แซะเก่ง! รวมหนังที่ Deadpool 2 แซวจนยับ

แซะเก่ง! รวมหนังที่ Deadpool 2 แซวจนยับ

บทความนี้มีการสปอยล์หนังยับ ดังนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่สำหรับคนที่ดูหนังแล้วไม่เข้าใจในบางมุกที่หนังจิกกัด หรืองงว่ามันกำลังอ้างอิงถึงอะไร มาตามอ่านว่าคุณเข้าใจหนังเรื่องนี้ตรงกันหรือเปล่า

 

 

 Logan

เปิดเรื่องมาก็แซวแรงด้วยการเอาฉากจบของหนังเรื่อง Logan หนังภาคส่งท้ายของตัวละครวูลฟ์เวอรีนหลังจากที่ ฮิวจ์ แจ็คแมนจะขออำลาบทบาทดังกล่าว ส่งผลให้ตอนจบของหนังเรื่องตัวละครโลแกนจึงเสียชีวิตลง ด้วยฉากกิ่งไม้เสียบทะลุหัวใจ เดดพูลเลยกวนโอ๊ยด้วยการนำฉากดังกล่าวมาเป็นทำเป็นกล่องเพลงรูปปั้นโลแกนเอาซะเลย แถมยังกัดแรงว่า เพราะ Deadpool ภาคแรกที่เป็นหนังฮีโร่เรท R ที่ประสบความสำเร็จ Logan เลยก๊อปปี้สูตรจากหนังเรื่องนี้ไปปรับใช้กับหนังของตัวเองบ้าง

 

 

Bambi, The Lion King และ Saw 7

ประโยคที่ Deadpool บอกว่า ยังมีคนเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัว เดดพูลตั้งใจแซะพ่อแม่ที่ไม่ทำการบ้าน ก่อนพาลูกมาดูหนังเรื่องนี้ว่ามันเป็นหนังเรท R ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง จำได้ว่าเพราะหลังจากที่หนังภาคแรกเข้าฉายนั้นก็มีข่าวออกมาเหมือนกันว่ามีบรรดาพ่อแม่ออกมาโวยวายว่าทำไมหนังมันโหดแบบนี้ สุดท้ายก็โดนชาวเน็ตสวดยับกันไป (และมีทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย) ดังนั้นเดดพูลจึงแซะในแซะว่าจริงๆ หนังเรื่องนี้มันก็เป็นหนังครอบครัวนั่นแหละ เพราะขนาดการ์ตูนดิสนีย์อย่าง Bambi และ The Lion King นั้นก็ล้วนแล้วแต่มีฉากเปิดเรื่องตัวละครพ่อแม่ก็ตายกันตั้งแต่เริ่มเรื่อง ดังนั้นตรรกะนี้เลยไม่แปลกที่ว่า หนังครอบครัวดีๆ มักจะมีคนตายกันตั้งแต่ฉากแรก รวมไปถึงหนังอย่าง Saw 7 ว่าแต่เอ๊ะ จิ๊กซอว์นี่มันหนังครอบครัวหมวดไหน!

 

 

Frozen และ Yentl

มุกแซวหนังอย่าง Frozen คนดูส่วนใหญ่น่าจะเกท เพราะต่างก็รู้จักเจ้าหญิงเอลซ่าและแอนนาเป็นอย่างดี ว่าเพลง Do you wanna build a snowman เป็นยังไง แต่เดดพูลก็แซะว่าเพลงนี้คล้ายกับเพลงของ Papa Can you Hear Me? จากหนังเรื่อง Yentl ซึ่งเป็นหนังมิวสิคัลนำแสดงโดยบาร์บรา สตรัยแซนด์ ในฉากที่เดดพูลนั่งดูหนังในทีวีกับวาเนสซ่าตอนต้นเรื่องก่อนที่จะโดนมือปืนบุกมาถล่มยิงนั่นแหละ

 

 

James Bond

และแล้วเราก็ได้รู้ซะทีว่าทำไม เดดพูลถึงลงทุนจ้างเซลีน ดิออนมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง Ashes ถูกนำมาใช้ในช่วงไตเติ้ลเปิดเรื่อง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นกราฟฟิคในรูปแบบเดียวกับหนังเจมส์ บอนด์ทุกภาคจะเปิดเรื่องมาด้วยการนำเสนอเช่นนี้ ก็เรียกได้ว่ากวนโอ๊ยเอามากๆ

 

 

