รีวิว TAU โฉมงามกับเจ้าชายเอไอ

รีวิว TAU โฉมงามกับเจ้าชายเอไอ

 จูเลียโสเภณีและนักล้วงกระเป๋า (ไมก้า มอนโรว์)

ในโลกอนาคตข้างหน้า จูเลีย (ไมก้า มอนโรว์) โสเภณีและนักล้วงกระเป๋า จู่ๆ เธอถูกชายลึกลับจับมาขังไว้ที่ห้องใต้ดินในสถานที่แห่งหนึ่ง เธอสัมผัสได้ว่าที่ต้นคอของเธอถูกฝังเครื่องมือบางอย่างเอาไว้ ณ ที่นี่เองเธอได้พบกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่ถูกจับมากักขังไว้เช่นเดียวกัน
จูเลียพยายามหาช่วงหาเวลาที่ชายลึกลับออกจากบ้านไป และพยายามหาทางหนีจากห้องขัง ระหว่างที่เธอจุดระเบิดท่อก๊าซในห้องขังสำเร็จ เธอและอีกสองคนพยายามหาทางออกจากบ้านทางประตู แต่แล้วระบบรักษาความปลอดภัยสุดไฮเทคซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและกำจัดมนุษย์อีก 2 คนจนเสียชีวิต

โชคดีที่ชายลึกลับเดินทางกลับมาที่บ้านพอดิบพอดี จูเลียจึงรอดชีวิตและเมื่อปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า ทาว (TAU) ถูกสั่งห้ามทำร้ายเธอ จากเจ้านายของมันอย่าง อเล็กซ์ (เอ็ด สไคน์) จูเลียถูกจับเอาไว้เป็นเชลย เธอเริ่มพบว่าตัวของเธอเองนั้นถูกจับมาเพื่อเป็นตัวทดลองสำหรับโครงการบางอย่างของอเล็กซ์ ซึ่งเขาจะต้องทำงานดังกล่าวให้สำเร็จภายใน 10 วัน และนั่นหมายความว่าสิ่งที่เขาต้องการอาจจะหมายถึงบางอย่างในหัวของจูเลียด้วยเช่นกัน

จากจุดนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องราว


หลังจากที่เราถูกทำให้เข้าใจว่า TAU น่าจะเป็นหนังแนวเกมแมวไล่จับหนู ระหว่างปัญญาประดิษฐ์และเหยื่อ แต่เรากลับค้นพบว่าเมื่อหนังดำเนินไปสักระยะแล้ว มันก็เริ่มผันตัวเป็นหนังดราม่าแบบใน Beauty and the Beast เมื่อผู้หญิงอย่างจูเลียพยายามพูดคุยและเจรจาต่อรองกับ ทาว ในแบบ “เพื่อน” มากกว่าในรูปแบบเจ้านายและคนรับใช้ในแบบที่อเล็กซ์ทำกับทาวมาโดยตลอด

ทาวจึงเริ่มเรียนรู้อะไรบางอย่างจากจูเลีย มันเริ่มทำความเข้าใจความหมายของคำว่า “คน” รวมไปถึงเริ่มตั้งคำถามถึงสิ่งที่มันไม่เคยรับรู้ เช่น ภายนอกบ้านมีอะไร โลกภายนอกเป็นเช่นไร มนุษย์เกิดขึ้นมาได้ยังไง และตัวมันเองนั้นเป็นคนหรือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทไหนกันแน่

เมื่อหนังดำเนินไปถึงช่วงหนึ่งคนดูจะเริ่มเดาทางได้ทันทีว่า โอกาสที่หนังเรื่องนี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใด ซึ่งน่าเสียดายตรงที่ว่าจุดพลิกผันของ TAU นั้นทำออกมาได้น่าตลกมากกว่าจะน่าเชื่อถือ ตรงที่ว่าถ้าหากอเล็กซ์สามารถสร้างบ้านสุดไฮเทค เป็นถึงซีอีโอเจ้าของเอไออันแสนล้ำยุค ทำไมเขาถึงออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยได้หละหลวมตั้งแต่ต้นเรื่องยันไคลแมกซ์ของหนัง
อีกทั้งหนังก็ดำเนินเรื่องวนเวียนอยู่ภายในห้องแค่ไม่กี่ห้อง อาทิห้องโถง ห้องทานอาหาร และห้องสมุด จนเรานึกว่ากำลังนั่งดูละครเวทีอยู่ ถึงโปรดักชั่นจะออกแบบมาให้ดูไฮเทคแค่ไหน แต่เราก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ว่างานออกแบบบ้านในเรื่องนี้ดูปลอมๆ เป็นกล่องๆ มากกว่าจะเป็นบ้านในโลกอนาคต

น่าเสียดายที่หนังพยายามจะเชิดชูเรื่องอิสรภาพของมนุษย์และเอไอ แต่ท้ายที่สุดแล้วความพยายามในหนังเรื่องนี้ก็สูญเปล่า เพราะบทที่ไม่ไปไหนและการกำกับที่ดูไม่ค่อยมีจังหวะในการสร้างความสนุกตื่นเต้นให้กับคนดูได้เท่าที่มันควรจะเป็น จนบางทีเราก็แอบอยากให้หนังปิดฉากด้วยการที่บ้านทั้งหลังถล่ม มนุษย์ตายหมดเหลือแค่เพียงเอไอเท่านั้นที่รอดออกมาจากบ้านแต่เพียงผู้เดียว แต่เราก็ทำได้แค่คิดไปฝ่ายเดียว เมื่อหนังเลือกจะจบในอีกรูปแบบหนึ่ง