ว่าด้วย 5 หนังตึกระฟ้า หายนะตึกสูง

ว่าด้วย 5 หนังตึกระฟ้า หายนะตึกสูง

เพื่อเป็นการต้อนรับหนังอย่าง Skyscraper ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เราลองย้อนกลับไปทบทวนกันว่าในโลกภาพยนตร์นั้น มีหนังที่หยิบเอาเรื่องราวของตึกสูง มาพูดถึงในภาพยนตร์ยังไงกันบ้าง


The Towering Inferno (1974)

 

หนังหายนะเรื่องดัง เรื่องหนึ่งในยุค 70 ผลงานการกำกับของจอห์น กิลเลอร์มิน นำแสดงโดยดาราชื่อดังในยุคนั้นอย่างสตีฟ แมคควีน และ พอล นิวแมน บอกเล่าเรื่องราว ของมหาเศรษฐีเจ้าของตึกระฟ้าที่มีชื่อว่า เดอะกลาสทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก ต้องการจะลดต้นทุนในการสร้างตึก ลูกเขยจอมแสบจึงแอบเปลี่ยนสเปคสายไฟฟ้าในตึกเพื่อนำส่วนต่างเข้ากระเป๋าสตางค์ตัวเอง จนกระทั่งถึงกำหนดวันเปิดตึกอย่างเป็นทางการ ทำให้มีการใช้ไฟฟ้าอย่างเต็มพิกัด ส่งผลให้เกิดเพลิงไหมขึ้นในห้อง 81 แต่ระบบรักษาความปลอดภัยก็ไม่ทำงาน (เพราะมีการฉ้อโกงการวางระบบเช่นกัน) จนไฟลามขึ้นไปจนถึงชั้น 130 ซึ่งเป็นห้องบอลรูมจัดเลี้ยงจนผู้คนในนั้นพยายามหนีตายกันอย่างอลหม่าน

ในปี 1975 หนังเรื่องนี้สามารถคว้ารางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม ตัดต่อยอดเยี่ยมและเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บนเวทีออสการ์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น แต่ถ้าหากนำกลับมาดูในยุคนี้ บริบทต่างๆ ของเรื่องอาจจะดูน่าขัน มากกว่าจะน่าตื่นเต้น เพราะทุกอย่างดูเป็นความจงใจไปหมด ทั้งเรื่องเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยตกแบบไร้เหตุผลบนดาดฟ้า กระจกบนหน้าต่างชั้นที่ 138 สามารถทุบให้แตกอย่างง่ายดายด้วยการทุ่มเก้าอี้ใส่กระจก เป็นต้น

 Die Hard (1988)

หนึ่งในหนังดังและเป็นที่จดจำของคนทั้งโลกในยุค 80 ที่เปลี่ยนชีวิตดาราซีรีส์ชื่อเสียงปานกลางโด่งดังคับฟ้าจนถึงทุกวันนี้อย่าง บรูซ วิลลิส โดยหนังพูดถึง จอห์น แมคเคลน นายตำรวจ NYPD ที่เดินทางมาที่ลอสแอนเจลิสเพื่อจะมาเซอร์ไพรส์ภรรยาอย่างฮอลลี่ ที่ทำงานอยู่ในตึกนากาโตมิ พลาซ่า แต่ในคืนวันคริสต์มาสนั้น เป็นวันเดียวกับที่ ฮัน กรูเบอร์ ผู้ก่อการร้ายที่วางแผนปล้นเงินในตู้เซฟและจับคนในตึกเป็นตัวประกัน เหลือแค่เพียงจอห์นคนเดียวที่รอดพ้นจากการถูกจับทำให้เขาต้องช่วยภรรยาและคนในตึกให้ได้

หนังผสมผสานฉากแอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้น แทรกอารมณ์ขันร้ายๆ เพิ่มความกดดันให้ผู้ชมด้วยการทำให้ตึกสูงกลายสภาพเป็นสถานที่ปิดล้อมไร้ทางหนีได้อย่างน่าสนใจ โดยหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ตึกฟอกซ์ พลาซ่า ซึ่งตั้งอยู่ในลอสแอนเจอลิส ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ทำให้หนังได้รับการสร้างภาคต่อจนถึง 5 ภาคด้วยกัน

 

Land of the Dead (2005)

