เจนนิเฟอร์ โลเปซ สะบัดความมั่นต่อ ไม่รอแล้วนะในหนังใหม่ Second Act

เจนนิเฟอร์ โลเปซ สะบัดความมั่นต่อ ไม่รอแล้วนะในหนังใหม่ Second Act

 

 

หลังจากที่เจนนิเฟอร์ โลเปซ ห่างหายจากการแสดงหนังใหญ่ไปเกือบๆ 3 ปี โดยหนังเรื่องสุดท้ายที่เธอรับบทนำใน Lila & Eve ในปี 2015 ช่วงที่เธอหายจากจอใหญ่ เจ.โล.มีผลงานเรื่องการทำเพลง มิวสิควิดีโอ พากย์เสียงตัวละครในแอนิเมชั่นเรื่อง Home และ Ice Age: Collision Course นอกจากนี้เธอยังมีโชว์คอนเสิร์ต Jennifer Lopez: All I Have ที่ลาสเวกัส ตั้งแต่ปี 2016-2018 รวมไปถึงยังเป็นโปรดิวเซอร์และกรรมการในรายการเรียลลิตี้แข่งขันเต้นระดับโลกอย่าง World of Dance ใน 2 ซีซั่นที่ผ่านมาอีกด้วย

 

เราจึงอาจจะกล่าวได้ว่า Second Act คือการกลับมาเล่นหนังใหญ่อีกครั้งในรอบ 3 ปีของเจนนิเฟอร์ โลเปซเลยก็ว่าได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของมายา (เจนนิเฟอร์) ผู้หญิงวัย 40 ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชน แต่เนื่องจากเธอขาดใบปริญญาจากสถาบันอุดมศึกษา ทำให้เธอถูกปฏิเสธจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายครั้ง ยังไม่รวมไปถึงซูเปอร์มาร์เกตที่เธอทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ที่กลับมอบตำแหน่งผู้จัดการให้กับผู้ชายที่ทำงานไม่ได้เรื่อง แต่มีใบปริญญา MBA ติดตัว

 

เพื่อนสนิทของมายาจึงใช้วิธีการปลอมประวัติสมัครงานให้มายาได้เข้าไปทำงานในบริษัทใหม่ อย่างแฟรงคลินน แอนด์ คลาร์ค ซึ่งผู้บริหารอย่าง แอนเดอร์สัน คลาร์ค (เทรนท์ วิลเลียมส์) มาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง โดยให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่าง โซอี้ (วาเนสซ่า ฮัดเกนส์) ที่กำลังฉายแววเจิดจ้าในฐานะคนทำงานให้มานั่งฟังสัมภาษณ์ด้วย

 

จากประสบการณ์อันโชกโชนทำให้เธอพร้อมแล้วสำหรับงานใหม่ แต่ขาของเธอข้างหนึ่งยืนอยู่บนคำโกหก ในขณะที่ขาอีกข้างก็กำลังจะนำพาเธอไปสู่โลกใบใหม่ แน่นอนว่าการเติบโตในหน้าที่การงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้หญิงเก่งอย่างมายา ต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้

 

 

เรื่องของผู้หญิงสู้ชีวิต

บทภาพยนตร์ Second Act เป็นผลงานการเขียนบทของจัสติน แซคแคม (The Bucket List) และ อีเลน โกลด์สมิธ โทมัส จุดเริ่มต้นของไอเดียเกิดขึ้นโดยทั้งสองเมื่อ 6 ปีก่อน อีเลนมีไอเดียเรื่องการเริ่มต้นใหม่ เธอตั้งคำถามว่าทำไมผู้คนมากมายในสังคม ถึงเลือกจะจมอยู่กับชีวิตที่พวกเขาไม่ชอบ ฝันถึงชีวิตที่พวกเขาอยากจะเป็น ทั้งที่พวกเขาก็มีโอกาสที่จะเป็นในสิ่งที่ฝันได้ และนั่นทำให้อีเลน ถ่ายทอดแนวคิดของเธออกมา เธอจึงเรียกตัวจัสตินมา เพื่อช่วยกันเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมา

 

ตัวละครมายาจึงเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย แต่แล้วเธอก็ได้รับโอกาสสุดพิเศษ แม้มันจะไม่ใช่ความซื่อสัตย์ซักเท่าไรก็ตามที แต่มันก็กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตเธอ และเธอก็ได้รู้ความหมายของชีวิต เมื่อทุกอย่างเป็นเหมือนกับความฝันที่เธอวาดเอาไว้

