กลับมาบู๊แหลกกับ Robin Hood ฉบับปี 2018

กลับมาบู๊แหลกกับ Robin Hood ฉบับปี 2018

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “โรบิน ฮู้ด” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก จอมโจรคนนี้ เพราะเขามีชื่อเสียงมากในฐานะของคนที่ตัดสินใจ “ปล้น” คนรวย เพื่อเอาเงินไปช่วยเหลือจุนเจือคนจน เรื่องราวสุดคลาสสิคนี้ได้รับการเล่าขานสืบเนื่องต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ได้รับการดัดแปลงเป็นละคร ละครเวที ภาพยนตร์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และนี่เป็นอีกหนึ่งครั้งที่วีรบุรุษในตำนานจะกลับมาขึ้นจอเงินอีกครั้ง

 

เหล้าเก่าในขวดใหม่

หนังบอกเล่าเรื่องราวของลอร์ดแห่งล็อกซ์ลีย์ (ทารอน อีเกอร์ตัน) ผู้เดินทางเข้าร่วมรบในสงครามครูเสดอันแสนหฤโหด เมื่อเขาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดในฐานะทหารผ่านศึกที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป กระทั่งคนรักอย่างแมเรียน (อีฟ ฮิวสัน) แต่ด้วยความช่วยเหลือจากคู่อริคนเก่าอย่าง จอห์น (เจมี่ ฟ็อกซ์) ทำให้โรบินโอบรับตัวตนใหม่ในฐานะของจอมโจร “โรบิน ฮู้ด” ผู้ที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อพยุงความยุติธรรมให้กับผู้คนในสังคม พร้อมกับอาวุธธนูคู่ใจ

 

 

จากตำนานสู่หนังจอเงิน

ตำนานของโรบิน ฮู้ดนั้นถูกเล่าขาน กล่าวถึงมาแล้วอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 800 ปี เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ชาวบ้านได้เอาเรื่องราวเหล่านี้มาดัดแปลงเป็นละครเวทีซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มโจรที่ต่อสู้กับผู้ปกครองเมืองน้อตติงแฮม เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียน และนักทำหนัง ซึ่งดัดแปลงเรื่องราวนี้ให้เข้ากับยุคสมัย โรบิน ฮู้ดถูกเอามาทำใหม่รูปแบบของภาพยนตร์มานับครั้งไม่ถ้วน ดักลาส แฟร์แบงค์ส รับบทเป็นโรบิน ฮู้ดในหนังเงียบ, เออร์รอล ฟลินน์ เป็นโรบินในคราบนักเลง, มาร์กาเรต รูเธอร์ฟอร์ด เป็นโรบินผู้หญิงคนแรก, แฟรงค์ ซินาตราเป็นโรบินแบบชาวแก๊ง, ฌอน คอนเนอรี่ เป็นโรบิน ฮู้ดที่สุดแสนจะโรแมนติก, เควิน คอสเนอร์เป็นโรบินผู้หลักแหลม, จอห์น คลีส และ แคนี่ เอลเวส เหมือนโรบินที่หลุดมาจากหนังสือการ์ตูน นี่แค่ยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น  

 

แต่สำหรับ Robin Hood เวอร์ชั่นของผู้กำกับอ็อตโต้ บาธเฮิร์ส เลือกจะกำกับหนังในเวอร์ชั่นนี้ด้วยการเร้าอารมณ์เป็นหนังแอ็คชั่นร่วมสมัย ซึ่งผลงานของอ็อตโต้ที่สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักคือ ซีรีส์ทีวีแก๊งสเตอร์ยอดฮิตอย่าง Peaky Blinders และซีรีส์สุดล้ำทาง Netflix จนจุดประเด็นโต้เถียงไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง Black Mirror

 

 

ทำไม Robin Hood ถึงมีความร่วมสมัยมาโดยตลอด

เนื่องจากโรบิน ฮู้ดมีวีรกรรมในการขโมยเงินมาจากเศรษฐีเพื่อนำมาเยียวยาคนจน แต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งโลกจดจำมาโดยตลอด แต่เป็นเพราะว่าเขาเป็นเหมือน ฝ่ายตรวจสอบและคอยจี้จุดรัฐบาล เขาเป็นคนนอกสังคม และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โลกรักเขา

