รีวิว Dark a Down Hall ความมืดมิด ที่ไม่บันเทิง

รีวิว Dark a Down Hall ความมืดมิด ที่ไม่บันเทิง

 

 

Dark a Dawn Hall ดัดแปลงมาจากนวนิยายเยาวชนในชื่อเดียวกัน ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ คิท (อันนา โซเฟีย ร๊อบ) เด็กสาวที่เหมือนจะมีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ทว่าในฝันของเธอกลับพาผู้ชมไปสัมผัสช่วงเวลาในวัยเด็ก ที่เธอได้สูญเสียพ่อของตัวเองไปด้วยอุบัติเหตุบางประการ ด้วยท่าทีต่อต้านสังคมทำให้แม่ของคิทตัดสินใจจะส่งเธอไปเรียนต่อในโรงเรียนประจำแบล็ควู้ด ซึ่งตั้งอยู่ในป่าลึกห่างไกลจากผู้คน

 

คิทได้รับการต้อนรับจากมาดามดูเรต์ (อูม่า เธอร์แมน) อาจารย์ใหญ่มาดขรึมที่ดูแลโรงเรียนแห่งนี้ ในขณะที่เธอกำลังสำรวจสถานที่แห่งนี้ คิทก็พบว่ายังมีเพื่อนๆคนอื่นๆที่มีประวัติด้านพฤติกรรมแสบสันต์พอๆกัน ระหว่างที่เธออยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ คิทกลับพบว่ามีเหตุการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติตามหลอกหลอนเธออยู่

 

 

คิทค้นพบว่ามาดามดูเรต์นั้นเชื่อในหลัก สี่เสาหลักแห่งความรู้” อันประกอบไปด้วย วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี และคณิตศาสตร์ แต่เธอเริ่มรู้สึกเคลือบแคลงเมื่อพบว่าตัวเธอ, อิซซี่ (อิซาเบล เฟอร์แมน), เวโรนิก้า (วิคตอเรีย โมโรเลส), แอชลีย์ (เทย์เลอร์ รัสเซล), และเซียร์ร่า (โรซี่ เดย์) คือนักเรียนกลุ่มเดียวของโรงเรียน และระหว่างคาบเรียนดนตรีที่สอนโดย จูลส์ (โนอาห์ ซิลเวอร์) ลูกชายของมาดามดูเรต์คิท เหมือนโดนพลังลึกลับครอบงำ จนเธอสามารถบรรเลงเปียโนออกมาได้ไพเราะเหมือนนักดนตรีชั้นครู ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเล่นเปียโนมาก่อน ปรากฏการณ์ประหลาดเหล่านี้ ยังไม่รวมไปถึง การที่สาวๆได้พบเจอกับอาการฝันร้ายและถูกชักจูงโดยพลังงานบางอย่าง

 

โรงเรียนประจำที่มีบรรยากาศของทางเดินอันมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากหน้าต่างและโคมไฟสลัวๆตามมุมห้อง น่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับการสร้างบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ สถาปัตยกรรมของตัวตึกที่ดูโบราณเก่าแก่ น่าจะพอบอกอะไรกับผู้ชมได้บ้างว่าสถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานแค่ไหน แต่น่าเสียดายที่หนังไม่ได้ใช้องค์ประกอบเหล่านี้สร้างบรรยากาศความน่ากลัวหรือคุกคามผู้ชมได้สักเท่าไหร่

 

 

ระหว่างที่หนังเลือกใช้วิธีหลอกคนดูอย่างซ้ำซาก ไม่ว่าจะเป็นภาพนิมิตเหตุการณ์ประหลาดของนางเอก การที่บรรดาเด็กๆคนอื่นละเมอฝันร้ายและมีพฤติกรรมผิดปกติ สิ่งเหล่านี้เมื่อถูกเล่าผ่านจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เราแทบจะหมดความสนใจในฉากตื่นเต้น ยังไม่รวมไปถึงบรรดาฉากเทคนิคพิเศษที่ “ไม่เนียน” จนเราอดไม่ได้ว่า การกำกับองค์ประกอบศิลป์ของ Dark a Dawn Hall ค่อนข้างสะเปะสะปะ

 

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อหนังเดินทางมาถึงช่วงไคลแมกซ์และบทสรุปของเรื่องราว หนังกลับไม่ทำให้คนดูรู้สึกอยากจะเอาใจช่วยหรือเห็นอกเห็นใจตัวละครตัวไหนสักตัว เพราะตลอดเวลากว่า 90 นาทีของหนัง เรายังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่าในยุคที่ 4G เข้าถึง ทำไมตัวละครถึงยัง “ทน” อยู่ในสถานการณ์ประหลาดแบบนั้นร่วมหลายสัปดาห์!

 

บางที Dark a Dawn Hall อาจจะดูสนุกและสดใหม่ ถ้าหากมันสร้างขึ้นสัก 20 ปีที่แล้ว!