ฉากแซวตัวละครใน X-Men

แม้จะมีการเคยบอกว่าจักรวาลเดดพูลจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจักรวาล X-Men (ทั้งที่จริงหนังก็อยู่ในจักรวาลเดียวกัน) ในฉากที่เดดพูลถูกโคลอสซัสนำตัวไปพักฟื้นที่ เอ็กซ์-แมนชั่น เดดพูลก็พูดขึ้นมาว่าสตูดิโออย่างฟอกซ์คงไม่อนุมัติให้ดาราจากเรื่องนี้มาปรากฏอยู่ในหนังของเขาหรอก จากนั้นหนังก็แพนกล้องไปที่ห้องประชุมที่มีตัวละครอย่าง ควิกซ์ซิลเวอร์ (อีวาน ปีเตอร์), บีสต์ (นิโคลัส โฮลท์) และโปรเฟสเซอร์ X (เจมส์ แมคอวอย) นั่งคุยกันอยู่ แต่เมื่อพวกเขาเห็นเดดพูล บีสต์เลยปิดประตูใส่หน้าเดดพูลซะเลย

 

 

Basic Instinct

ฉากเดดพูลโดนจัคเกอร์น็อทฉีกร่างออกเป็นสองท่อน ส่งผลให้เขาต้องรอขางอกออกมาใหม่ แต่สภาพขาที่งอกออกมานั้นเป็นขาเด็กเล็กๆ ส่งผลให้เดดพูลตัวสั้นกว่าปกติ และใส่กางเกงไม่ได้ ส่งผลให้เขาต้องแก้ผ้าโทงๆ และทำให้ฉากนี้บรรดา X-Force คนอื่นๆที่เดินทางมาคุยกับเขาได้เห็น “จู๋” ของเดดพูล ในฉากล้อเลียนหนังดังอย่าง Basic Instinct ที่แสดงโดยชารอน สโตน ซึ่งฉากอันลือลั่นนี้เป็นฉากที่นางเอกของเราต้องนั่งไขว่ห้าง โดยที่เธอไม่ใส่กางเกงในและส่งผลให้คนดูเห็น ....ของนักแสดงเต็มๆ ตา

 

 

Say Anything…

ฉากที่เดดพูลตัดสินใจมาง้อโคลอสซัส ก็ยังล้อเลียนหนังรักโรแมนติกเรื่อง Say Anything ที่นำแสดงโดยจอห์น คูแซค ซึ่งเป็นฉากที่เขาเอาวิทยุมาเปิดเพลง In Your Eyes ของปีเตอร์ แกเบรียล ง้อนางเอกของเรื่องที่นอกหน้าต่าง

 

 

ฉากตอนเอนเครดิต X-Men Origins: Wolverine

เมื่อภารกิจทุกอย่างลุล่วงเดดพูลได้ยืมนาฬิกาย้อนเวลาของเคเบิ้ลเพื่อทำบางอย่าง เขาตัดสินใจเดินทางกลับไปในหนังเรื่อง X-Men Origins: Wolverine ซึ่งในหนังเรื่องนั้นเขาแสดงเป็นตัวละครชื่อเวด วิลสันและ Weapon XI (อันเป็นตัวร้ายของเรื่อง) เดดพูลตัดสินใจกลับไปฆ่าตัวละครที่เขาแสดงเพราะเขาให้เหตุผลว่าเขาอยากจะรื้อไทม์ไลน์ของจักรวาล X-Men ด้วยตัวเอง และปล่อยให้วูลฟ์เวอรีนยืนทำหน้างงอยู่คนเดียว

 

 

ฉากตอนเอนเครดิต The Green Lantern

อีกหนึ่งฉากที่เดดพูลย้อนเวลากลับไปฆ่าไรอัน เรย์โนลด์เอง ระหว่างที่เขาอ่านบทหนังเรื่อง The Green Lantern ในปี 2011 จบ ซึ่งการที่เขานำแสดงในหนังฮีโร่ดีซีเรื่องนี้ อาจจะเป็นความผิดพลาดและเป็นสิ่งที่ดีในเวลาเดียวกัน เพราะความผิดพลาดประการใหญ่คือนี่เป็นหนังก่อนรวมดีซี ที่ลงทุน 200 ล้านเหรียญแต่กลับทำรายได้ทั่วโลกแค่เพียง 220 ล้านเหรียญเท่านั้น เมื่อพิจารณาแล้วพบว่านี่คือหนังที่ทำสตูดิโออย่างวอร์เนอร์ขาดทุนยับ แต่เพราะหนังเรื่องนี้เองที่ทำให้เขาได้พบรักกับภรรยาของตัวเองอย่างเบลค ไลฟ์ลีย์และอยู่กินกันอย่างชื่นมื่นจนถึงทุกวันนี้

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น Deadpool 2 ยังแซวหนังเรื่องอื่นๆ ผ่านประโยคสนทนาในเรื่องอาทิ Interview with a Vampire (ฉากบนรถแท็กซี่), Batman (ฉากในคุกที่เดดพูลแกล้งโกหกชื่อเคเบิ้ล), Star Wars (กัดฉากจูบกันของเลอาและลุค สกายวอล์คเกอร์), John Wick (เนื่องจาก Deadpool 2 กำกับโดยผู้กำกับจอห์น วิกก็เลยกัดหนังตัวเองบ้าง) เป็นต้น ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่โดน Deadpool 2 แซวหนักมาก

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่