ทำความรู้จัก The Shining Easter Eggs สำคัญใน Ready Player One

ทำความรู้จัก The Shining Easter Eggs สำคัญใน Ready Player One

 

บทความนี้มีการสปอยล์เนื้อหาในภาพยนตร์ เหมาะสำหรับคนชมภาพยนตร์แล้วเท่านั้น

 

วินาทีนี้ Ready Player One น่าจะกลายเป็นหนังในดวงใจของใครหลายคนไปแล้วเรียบร้อย โดยเฉพาะบรรดาคนที่เกิดมาในยุคสมัย 80-90s เพราะหนังเรื่องนี้มีการอ้างอิงบรรดาวัฒนธรรมป๊อปอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี เกม และเพลง ซึ่งหลายองค์ประกอบที่ได้กล่าวมานี้ อาจจะโผล่มาเป็นแค่ไม่กี่วินาที แต่บางอย่างก็ถูกใส่มาเป็นเหมือนอีกหนึ่งห้วงสำคัญของหนังเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะหนังอย่าง The Shining

 

 

ปรากฏอยู่ตรงส่วนไหนของ Ready Player One

การตามหากุญแจดอกที่ 2 ในดินแดนโอเอซิส ของเหล่าตัวเอกอย่างเวด/เพอร์ซิวัล (ไท เชอริเดน) หลังจากที่เขาสามารถเอาชนะด่านแข่งรถอันหฤโหดมาได้อย่างชาญฉลาด หลังจากสืบเสาะหาว่าบางที กุญแจอาจจะหลบซ่อนอยู่ในคลังหนังโปรดของเจมส์ ฮัลลิเดย์(มาร์ค ไรแลนซ์) ผู้สร้างเกมโอเอซิสขึ้นมา และพวกเขาก็คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นหนังเรื่อง The Shining พวกเขาจึงเข้าไปค้นหาในหนังเรื่องนี้

 

 

The Shining เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร

จากนวนิยายสยองขวัญของสตีเฟ่น คิง ที่ได้รับการดัดแปลงโดยผู้กำกับอย่างสแตนลีย์ คูบริค ในปี 1980 บอกเล่าเรื่องราวของแจ็ค ทอร์เรนซ์ (แจ็ค นิโคสัน) นักเขียนที่เข้ารับการบำบัดอาการติดเหล้า ซึ่งตัดสินใจรับงานในตำแหน่งผู้ดูแลโรงแรมโอเวอร์ลุคที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกลางป่าสน ซึ่งจะปิดทำการชั่วคราวในช่วงโลว์ซีซั่นเนื่องจากพายุหิมะจะทำให้เส้นทางในการมายังโรงแรมแห่งนี้ถูกปิดชั่วคราว แต่ถึงอย่างนั้นโรงแรมแห่งนี้ก็จะเพียบพร้อมไปด้วยอาหาร สถานที่อันหรูหรา แถมหน้าที่ของแจ็คก็ยังไม่มีอะไรมากนอกจากคอยทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยของโรงแรม เขาจึงตัดสินใจรับงานนี้และตัดสินใจพาภรรยาอย่างเวนดี้ (เชลลีย์ ดูวัล) และลูกชายอย่างแดนนี่ (แดนนี่ ลอยด์)

 

เริ่มแรกทั้งสามเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุขดี จนกระทั่งเรื่องไม่ชอบมาพากลก็เกิดขึ้น เมื่อแดนนี่มักจะเอ่ยถึงโทนี่ เพื่อนในจินตนาการที่อาศัยอยู่ในปากของเขา (อ่านไม่ผิดหรอกครับในปาก) ซึ่งมีพลังพิเศษที่เรียกว่าไชน์นิ่ง ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นปีศาจได้

 

 

 

ดิ๊ค (สแคทแมน โครเตอร์ส) พ่อครัวผิวสีประจำโรงแรมมีลางสังหรณ์อันเลวร้ายว่าอาจจะมีเหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นในไม่ช้า เขาจึงเตือนแจ็คก่อนจะออกจากโรงแรมไปว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอย่าเข้าไปในห้องหมายเลข 237 โดยเด็ดขาด ต่อมาไม่นานแดนนี่เริ่มเห็นนิมิตสยองขวัญไม่ว่าจะเป็นเลือดที่ท่วมโรงแรม หรือการมองเห็นเด็กสาวฝาแฝดที่พูดประโยคว่า “REDRUM” ออกมาอย่างไร้เหตุผล

 

แจ็คเริ่มเกิดอาการประสาทหลอน เขาเริ่มมองเห็นผีและผู้คนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงในโรงแรม เขาเริ่มพูดคนเดียวจนสร้างความขนลุกให้กับเวนดี้ ทุกอย่างอึมครึมและเดินทางมาจนถึงจุดสยองขวัญสุดขั้ว เมื่อเวนดี้พบว่านิยายบนกองกระดาษหนาเป็นตั้งๆบนโต๊ะทำงานของแจ็คมีแต่คำว่า “ทำแต่งาน งดเรื่องเล่น” ทำให้เธอรู้ว่า สามีของเธอจิตไม่ปกติ และทางเดียวคือพาลูกชายอย่างแดนนี่ หนีไปให้ไกลที่สุด โชคร้ายที่แจ็ครู้ตัวและออกไล่ล่าเมียและลูกชายของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง!