 

โรบิน ฮู้ดเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นต่อต้านการกดขี่ข่มเหงที่คนธรรมดาทั่วไป ยอมให้มันเกิดขึ้น โรบิน ฮู้ดจึงเป็นเหมือนตัวแทนที่สะท้อนภาพที่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่มีพลังวิเศษ หากแต่เป็นคนธรรมดาที่เตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม

 

 

 

อังกฤษยุคเก่า ในการดีไซน์แบบใหม่

ผู้กำกับอย่างอ็อตโต้ บาธเฮิร์ส เลือกที่จะสร้างโลกของโรบิน ฮู้ดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่โลกแบบเดิมที่ผู้ชมเคยดูมาก่อน โดยที่หนังเลือกจะตีความเมืองน้อตติ้งแฮม ในรูปแบบของเมืองอุตสาหกรรม โดยมีการหยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากสิ่งต่างๆทั่วโลก และปรับให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางของศาสนาและการเมือง หากที่นี่ถูกล้มล้างทุกอย่างจะต้องเกิดความปั่นป่วน นอกจากการตีความใหม่แล้ว การปรับฉากแอ็คชั่นดวลธนูแบบโบราณก็ดูไม่น่าจะตอบโจทย์กับผู้ชมในยุคนี้ ฉากต่อสู้จึงอัดแน่นไปด้วยฉากสตั้นท์โลดโผน มีการดวลธนูในแบบที่ผู้ชมไม่เคยชมมาก่อนด้วย

 

 

วีรบุรุษคนใหม่

นักแสดงที่ก้าวเข้ามารับบทบาทโรบิน ฮู้ด ก็คือหนุ่มทารอน อีเกอร์ตัน ซุปเปอร์สตาร์วัย 28 ปี ที่เป็นที่รู้จักจากการรับบทเป็นสุดยอดสายลับในแฟรนไชส์สุดฮิต The Kingsman ตัวละครนี้มีเสน่ห์ มีอารมณ์ขัน ในขณะเดียวกันโหมดซีเรียสของตัวละครนี้คือทหารผ่านศึกที่เดินทางกลับมาบ้านเกิดและมันกลายเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยกับเขาอีกต่อไป ในช่วงแรกเขาคิดว่าการออกไปรบเป็นสิ่งที่คนรักชาติควรจะทำ แต่มาเขาตระหนักได้ว่าสู้ไปก็ไร้ค่า เพราะทหารเป็นเพียงแค่เบี้ยของพวกผู้นำเท่านั้น จนเมื่อเขาเริ่มตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมืองน้อตติ้งแฮม เขาจึงเริ่มสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ในฐานะของชายสวมฮู้ด เพื่อจัดการกับชนชั้นสูงบ้าอำนาจ

 

 

จอห์นในรูปโฉมการตีความใหม่

ตามตำนานเดิม จอห์นเป็นทหารคนสนิทของโรบิน แต่ในเวอร์ชั่นนี้เขาเป็นทหารฝ่ายศัตรูที่กลายมาเป็นอาจารย์และสหายร่วมต่อสู้เคียงข้างโรบิน เปลี่ยนเอาจากอดีตทหารผ่านศึกให้กลายเป็นจอมโจรใต้หน้ากาก จอห์นในเวอร์ชั่นนี้เป็นนักรบเชื้อสายอาหรับซึ่งรบในศึกครูเสดปะทะกับกองทัพของฝ่ายโรบิน เมื่อโรบินพยายามช่วยชีวิตลูกชายของจอห์น เขาพยายามสืบเกี่ยวกับตัวตนของโรบิน เพราะเขาไม่เคยเห็นคนไหนกล้าหาญและเอื้ออาทรต่อศัตรูแบบนี้มาก่อน จอห์นเสี่ยงชีวิตแอบเดินทางไปอังกฤษเพื่อบอกกับโรบินว่าโชคชะตาได้กำหนดว่าเขามีภารกิจที่สำคัญอื่นรออยู่อีก ซึ่งด้วยความซับซ้อนของตัวละครทำให้ทีมงานคัดเลือกนักแสดงออสการ์อย่างเจมี่ ฟ็อกซ์ มารับบทนี้