จาก La La Land สู่มนุษย์สุดเหงาคนแรกที่ขึ้นไปดวงจันทร์ใน First Man

จาก La La Land สู่มนุษย์สุดเหงาคนแรกที่ขึ้นไปดวงจันทร์ใน First Man

 

 

ผลงานการกำกับของ เดเมี่ยน ชาเซลล์ ผู้กำกับจากภาพยนตร์หกรางวัลออสการ์ La La Land และนี่คือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของไรอัน กอสลิ่ง บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์จริงที่มนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์ครั้งแรก ถ่ายทอดออกมาโดยเน้นการเจาะลึกไปยังห้วงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชายที่ชื่อว่า นีล อาร์มสตรอง”

 

 

เรื่องราวของชายคนแรกที่ขึ้นไปยังดวงจันทร์

First Man เรื่องราวอันน่าประทับใจเบื้องหลังภารกิจก้าวสู่ดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์ โดยเน้นเรื่องไปที่ตัว นีล อาร์มสตรอง และช่วงทศวรรษที่นำไปสู่การเดินทางของอะพอลโล่ 11 ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวส่วนตัวที่บอกเล่าจากมุมมองของอาร์มสตรอง โดยอิงจากหนังสือของ เจมส์ อาร์ แฮนเซ่น ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอทั้งชัยชนะและสิ่งที่ต้องเสียไป ทั้งต่อตัวอาร์มสตรอง ครอบครัวของเขา เพื่อนๆ และประเทศชาติ ในหนึ่งในภารกิจที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์

 

 

จากหนังสือสู่จอหนัง

First Man ดัดแปลงและสร้างจากหนังสือของ เจมส์ อาร์ แฮนเซ่น เรื่อง “First Man: The Life of Neil A. Armstrong” โดยตัวหนังเผยให้เห็นชีวิตส่วนตัวของวีรบุรุษของโลกอย่าง นีล อาร์มสตรอง และช่วงเวลาที่ไม่เป็นที่รับรู้

หลังจากแฮนเซ่นได้รับปริญญาเอกทางด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากโอไฮโอ สเตท และใช้เวลากว่า 20 ปีในการเขียนหนังสือและสอนเกี่ยวกับอวกาศและประวัติศาสตร์ เขาตั้งใจที่จะเขียนหนังสือชีวประวัติเรื่องแรก ตอนนั้นเป็นปี 2000 ซึ่งแฮนเซ่นได้ติดต่อหา อาร์มสตรอง และขออนุญาตที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเขา หลังจากสองเดือนผ่านไป อาร์มสตรอง ที่แทบไม่เคยยอมตกลงใจให้สัมภาษณ์กับใคร ก็ตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ หลังจากนั้นสักระยะ นีล อาร์มสตรองจึงยอมเปิดใจและให้สัมภาษณ์ในที่สุด

 

 

เดเมี่ยน ชาเซลล์กับวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ

แผนการสร้างของ First Man ถูกเตรียมเอาไว้มาระยะหนึ่งแล้ว ถึงแม้ผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ และมาร์ตี้ โบเว่น จะยังคงพัฒนางานสร้างภาพยนตร์ First Man มาสักระยะ จนพวกเขาได้พบ เดเมี่ยน ชาเซลล์ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ ชิ้นส่วนสุดท้ายของหนังที่ขาดหายไป นั่นคือช่วงเวลาหลังจากที่ ชาเซลล์ ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Whiplash และอยู่ระหว่างเตรียมงานสร้างของภาพยนตร์เรื่อง La La Land พอดี

โดยเนื้อหาของ First Man คือความพยายามในการนำเสนอเป็นแนวทริลเลอร์-ดราม่า ซึ่งต้องการนำเสนอความคาดหวังถึงสิ่งที่ต้องมีเพื่อจะพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ และพาคนดูเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราว รวมไปถึงพาผู้ชมไปสำรวจเทคโนโลยีในยุคสมัยดังกล่าวด้วย

 

 