 

 

ฉากไหนบ้างที่อยู่ใน Ready Player One

แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการคัดเอาซีนเด่นๆจาก The Shining เอามาใส่ในหนังเรื่องนี้ เมื่อกลุ่มเดอะ ไฮไฟฟ์เดินทางมาถึงโรงแรมโอเวอร์ลุค พวกเขาได้เห็นห้องโถงโรงแรมอันกว้างขวาง แต่ที่สะดุดตาคือกระดาษที่พิมพ์ประโยค “ทำแต่งาน งดเรื่องเล่น” วางอยู่เกลื่อนโต๊ะ ไม่นานนักเอช เดินตามลูกเบสบอลที่กลิ้งมาโดนขา ทำให้เขาเดินไปเจอกับฝาแฝดที่ชักชวนให้เขา “มาเล่นกับพวกเราตลอดไปนะ” เดินเข้าลิฟต์สีแดงไป

 

ทันใดนั้นเองเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้งคลื่นเลือดก็ถาโถมออกมาอย่างน่าสะพรึง ทำให้เอชหนีไปยังห้อง 237 ข้างในห้องนั้นเขาได้พบกับหญิงสาวเปลือยกายที่กำลังมากอดเขา แต่เมื่อเขาได้สติหญิงคนนั้นก็กลายร่างเป็นซอมบี้ถือมีดคมกริบ (ในเวอร์ชั่นปี 1980 ไม่มีซอมบี้ แต่ Ready Player One ดัดแปลงให้เป็นการไล่ล่าแบบใหม่แทน)

 

 

หลังจากนั้นเอชก็หลุดเข้าไปอยู่ในเขาวงกตหิมะ ซึ่งฉากจริงๆในเวอร์ชั่นหนังนั้นเป็นตอนที่แดนนี่ วิ่งหนีพ่อของเขาที่ถือขวานไล่จามเขาอย่างบ้าคลั่งในช่วงไคลแมกซ์ของหนัง ก่อนที่ เดอะ ไฮไฟฟ์ จะช่วยเอชและไปพบกับรูปถ่ายที่หน้าห้องบอลรูม ซึ่งมีภาพของเจมส์ ฮัลลิเดย์(มาร์ค ไรแลนซ์) ผู้สร้างเกมโอเอซิสขึ้นมา อยู่ในนั้น (ในขณะที่เวอร์ชั่นหนังจะเป็นรูปของตัวละครแจ็ค) และในห้องนั้นเองเป็นมีบรรดาผีเต้นรำอยู่กับคาเรน อันเดอร์วู้ด ซึ่งเธอรอให้ใครสักคนมาเต้นรำกับเธอ และเมื่อพวกเดอะ ไฮไฟฟ์สามารถไขปริศนานี้ได้สำเร็จ พวกเขาก็ได้กุญแจดอกที่สองมาครอบครอง

 

 

 

ทำความรู้จัก The Shining เพิ่มเติม

The Shining ครั้งแรกที่ออกฉาย ได้คำวิจารณ์ค่อนข้างก้ำกึ่ง (ค่อนไปทางลบ) โดยเฉพาะองค์ประกอบศิลป์ที่มีความ “เยอะจนเกินเหตุ” และตัวหนังก็ดัดแปลงรายละเอียดจากเวอร์ชั่นนิยายเยอะมาก จนสตีเฟ่น คิงเองออกปากว่า “เกลียด” หนังเรื่องนี้ แถมหนังยังเข้าชิงรางวัลราซซี่ อวอร์สด้วยกันถึง 2 สาขา ทั้งสาขาผู้กำกับยอดแย่ สแตนลีย์ คูบริค และนักแสดงนำหญิงยอดแย่ แชลลีย์ ดูวัลล์ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป หนังก็ก้าวผ่านคำครหามากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในหนังที่ถูกพูดถึงตลอดกาลจนเข้าทำเนียบเป็นหนังสยองขวัญคลาสสิคจนมาถึงทุกวันนี้

 

 

ใน Ready Player One ยังมีการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมป๊อปในยุค 80-90 ที่น่าสนใจอีกหลายชิ้นงาน ลองไขปริศนาเพิ่มเติมได้ในบทความต่อๆไป