำคัญในการรอดจากห้องท้าตายแต่เมื่อเวลาหมดลง มันก็หมายถึงความตาย เอาตัวให้รอดคือทางเลือกเดียว

 

 

จากเกมจริงสู่การยกระดับความตื่นเต้น

ปรากฏการณ์ “ห้องปิดตาย” หรือ Escape Room เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย เกมในรูปแบบใหม่ที่คล้ายกับบ้านผีสิง แต่คราวนี้ไม่มีผีมาหลอกให้คุณตกใจ สิ่งที่ต้องใช้คือสมองและสองมือ พร้อมกับเวลาที่นับถอยหลังไปเรื่อยๆ หากคุณไขปริศนาได้ คุณก็จะสามารถออกมาจากห้องนั้นได้

 

ลักษณะของเกมห้องปิดตาย ผู้เล่นจะถูกขังอยู่ในห้องๆหนึ่ง ซึ่งปราศจากหน้าต่าง มีประตูทางเข้าแค่ทางเดียวที่คุณเข้ามา จากนั้นมันจะถูกปิดตาย และคนที่ขังคุณเอาไว้ที่วางแผนอย่างชาญฉลาด ถ้าหากคุณสามารถแก้ไขปริศนาที่แอบซ่อนไว้ในห้อง คุณก็จะสามารถออกมาจากห้องได้ การปะติดปะต่อเรื่องราวคือสิ่งสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นการเล่นเป็นหมู่คณะยิ่งช่วยให้คุณสามารถเพิ่มความสนุกมากขึ้น โดยในประเทศไทยก็มีเกม “ห้องปิดตาย” หรือ Escape Room อยู่ที่ห้างมาบุญครอง (MBK) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 7 (รายละเอียดเพิ่มเติม :  https://www.facebook.com/THAEscapeRoom/)

 

การเติบโตของเกมดังกล่าวได้ทำให้ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อย่าง โอรี มาร์เมอร์ ที่เคยสัมผัสกับประสบการณ์เกมห้องปิดตายมาแล้ว อยากพัฒนาคอนเซปต์นี้ให้กลายเป็นภาพยนตร์ ผมคิดว่ามันเป็นเหมือนเกมกระดานมีชีวิตที่ลุ้นระทึกและสนุกอย่างเหลือเชื่อเลย” เขากล่าว โปรเจ็กต์นี้ดูเหมือนจะเหมาะสมกับการจัดฉากปริศนาในห้องปิดตายสุดคลาสสิก และเขาก็ได้ร่วมมือกับผู้อำนวยการสร้างนีล เอช. มอริทซ์ ในการดูแลโปรเจ็กต์นี้ ภายในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขาได้ลงมือยกระดับความเสี่ยง ด้วยการสร้างสุดยอดห้องปิดตายขึ้นมา มันเป็นห้องที่ไม่เพียงแต่ดูดีและอันตรายอย่างเหลือเชื่อเท่านั้น แต่เมื่อเวลาหมดลง มันก็หมายถึงความตาย

 

 

ใช้บริการตัวผู้กำกับหนังสยองขวัญน่าจับตา

ทีมงานเจาะจงจะใช้งานตัวผู้กำกับอย่างอดัม โรบิเทล ผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยกำกับภาพยนตร์สยองขวัญยอดนิยมระดับโลก Insidious: The Last Key ซึ่งเปิดตัวด้วยรายได้ในประเทศสูงลิบลิ่ว ที่ 30 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์ที่เปิดตัวและกว่า 167 ล้านเหรียญทั่วโลก ทำให้มันเป็นภาพยนตร์ Insidious ที่ทำรายได้สูงสุดจนถึงปัจจุบัน

โรบิเทลสร้างชื่อเสียงในวงการในฐานะคนทำหนังสยองขวัญ ด้วยการเขียนบท กำกับและอำนวยการสร้าง The Taking of Deborah Logan (2014) ทริลเลอร์สยองขวัญที่สร้างแบบฟุตเตจที่ถูกเก็บได้ The Taking of Deborah Logan ได้รับรางวัลไอฮอเรอร์ อวอร์ดสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2014