หลังจากที่อยู่ของมนุษย์เต็มไปด้วยผีดิบเดินได้ บรรดามหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจได้สร้างตึกสูงภายในหอคอยที่เรียกว่า คอยฟิดด์เลอร์สกรีน ที่แยกตัวออกไปจากเมืองและเป็นเหมือนป้อมปราการของชนชั้นปกครอง ขณะที่บรรดาชาวเมืองที่มีเงินน้อยกว่า ต้องใช้ชีวิตอยู่เบื้องล่างและเอาชีวิตรอดไปวันๆ จนกระทั่งวันหนึ่งบรรดา ซอมบี้เริ่มเรียนรู้ที่จะสื่อสารกันและอยู่เป็นกลุ่ม เริ่มมีวิวัฒนาการและมีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างจากมนุษย์

 

ตึกสูงในหนังเรื่องนี้ คนดูอาจจะไม่ได้เห็นสภาพหรือใช้เวลากับฉากหลังนานเท่าหนังเรื่องอื่นๆ แต่สถานที่นี้กลับทำหน้าที่แสดงถึงความเจริญ อำนาจ และถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับเรื่องชนชั้นของมนุษย์ ว่าคนรวยสามารถมีอภิสิทธิมากกว่าคนยากจนเพียงเพราะเงินในกระเป๋า แต่สุดท้ายเมื่อซอมบี้บุกเข้ามาในเมืองและตึกแห่งนี้ ทุกชีวิตต่างก็กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด หนีตาย ไม่ต่างกัน นี่เป็นผลงานของผู้กำกับระดับปรมาจารย์ที่เป็นคนสร้างหนังซอมบี้ยุคบุกเบิกอย่าง จอร์จ เอ โรเมโร่ 

The Tower (2012)

หนังเกาหลีที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก The Tower Inferno ของอเมริกา ที่เราเอ่ยถึงไปในข้างต้นบทความ เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันคริสต์มาส เมื่องานเฉลิมฉลองบนตึกระฟ้าเริ่มต้นขึ้น แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้โปรยหิมะเทียมเกิดพุ่งชนตึกและทำให้เกิดเพลิงไหม้ บรรดาหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในตึกแห่งนี้

ผลงานของผู้กำกับ คิม จี ฮุน จากหนังสัตว์ประหลาดเรื่อง Sector 7 การันตีเรื่องงานเทคนิคพิเศษและการทำซีจีไอ ซึ่งสมจริงเทียบชั้นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์เลยทีเดียว แถมนำแสดงด้วยนักแสดงเกาหลีแถวหน้าอาทิ ซอล คยุง กู, คิม ซัง คยอง และ ซอน เย จิน เรียกได้ว่าเป็นหนังหายนะภัยที่ขายความบันเทิงเต็มรูปแบบเลยทีเดียว

 

High Rise (2016)

หนังสไตล์แปลกที่มีความโพสต์โมเดิร์นอยู่ในตัว เส้นเรื่องของหนังดำเนินอยู่ในปี 1975 เมื่อคุณหมอหนุ่มอย่าง โรเบิร์ต แลงก์ (ทอม ฮิดเดิลตัน) ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกสูงระฟ้า เพื่อความสะดวกสบาย แต่ยิ่งเขาใช้ชีวิตอยู่ในตึกแห่งนี้นานเท่าไหร่ เขากลับค้นพบว่าบรรดาเพื่อนบ้านของเขานำความยุ่งเหยิงมาให้มากมาย และนำไปสู่บทสรุปอันเกินคาดเดา

High Rise ดัดแปลงมาจากนิยายของ เจ.จี บัลลาด ที่เขียนเอาไว้ตั้งแต่ยุค 70 เพื่อเสียดสีระบบทุนนิยม พูดง่ายๆ มันคือนิยายทำนายอนาคต ที่ว่า ในอีกไม่นานชนชั้นของมนุษย์จะถูกถ่างให้กว้างมากยิ่งขึ้น คนรวยจะใช้ชีวิตอยู่บนชั้นสูงๆ ของตึก ขณะที่คนรายได้น้อยกว่าจะอาศัยอยู่ที่ชั้นล่างๆ (นึกภาพสมัยนี้ก็คือคอนโดมิเนียมนั่นแหละ) แต่ถึงอย่างนั้นหนังก็แสดงให้คนดูได้เห็นพฤติกรรมและสัญชาติญาณดิบของมนุษย์ว่าไม่ว่าจะยากดีมีจน แต่สุดท้ายมนุษย์ก็เลือกทำตามแรงปรารถนาของตัวเอง