รีวิว Along with the Gods: The Last 49 Days จักรวาลเกาหลีปรโลก

รีวิว Along with the Gods: The Last 49 Days จักรวาลเกาหลีปรโลก

 

อาจจะต้องออกตัวแรงสักนิดว่าตัวผู้เขียนเองชอบหนัง  Along with the Gods: The Two Worlds (ภาคแรก) ค่อนข้างมาก เพราะส่วนตัวแล้วค่อนข้างอินกับประเด็นเรื่องของครอบครัว ความรักสายใยสายสัมพันธ์ของคนใกล้ตัว แถมหนังยังใช้แนว Courtroom Drama (หนังแนวขึ้นโรงขึ้นศาล) ผสมกับหนังแฟนตาซีได้อย่างลงตัว จนเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย

 

แต่เมื่อมีโอกาสได้ดูภาคต่ออย่าง Along with the Gods: The Last 49 Days กลับให้ความรู้สึกค่อนข้างผิดหวัง เนื่องจากเอาเข้าจริง เรากลับรู้สึกว่าหนังภาคแรกได้ปิดเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ไปแล้วเรียบร้อย แต่หนังภาคนี้เหมือนพยายามจะให้คนดูมีโอกาสได้รู้จักตัวละครยมฑูตทั้งสามให้มากขึ้น หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกจบลง ยมฑูตคังลิม (ฮา จองอู) เลือกซูฮงน้องชายของพระเอกภาคแรก (คิมดงอุก) มาเป็นวิญญาณดวงสุดท้ายที่เขาจะช่วยเหลือให้มีโอกาสได้ไปเกิดใหม่ แต่เนื่องจากเขาเป็นวิญญาณอาฆาตมาก่อนทำให้วิธีการขัดกับกฎของปรโลก

 

 

เรื่องดังกล่าวร้อนไปถึงพระเจ้ายอมรา (อี จองแจ) ที่ยอมรับการตัดสินใจของคังลิมและเสนอเงื่อนไขให้ทั้งสามยมทูตไปพาชายแก่ที่ชื่อ ฮอ ชุนซัมมาที่ปรโลกให้ได้เนื่องจากเขายังไม่มียมทูตคนไหนทำได้ แม้ว่าเขาจะถึงกำหนดสิ้นอายุขัยแล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าซองจูชิน (มา ดงซอก) เป็นเทพประจำบ้านและปกป้องไม่ให้ยมทูตตนไหนพาฮอ ชุนซัมไป ส่งผลให้สองยมฑูตอย่างเฮวอนเมก (จูจีฮุน) และดัคชุน(คิม ฮยางกี) ต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อพาวิญญาณของฮอ ชุนซัมมาให้ได้ ส่วนคังลิมก็มีหน้าที่ในการพาซูฮงไปสู้คดีที่ศาลต่างๆในปรโลก ระหว่างนั้นเอง สองยมทูตบนโลกมนุษย์กลับค้นพบว่า ที่จริงแล้วซองจูจิน คือยมฑูตคนสำคัญที่นำพาเฮวอนเมกและดัดชุนไปยมโลก และแล้วอดีตชาติของยมทูตทั้งสองก็ได้รับการเปิดเผยออกมาทีละเล็กทีละน้อย

 

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่า เหตุผลที่ผู้เขียนรู้สึกไม่ชอบหนังภาคนี้ ก็เพราะว่าตัวเส้นเรื่องหลักนั้น เราไม่มีความรู้สึกอยากจะเอาใจช่วยตัวละครแบบตัวเอก คิมจาฮง (ชา แทฮยอน) ในหนังภาคแรกที่ มีแรงขับของตัวละครชัดเจนว่าตนไม่อยากตาย อยากจะช่วยเหลือน้องและผู้เป็นแม่ ยังไม่รวมไปถึงพล็อตหักมุมและเส้นเรื่องเล็กๆที่เซอร์ไพรส์คนดูได้ตลอดทุก 20 นาที แต่ในหนังภาคนี้เหมือนเป็น Side Story หรือเรื่องราวเสริมเพิ่มเติมที่คนดูไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงเมื่อหนังเล่าเรื่องไปถึงจุดๆหนึ่ง คนดูก็จะเริ่มเดาออกได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของเหล่ายมฑูตในอดีตชาตินั้นมีความเป็นมายังไง

 

 

ยังไม่รวมไปถึงการพิพากษาคดีของซูฮง น้องชายพระเอกภาคแรก ที่คนดูก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรกับเขา และชะตากรรมในการพิพากษาในหนังภาคนี้ก็ไม่น่าจะบิดพลิ้วอะไรไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในหนัง เนื่องจากทุกอย่างได้กระจ่างแจ้งชัดเจนไปหมดแล้วในหนังภาคแรก

 

เรื่องราวในหนัง Along with the Gods: The Last 49 Days จึงเป็นเส้นเรื่องที่ไม่ได้สนุกเท่ากับหนังภาคแรก และเต็มไปด้วยความเยิ่นเย้อ จนเราอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าหากหนังจะสร้างภาคต่อ (ตามออกมาอีก) ก็ควรย้ายไปเล่าในแบบของซีรีส์น่าจะดีกว่า เพราะตอนนี้เส้นเรื่องและตัวละครนั้นยุบยับและวุ่นวายจนจะกลายเป็นจักรวาลเกาหลีปรโลกไปแล้ว!