WINCHESTER จากเรื่องจริงสู่หนังบ้านผีสิง

WINCHESTER จากเรื่องจริงสู่หนังบ้านผีสิง

 

บ้านทุกหลังมีประวัติศาสตร์ในตัวเอง แต่จะมีบ้านหลังไหนที่มีประวัติศาสตร์ที่เฮี้ยนๆ พอๆ กับบ้านที่ชื่อว่าวินเชสเตอร์หรือไม่ นี่คือคำตอบที่เราต้องตามไปค้นหากัน

 

 

 

จากประวัติศาสตร์สุดพิศวงกับหญิงสาวผู้สูญเสียคนรัก

เมื่อพูดถึงบ้านที่มีความพิศวงและแปลกประหลาด ชื่อของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ น่าจะติดอันดับบ้านแห่งความพิลึกพิลั่น จากเรื่องจริงตามประวัติศาสตร์ของชายที่ว่า โอลิเวอร์ วินเชสเตอร์ มหาเศรษฐีที่คิดค้นปืนแบบใหม่ที่สามารถบรรจุลูกกระสุนได้ 13 นัดภายในครั้งเดียว อันเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่สำหรับปืนไรเฟิล จนได้รับฉายาว่า " The Gun That Won The West "

 

 

เมื่อวิลเลี่ยมผู้เป็นบุตรชายของโอลิเวอร์สืบต่อธุรกิจจากผู้เป็นพ่อ เขาขายปืนดังกล่าวให้กับรัฐบาลอเมริกาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านการทหารส่งผลตระกูลวินเชสเตอร์ร่ำรวยขึ้นมา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1862 วิลเลี่ยมได้แต่งงานกับซาร่าห์ จนได้ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกหลังจากแต่งงานมา 4 ปี ที่ชื่อว่าแอน แต่หลังจากลืมตาดูโลกได้ไม่นานนัก แอนมีความผิดปกติทางร่างกาย เธอไม่สามารถดูดซึมโปรตีนได้ เธอจึงเป็นโรคขาดสารอาหารและตายในขณะที่เธอยังมีอายุไม่ถึง 2 เดือนด้วยความเศร้าโศกเสียใจซาร่าห์ถึงกับเสียสติและต้องเข้ารับการบำบัดนานนับ 10 ปี แต่หลังจากที่เธอหายดีได้เพียงไม่นานนักก็ต้องมีเรื่องให้เธอต้องช็อคอีกครั้ง

 

ในปีค.ศ. 1880 โอลิเวอร์ วินเชสเตอร์ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้วิลเลียม วินเชสเตอร์ต้องเข้ามาดูแลกิจการของครอบครัวอย่างเต็มตัว แต่แล้ว 1 ปีให้หลัง “วัณโรค” ก็คร่าชีวิตของเขาไป

 

 

ภายใต้วังวนของความโศกเศร้าประกอบกับใน ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 กระแสคนทรงกำลังมาแรงในอเมริกา เพื่อนของซาร่าจึงแนะนำให้เธอไปหาคนทรงเพื่อพูดคุยกับสามีผู้ล่วงลับของเธอ และหาหนทางหลีกหนีจากความเศร้า แต่กลายเป็นว่าร่างทรงกลับบอกเธอว่า ทรัพย์สินของเธอมาจากเหยื่อที่ถูกสังเวยชีวิตด้วยปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ ซาร่ากำลังถูกรังควานด้วยวิญญาณของผู้ที่ถูกฆ่าเหล่านั้น

 

ซาร่า หญิงม่ายตัวคนเดียวกับกองมรดกมูลค่า 20 ล้านเหรียญ (หากเทียบตามอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงนับร้อยล้านเลยทีเดียว) ได้รับคำแนะนำว่าวิธีการปัดรังควาญคือเธอต้องไม่หยุดต่อเติมบ้านเพื่อทำให้วิญญาณสับสน และหากเธอไม่หยุดต่อเติม เธอจะมีชีวิตเป็นนิรันดร์ต้องไม่หยุดต่อเติมบ้านเพื่อทำให้วิญญาณสับสน และหากเธอไม่หยุดต่อเติม เธอจะมีชีวิตเป็นนิรันดร์

