รีวิว WINCHESTER เรื่องนี้ผีเต็มบ้าน

รีวิว WINCHESTER เรื่องนี้ผีเต็มบ้าน

 

เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่เชิญชวนให้ผู้ชมอยากจะมาดู Winchester ก็เพราะว่าหนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ของบ้านตระกูลวินเชสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการรื้อถอน และตามประวัติของบ้านหลังนี้ก็เรียกได้ว่ามีเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาและสามารถหยิบขึ้นมาเล่า ตีความใหม่ในมุมมองที่น่าสนใจ

 

แต่! WINCHESTER ผลงานการกำกับของไมเคิล สไปริก และนำแสดงโดยเจ้าป้าเฮเลน มิเรนท์ กลับเลือกจะเล่าประวัติศาสตร์สยองขวัญอันลือลั่นให้กลายเป็นหนังผีตุ้งแช่ (Jump Scare) สุดจะน่ารำคาญแทน ประหนึ่งเหมือนเรากำลังดูหนังผีไทยของค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ที่เอะอ่ะก็เร่งเสียงดนตรีประกอบขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซึ่งในช่วงแรกๆก็เหมือนจะได้ผลอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อหนังใช้จังหวะซ้ำๆและมุมกล้องเดิมๆ เราก็จะเตรียมตัวตกใจได้ทันเวลา ส่งผลให้มุกตุ้งแช่ครั้งหลังๆ ทำอะไรเราไม่ได้อีกต่อไป

 

 

เมื่อหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าความพยายามในการตุ้งแช่ ส่งผลทำให้เนื้อหาสาระที่หนังพยายามจะนำเสนอถูกกลบไปหมด ตัวเดินเรื่องที่สำคัญคือนายแพทย์เอริก ไพรซ์ (เจสัน คลาร์ค) ที่ได้รับเชิญมาประเมินสุขภาพจิตของซาร่า วินเชสเตอร์ (เฮเลน มิเรน) แม่ม่ายผู้เป็นเจ้าของมรดกมหาศาลของบริษัทปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ ซึ่งตัดสินใจต่อเติมบ้านตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงจนบ้านทั้งหลังแทบจะกลายเป็นเขาวงกต ตามความเชื่อที่ว่า ถ้าหากเธอต่อเติมบ้านไปเรื่อยๆจะทำให้วิญญาณร้ายซึ่งเคียดแค้นคนในบ้านวินเชสเตอร์ หาตัวเธอไม่เจอนั่นเอง

 

อันที่จริงแล้วหนังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะเกื้อกูลส่งเสริมให้มันกลายเป็นหนังผี จิตวิทยา ขายบรรยากาศอันน่าหวาดกลัว แต่วิธีการเล่าเรื่องและบทภาพยนตร์ที่ธรรมดาแบนราบทำให้หนังขาดความน่าสนใจจนท้ายที่สุดหนังไม่มีอะไรแตกต่างไปจากหนังผีธรรมดาที่หาดูได้ทางอินเทอร์เน็ต ทั้งที่จริงหนังสามารถสำรวจสภาพจิตใจของตัวละครในบ้านได้ทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นซาร่าที่เหมือนจะสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ นายแพทย์เองก็เป็นคนติดสุรา แมเรียน (ซาราห์ สนู๊ค) หลานสาวของซาร่าที่ต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรม “ละเมอ” ของเฮนรี่ ลูกชาย ตัวละครเหล่านี้นับได้ว่ามีพื้นหลังของตัวละครที่สามารถหยิบอะไรมาเติมความลึกให้คนดูเข้าถึงได้มากกว่านี้

 

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหนังเรื่องก็คือการใช้องค์ประกอบศิลป์ในการออกแบบบ้านวินเชสเตอร์ให้มีบรรยากาศแบบโกธิค มีความแปลกประหลาด จนทำให้เรารู้สึกว่าฉากที่คุณนายวินเชสเตอร์ที่กำลังจะโดนหลานชายยิงบริเวณบันไดบ้านหลายขั้น ซีนนั้นคือซีนที่มีความคิดสร้างสรรค์และจัดได้ว่า “ตื่นเต้น” ที่สุดฉากหนึ่งของเรื่องเลยทีเดียว