หลังจากนั้น พาราเมาท์ สตูดิโอส์ก็จ้างโรบิเทลให้ปรับแก้บทของ Paranormal Activity: The Ghost Dimension (2015) ด้านงานเขียน ไอเดียทริลเลอร์เรื่องเหนือธรรมชาติออริจินอลของโรบิเทลเรื่อง Liminal ได้กระตุ้นให้เกิดสงครามการแย่งชิงกันและถูกขายให้กับฟ็อกซ์ 2000 โดยมีนีนา จาค็อบสันเป็นผู้อำนวยการสร้าง โรบิเทลจะรับหน้าที่ผู้ควบคุมงานสร้างโดยมีคริส แลนดอนเขียนบทและกำกับ ด้านจอแก้ว เขาได้พัฒนาผลงานเกี่ยวกับนักสืบ ร่วมกับมือเขียนบทร่วม กาวิน เฮฟเฟอร์แนน, ผู้กำกับจัสติน ลินและผู้บริหารซีรีส์ นิค สโตลเลอร์ รวมถึงซีรีส์สยองขวัญออริจินอล ที่ควบคุมงานสร้างโดยโปรโตซัวของดาร์เรน อาโรนอฟสกี้อีกด้วย

 

 

ห้องปิดตายที่เต็มไปด้วยกับดักอันตราย

ทันทีที่ตัวละครทั้ง 6 คนได้เข้ามายังห้องแรก พวกเขายังไม่ทันฉุกคิดว่าเกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว จากห้องรับแขกในสำนักงานได้แปรสภาพกลายเป็นเตาย่างสด จากภาพสลัวๆ และเพดานก็ค่อยๆ สว่าง ตะแกรงหน้าสว่างขึ้น หน้าต่างปิดลง จากนั้น พัดลมก็เปิดขึ้น ตัวละครกำลังขาดอากาศเพราะความร้อนอันรุนแรง พวกเขาต้องหาทางออกจากห้องให้ได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหนังทั้งหมด

 

ในแต่ละห้องกำดักที่ปรากฏขึ้นในหนัง อันที่จริงมันมีความเกี่ยวโยงกับตัวละครในเรื่องแบบที่คาดไม่ถึง ซึ่งผู้ชมต้องไปร่วมค้นหาความจริงไปพร้อมๆกับทั้งหก ว่าทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ในสถานที่นี้ คนสร้างสถานที่นี้ทำไปเพื่ออะไร มีจุดหมายอย่างไร และบทสรุปของเรื่องทั้งหมดจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

บรรดานักแสดงไม่ได้มาแค่ เล่นตามบทแต่พวกเขาต้องฝึกงานสตันท์!

ใครจะไปเชื่อว่าทักษะในการเอาตัวรอดของตัวละครในหนังทำให้ นักแสดงนำทั้ง 6 คน อันประกอบไปด้วย เทย์เลอร์ รัสเซล,โลแกน มิลเลอร์, เด็บราห์ แอนน์ วูลฟ์, เจย์ เอลลิส, ไทเลอร์ ลาไบน์และนิค โดดานี ต้องเข้ารับการฝึกฝนร่างกายจากทีมสตันท์ เพราะเมื่อพวกเขาเข้าฉาก นักแสดงจะต้องปีนป่ายฉาก วิ่งหนี ลอด คลานในที่แคบ เพราะในวันถ่ายทำนักแสดงจะต้องปีนจากจุด A ไปที่จุด B วางมือไว้ในตำแหน่งต่างๆ ตามมุมกล้องที่ทีมงานต้องการ พวกเขาต้องการความเป็นธรรมชาติที่สุดและต้องทำให้คุณดูเชื่อว่ามันคือการตัดสินใจแบบเสี้ยววินาทีเพื่อความสมจริง ทั้งที่จริงนักแสดงทั้ง 6 ถูกซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อมันเป็นภาพยนตร์การทำให้คนดูเชื่อในแบบเดียวกับตัวละคร กลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า!