รีวิว The Spy Who Dumped Me อย่าปล่อยผู้หญิงป่วงไว้ด้วยกัน

รีวิว The Spy Who Dumped Me อย่าปล่อยผู้หญิงป่วงไว้ด้วยกัน

 

 

จริงอยู่ที่หนังสายลับมักจะเป็นโลกของตัวละคร “ผู้ชาย” ดังเช่นที่เราจะได้เห็นฉากเปิดเรื่องในการทำภารกิจของดรูวส์ (จัสติน เธอโรซ์) สายลับหนุ่มที่ตัดสินใจบอกเลิกแฟนสาวอย่างออเดรย์ (มิล่า คูนิส) แบบสายฟ้าแล่บ แถมความเจ็บใจให้กับนางอีกไม่น้อย เพราะเล่นบอกก่อนหน้าวันเกิดเพียงวันเดียว หลังจากนอยด์ไม่ทันไร เช้าวันทันมาออเดรย์ก็ต้นค้นพบความจริงว่า แฟนเก่าของเธอเป็นซีไอเอ แต่เซอร์ไพรส์หนักกว่าเดิมเมื่อดรูวส์ปรากฏตัวขึ้น ก่อนจะโดนสังหารต่อหน้าต่อตาออเดรย์ โชคดี (หรือว่าดวงซวยก็ไม่รู้) ที่แฟนเจ้าปัญหาของเธอจะมอบหมายภารกิจให้นำ “ถ้วยรางวัล” ไปส่งมอบให้กับบุคคลปริศนาที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ออเดรย์จึงต้องลากสาวเพื่อนสนิทจอมเล่นใหญ่อย่าง มอร์แกน (เคท แมคคินนอน) ในการรับบทเป็นสายลับในการเดินทางข้ามประเทศไปทำภารกิจให้ลุล่วง โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตสองสาวไปตลอดกาล

 

โทนหนังของ The Spy Who Dumped Me คือหนังสายลับที่เขียนบทให้เป็นหนังตลกสถานการณ์ ด้วยการให้ตัวเอกหญิง 2 คนที่ไม่มีทักษะอะไรในการต่อสู้ ต้องงัดความสามารถในการเอาชีวิตรอดแบบงงๆ เพื่อเอาตัวรอดจากเหล่านักฆ่าที่พยายามจะเข้ามาช่วงชิงแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในถ้วยรางวัล ประเด็นก็คือหนังเรื่องนี้เลือกที่จะสร้างตัวละครประเภทที่ไม่ควรจะมาอยู่ในหนังสายลับด้วยประการทั้งปวง ด้วยความย้อนแย้งดังกล่าวจึงสร้างสถานการณ์วายป่วงขึ้นมาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม

 

 

ที่น่าสนใจไปกว่าความตลกโปกฮา (และหลายครั้งก็ฝืดเฝือเหลือทนเช่นกัน) คือการสร้างคาแรกเตอร์สองเพื่อนซี้ อย่างออเดรย์ที่เป็นคนคิดมาก คิดเล็กคิดน้อยและหลายครั้งที่เธอต้องเผชิญกับปัญหา เธอจะพยายามเพลย์เซฟหรือเลือกทางออกที่ปลอดภัยไว้ก่อน (โดยเฉพาะฉากขับรถไล่ล่ากับวายร้าย แต่เธอก็ยังรักษามารยาทในการขับรถด้วยการตีไฟเลี้ยว จนเพื่อนอย่างมอร์แกนด่าเธอว่า จะไปบอกฝ่ายร้ายทำไมว่าหล่อนกำลังจะเลี้ยวรถไปทางไหน) ในขณะที่มอร์แกนคือขั้วตรงข้ามของออเดรย์อย่างสิ้นเชิง เธอเป็นคนจริงใจ ใจร้อน หุนหัน และมักจะออกตัวก่อน เธอไม่เขินอายแต่เรื่องใดๆทั้งนั้น จนเราคิดว่าเธอน่าจะยึดคติ “ด้านได้ อายอด” ด้วยซ้ำไป

 

ในแง่ของความบันเทิง The Spy Who Dumped Me ค่อนข้างเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ แต่ในขณะเดียวกันมุกตลกในหนังเรื่องนี้ออกจะเป็นมุกที่ยิงเรี่ยราด มุก 5 บาท 10 บาทก็ยิงมาเรื่อยๆ และส่วนมากค่อนข้างเป็นมุกที่แป้ก โชคยังดีที่สถานการณ์อันน่าตื่นเต้นในหนัง ยังพอจะทำให้เราดูแล้วอยากเอาใจช่วยนักแสดงให้ผ่านพ้นความซวยอย่างต่อเนื่องและทำภารกิจสำเร็จให้ได้เสียที