รีวิว Gravity of Love หนังรักโรแมนติกขายพระนางสไตล์ละครหลังข่าว

รีวิว Gravity of Love หนังรักโรแมนติกขายพระนางสไตล์ละครหลังข่าว
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นหนังรักที่ได้ดาราไม่ธรรมดาอย่าง เต้ย จรินทร์พร และ บอย ปกรณ์ มารับบทนำ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่ญี่ปุ่น กับหนังที่ถูกปล่อยมาในช่วงปลายปีอย่างนี้ เชื่อเหลือเกินว่าแฟนคลับทั้งคู่คงจะตั้งตารอคอยผลงานที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากเคยทำติ่งฟินจากละคร The Cupids ตอน กามเทพหรรษา เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่สุดแล้วจะมาเป็น Gravity of Love หรือ รักแท้…แพ้แรงดึงดูด

หนังเรื่องนี้เล่ามุมมองความรักของ ฟ้า (เต้ย จรินทร์พร) สาวผู้เคยเชื่อในพรหมลิขิตที่จะทำให้เธอเจอรักแท้ แต่ความล้มเหลวในความสัมพันธ์ที่ผ่านมาทำให้ ฟ้า ไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตอีกต่อไป จนกระทั่งมาพบกับ เซน (บอย ปกรณ์) โดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกับแก๊งเพื่อน ๆ หลังจากนั้น ฟ้า กับ เซน ก็ได้บังเอิญเจอกันอีกหลายครั้งจน เซนท้าพนันกับฟ้า ว่าความบังเอิญนี้คือพรหมลิขิตของทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ฟ้า เอง ก็มีเพื่อนชายสนิทอย่าง เต้ (หลุยส์ สก็อต) ที่แอบชอบ ฟ้า มานานแล้วเหมือนกัน

เส้นเรื่องของ Gravity of Love ก็ไม่ได้ฉีกหนีจากพลอตละครแบบไทยๆ ไปเท่าไหร่ ญี่ปุ่นเองก็เหมือนจะเป็นโลเกชันที่หนังไทยชอบใช้เวลาพระนางพบรักโรแมนติกกัน เรียกว่าเป็นประเทศที่ถูก ผกก. ไทยไปลุยกันจนช้ำ (ฮา) ตัวละครทั้งหมดก็ยังแบน ๆ พระเอกก็พระเอ๊กพระเอก แสนดี เลิศเลอ ฉะนั้นแล้ว นางเอกโก๊ะๆ อย่างเต้ย ย่อมเป็นตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในเรื่อง ซึ่งก็ต้องยอมรับจริงๆ นั่นแหละว่าเธอน่ารักสดใสจริงๆ ในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะลุคไหนก็ปัง ถ้าจะพูดตามตรง หนังเรื่องนี้ขายพระนางแบบว่าเนื้อเรื่องช่างแม่ง ที่เหลือเอาฮา (ฮา)

ภาพรวมก็ต้องบอกว่าตัวหนังดูได้เพลิน ๆ จากสีสันของแคแร็คเตอร์สมทบที่เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะ เนื้อหาเดาได้ตั้งแต่ 5 นาทีแรกอยู่แล้วเหมือนละครไทยเรื่องหนึ่ง ได้เห็นภาพสวย ๆ จากฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ได้เห็นเต้ยในลุคต่าง ๆ นั่นคือสีสันที่นำพาเรื่องไปตลอดรอดฝั่ง อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ก็เพียบ บทบาทความสัมพันธ์ของตัวละครอื่น ๆ กลับเกลี่ยน้ำหนักได้ไม่ดี ไม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย แคสไม่ได้ เคมีไม่ออก แคสเนี่ย ผมจะบอกว่ามันเหมือนแคสมาให้ครบ ๆ คือจบเรื่องออกมา ไม่มีภาพจำอะไรกับความสัมพันธ์หลาย ๆ คู่เลย นอกจากกะเทยป้าที่เฮฮาสร้างสีสันได้ บางช่วงยอมรับว่าบรรยากาศเกือบจะไปถึงพวก สายลับจับบ้านเล็ก หรือแม้แต่ กวนมึนโฮ อะไรเทือกนั้นแล้ว แต่บุคลิกตัวละครก็ไม่มีความโดดเด่นแตกต่างมากพอ  

นอกจากนี้ การเดินเรื่องที่พยายามจะปรับวิธีเล่าให้น่าสนใจ แต่ก็ทำได้ไม่ดีพอ หนังไม่มีลายเซนต์ใด ๆ ให้จดจำ เหมือนดูละครหลังข่าว สิ่งที่คุณจะได้คือความน่ารักสดใสของเต้ย ความเท่ของบอย บรรยากาศและโลเกชันสวย ๆ ของญี่ปุ่น ที่เหลือก็ความรักฟุ้งเฟ้อมอมเมาตามประสาละครไทยเท่านั้น หาใช่แรงดึงดูดของพรหมลิขิต

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่