 

 

ปีเตอร์ ซีกัล ผู้กำกับมากอารมณ์ขัน

Second Act ได้ผู้กำกับอย่างปีเตอร์ ซีกัล มารับหน้าที่ในการถ่ายทอดบทภาพยนตร์ให้ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว โดยผลงานการกำกับที่ผ่านมาของปีเตอร์นั้น เรื่องที่โด่งดังและทำให้เขาเป็นที่รู้จักคือ Nutty Professor II: The Klumps และ 50 First Dates การทำงานของปีเตอร์นั้น ตัวผู้กำกับเองเป็นคนมากอารมณ์ขัน เขาทำให้หนังมีสีสัน มีความตลกซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้ทีมงานมีความสุข และแน่นอนว่าความสุขนี้จะต้องส่งมาถึงคนดูด้วย

 

บทภาพยนตร์ของ Second Act คือสิ่งที่ไปจี้จุดอ่อนของผู้กำกับ “นี่คือประเภทของภาพยนตร์ที่ผมรัก มันทำให้ผมนึกถึงภาพยนตร์อย่าง Working Girl, Tootsie ที่ล้วนเป็นหนังที่เกี่ยวกับโอกาสครั้งที่สอง ที่เป็นเรื่องรางของตัวละครหลักที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตไปเป็นอีกคน และผลของการกระทำแน่นอนว่าพวกเธอต้องได้รับผลกับการกระทำในขณะที่ความสำเร็จก็อยู่แค่ตรงหน้า ผู้คนรู้ว่าเธอกำลังขับรถพุ่งตรงสู่หน้าผา แต่พวกเขากลับชอบมันอย่างน่าเหลือเชื่อ”

 

“มายาเป็นผู้หญิงทั่วไป เราทุกคนล้วนมีความฝัน และบ่อยครั้งที่เราทำมันไม่สำเร็จ มายาเป็นผู้หญิงประเภทที่คำไหนคำนั้น เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต มีหลายเรื่องที่ทำให้เธอต้องเสียใจ และอีกหลากหลายทางที่เธอเลือก มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอพยายามบากบั่นฝ่าฟันมันไปอีกนิด แต่ทว่าสิ่งที่เธอทำ กลับกลายเป็นผลลัพธ์ที่เธอไม่ได้คาดฝัน และก็กลายเป็นว่าเธอยังกลับไปนั่งโทษการตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีต ผมเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี” ปีเตอร์ ซีกัล กล่าว

 

 

เจนนิเฟอร์ โลเปซกับการกลับมาเล่นหนังแนวถนัด

 หลังจากที่เจ โล ได้อ่านบทภาพยนตร์แล้ว เธอก็แทบจะไม่อาจปฏิเสธบทบาทดังกล่าวได้ลง ในหนังเรื่องนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ตัวเจนนิเฟอร์หลงรัก ก็คือประเด็นความช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างผู้หญิงด้วยกัน ไม่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม ซึ่งตัวละครเพื่อนสนิทของมายาอย่างโจแอน (เลอา เรมินิ) พยายามช่วยเหลือเพื่อนของตัวเอง ในการพยายามให้เพื่อนตัวเองได้รับโอกาสที่เธอสมควรจะได้รับ  เพราะเธอเชื่อว่าในกลุ่มเพื่อนนั้น มายาเป็นคนเดียวที่มีความสามารถและจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ แต่เมื่อมายา เริ่มหมดหวังและหมดกำลังใจ เธอจึงเป็นคนเดียวที่จะผลักดันให้เพื่อนของเธอลุกขึ้นสู้

 

 

หนังสร้างแรงบันดาลใจ

ภาพยนตร์เรื่อง Second Act ได้สร้างบทสนทนาดีๆ ระหว่างการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสครั้งที่สอง การเริ่มต้นใหม่ การไม่ยอมพ่ายแพ้ การที่ผู้หญิงแสดงพลังเพื่อตัวเองหรือแม้กระทั่งช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อน  การที่เราไม่ยอมให้เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมากำหนดชะตาชีวิตของเราเอง เกี่ยวกับการที่เราสานต่อความฝัน ไม่ว่าคุณมาจากที่ไหน อายุเท่าไหร่ หรือเพศอะไรก็ตาม