รีวิว Rampage ใหญ่ ยักษ์ แต่สนุกน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า

รีวิว Rampage ใหญ่ ยักษ์ แต่สนุกน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า

 

 

ถึงแม้จะหยิบชื่อหนังมาจากเกมชื่อดังในอดีต แต่เอาเข้าจริงการมีอยู่ของหนัง Rampage นั้นสามารถเลือกจำกัดความได้ว่า มันเป็นหนังเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดโดนสารเคมีเข้าไป ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านพันธุกรรมและออกอาละวาดทำลายข้าวของ พล็อตแบบนี้คือหนังแนวสัตว์ประหลาดบุกถล่มเมืองจำพวก Godzilla เป็นต้น

 

เมื่อเปรียบเทียบหนังในแนวทางเดียวกัน Rampage จัดได้ว่าเป็นหนังแนว “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” คือง่ายๆ ใส่น้ำร้อน กินเสร็จแล้วอิ่ม แต่ไม่ได้คุณค่าทางสารอาหารเท่าไหร่นัก กล่าวโดยสรุปคือมันง่ายๆ และสนุกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

 

 

ที่ว่ามัน “สนุกน้อย” เพราะหนังเล่าเรื่องไปตามสูตรของหนังแนวนี้ อีกทั้งตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมา จัดได้ว่าปราศจากมิติในแง่มุมที่มันควรจะเป็น เจ้าลิงจอร์จ (ที่กลายเป็นลิงยักษ์) ในเวลาต่อมา ก็ไม่ได้น่ารักหรือน่าเอาอกเอาใจช่วย (เมื่อเทียบกับเจ้าลิงซีซาร์ ใน Rise of the Planet of the Apes แล้วจะยิ่งพบว่าจอร์จช่างไร้มิติอย่างสิ้นเชิง) เช่นเดียวกันกับตัวละครมนุษย์อย่างเดวิส (ดเวยน์ จอห์นสัน) ที่ออกแบบมาให้เป็นคน แต่ช่างตายยากตายเย็นและไร้มิติความมีเลือดเนื้ออย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นฉากโดดออกมาจากเครื่องบิน หรือกระสุนจากปืนก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย และอาการเจ็บปวดต่างๆ ดูเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน เมื่อฉากพะบู้ต่อไปปรากฏขึ้นบนจอหนัง

 

เช่นเดียวกันกับตัวละครวายร้าย(มนุษย์)ที่เหมือนหลุดออกมาจากละครซิทคอม มีความแบนราบ มีการคิดแผนการอันยิ่งใหญ่แต่ไม่แยบยล ปล่อยให้เกิดความบกพร่องในภารกิจหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นฉากเปิดเรื่องที่สถานีอวกาศระเบิดและทำให้สารเคมีตกลงมายังโลก (และส่งผลให้สัตว์ที่โดนสารเคมีกลายร่าง) หรือการวางแผนเรียกสัตว์ที่โดนสารเคมีเหล่านั้นให้เดินทางมายังตึกบัญชาการก็ดูง่ายดายไปหมด (แบบที่คนเขียนบทเขียนไว้ โดยไม่คำนึงถึงตรรกะของความสมเหตุสมผลเลยสักนิด) ยังไม่นับไปถึงเรื่องของรัฐบาลที่ดู “โง่” เพราะตามเกมตัวร้ายไม่ทันและคิดช้ากว่าพระเอก 1 ก้าวเสมอ (โว้ยดูแล้วขัดใจชะมัด)

 

 

ถ้าเราพยายามมองข้ามความสมเหตุสมผลไป เราก็ยังรู้สึกว่าท่ามกลางฉากแอ็คชั่น พังตึกรามบ้านช่องของสัตว์ประหลาด ก็เรียกได้ว่าดูเพลินพอตัว แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือมองว่ามันเป็นฉากแปลกใหม่ เพราะใครก็ตามที่เคยดูหนังในแนวทางเช่นนี้คงจะคิดเหมือนกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใน Rampage นั้นไม่มีอะไรใหม่เลยสักนิดเดียว แถมทุกอย่างในหนังก็ราบเรียบ ไม่มีการหักมุม บิดเส้นเรื่อง หรือทำให้คนดูประหลาดใจได้สักเท่าไหร่

 

บางที ถ้าหากการที่ฉากตึกถล่มและตัวละครเอกอย่างเดวิสและดร.เคท (นาโอมิ แฮริส) ตายไปช่วงก่อนหนังจบ อาจจะเป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้หนังน่าสนใจขึ้นก็ได้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นและทุกอย่างก็จบด้วยสูตรสำเร็จภาคบังคับ (น่าเบื่อชะมัด)