นอกจากจะดัดแปลงมาจากหนังสือแล้ว การเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริงของชีวิตของอาร์มสตรอง มากกว่าจะเน้นเรื่องราวการท่องอวกาศ เพราะเมื่อคนดูนึกถึงเรื่องอวกาศ จะคิดถึงเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ รูปแบบดิจิตอล และคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เป้าหมายของเดเมี่ยนก็คือการพยายามทำให้เรื่องนี้ดูเหมือนจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการจะทำเช่นนั้นได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องให้อารมณ์แบบอะนาล็อคมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความท้าทายของภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือ เราจะจับคนดูไปอยู่ในห้องนักบินได้อย่างไร เราจะทำให้พวกเขารู้สึกจริงๆ ได้อย่างไร ไม่ใช่แค่เห็น แต่รู้สึกและเป็นพยานต่อความสำเร็จที่เหลือเชื่อครั้งนี้

สิ่งที่น่าสนใจของ First Man คือการเล่าเรื่องราวในภาพยนตร์ออกมาในมุมมองของการเฝ้าสังเกตทั้งภารกิจในอวกาศ และช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัวที่สุดของครอบครัวอาร์มสตรอง โดยวิธีการนี้จะช่วยเน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่นีลหัวใจสลาย มีความสุข วิธีการใช้ชีวิต และการสูญเสีย เพื่อเป้าหมายที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือการไปเหยียบดวงจันทร์

 

 

ความพยายามอันไม่สูญเปล่า

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ (และประวัติศาสตร์จริง) ได้บอกเล่าว่า นีล อาร์มสตรอง ผ่านการล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในชีวิต แต่เขาก็สามารถกลับลุกขึ้นยืนได้เสมอ และเรียนรู้ที่จะพัฒนาจากความล้มเหลวของเขา สิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์ ผู้ชมจะได้เห็นภารกิจต่างๆที่ประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็น X-15 มีปัญหา  Gemini VIII ก็มีปัญหาความเป็นความตาย นี่ยังไม่พูดถึงเครื่อง LLTV ที่เขาต้องดีดตัวออกมาและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง แต่การลองผิดลองถูกเหล่านี้ เขาอาจจะดูว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นคนทำภารกิจในการนำยานอวกาศไปลงจอดบนดวงจันทร์สักนิด ถ้าลองหวนคิดให้ดี เราจะพบว่าความพยายามลองผิดลองถูกเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้นีล อาร์มสรองมีประสบการณ์มากพอที่จะไปดวงจันทร์มากที่สุด

 

 

ไรอัส กอสลิ่งฉายาชายหน้าหงอยในบทนีล อาร์มสรอง

 

ถึงแม้กอสลิงกับชาเซลล์จะเคยร่วมงานด้วยกันมาใน La La Land แล้วก็ตามแต่สำหรับ First Man แล้วหนังเรื่องนี้คือการเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่ยังคงยึดติดอยู่กับเรื่องความโศกเศร้าเสียใจ สิ่งที่ทำให้ไรอัน เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับบทนี้มากที่สุดคือ นีล อาร์มสตรองเป็นคนที่มีกำแพงปิดกั้นตัวเองพอสมควร ในขณะที่ไรอันเอง ก็เป็นคนที่เก็บความรู้สึกและไม่แสดงออกมากนัก แต่เขาเป็นคนที่ประเมินสถานการณ์ต่างๆรอบตัวและคิดเรื่องราวต่างๆอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ไรอันเองยังพยายามทำการบ้านด้วยการไปพบปะกับจูน อาร์มสตรองน้องสาวของนีล เพื่อพูดคุยและพูดถึงชีวิตของนีล อาร์มสตรองก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไป (นีล อาร์มสตรองเสียชีวิตไปในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555) รวมไปถึงอ่านหนังสือของ เจมส์ อาร์ แฮนเซ่น ซึ่งทำให้ไรอัน รู้สึกประหลาดใจที่ได้รับรู้ว่านีลและเจเน็ท ภรรยาของเขา ได้ผ่านการสูญเสียมาขนาดไหนก่อนหน้านั้น และเรื่องราวระหว่างภารกิจที่เป็นประวัติศาสตร์เหล่านี้ด้วย