 

 

บ้านที่ไม่เคยหยุดสร้าง

ในปี 1884 ซาร่าห์ได้ปลูกบ้านที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ใน พื้นที่กว้างกว่า 24,000 ตารางเมตร ตัวบ้านถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียน การก่อสร้างบ้านทำต่อเนื่องไม่มีวันหยุดพักมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 1922 เสียงการเลื่อยไม้และการก่อสร้างทุกอย่างได้หยุดลงเมื่อ ซาร่า วินเชสเตอร์ ถึงแก่ความตายในวัย 82 ปีจากอาการหัวใจล้มเหลว รวมระยะเวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 38 ปี แต่ด้วยความงดงามของตัวบ้าน ความพิถีพิถัน การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ จนอาจกล่าวกล่าวได้ว่านี่คือหนึ่งในบ้านสไตล์วิคตอเรียนที่สวยที่สุดในโลกหลังหนึ่ง มันทำให้บ้านวินเชสเตอร์และชื่อของเธอ ซาร่า วินเชสเตอร์ มีผู้คนพากันพูดถึงเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเธอได้รับชีวิตนิรันดร์ไปแล้ว

 

สำหรับบ้านวินเชสเตอร์เป็นบ้านที่เรียกได้ว่ามีความแปลกประหลาด ประตูทางเข้าหน้าบ้านถูกปิดตาย บันไดที่มุ่งไปสู่ทางตัน ประตูที่เปิดแล้วพบกับกำแพง ประตูชั้นสองที่เปิดแล้วสามารถตกลงไปสู่เบื้องล่างได้หากไม่ระวัง และยังมีข่าวลือว่ามีผู้พบเห็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอยู่ภายในตัวบ้านด้วย ในช่วงที่ซาร่าห์ยังมีลมหายใจ เธอให้ความสำคัญกับเลข “13” เป็นอย่างมากเพราะเธอคิดว่ามันคือเลขนำโชค ทำให้สิ่งที่อยู่ในบ้านจึงเป็นเลข 13 เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น กระจกลายใยแมงมุมที่ฝังหิน 13 ก้อน เพดานที่มีฝ้าไม้ 13 แผ่น เชิงเทียนที่ใส่เทียนได้ 13 แท่ง หรือ แนวต้นปาล์มนอกบ้านที่ประกอบไปด้วยต้นปาล์ม 13 ต้น

 

 

เมื่อพิจารณาภาพรวมของบ้านวินเชสเตอร์ร์จะประกอบไปด้วย ห้องนอน 40 ห้อง ห้องน้ำ 13 ห้อง ประตู 2,000 บาน หน้าต่าง 10,000 บาน เตาผิง 47 จุด บันได 40 จุด ห้องใต้ดิน 2 ห้อง ห้องครัว 6 ห้อง ลิฟต์ 3 ตัว ห้องอาบน้ำ 1 ห้อง และ หอระฆัง 1 จุด ที่จะดังทุก เที่ยงวัน ภายในตัวบ้านจะมีห้องหนึ่งซึ่งเชื่อกันว่า ทุกๆ เวลาเที่ยงคืน หอระฆังจะส่งเสียงเพื่อปลุกคุณนายวินเชสเตอร์ให้ไปที่ห้องดังกล่าวเพื่อพูดคุยกับวิญญาณและถามว่าควรจะต่อเติมบ้านอย่างไรต่อไป ห้องนั้นมีทางเข้าเพียงทางเดียว แต่มีทางออกถึงสามทาง คุณนายวินเชสเตอร์จะเปลี่ยนห้องนอนทุกคืนเพราะเธอเชื่อว่ามันจะทำให้วิญญาณร้ายค้นหาเธอไม่เจอ

 

ภายในบ้านมีตู้เซฟตู้หนึ่งที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ภายหลังการเสียชีวิตของซาร่า ตู้เซฟได้ถูกเปิดออก ภายในนั้นมีเพียงเส้นผมของลูกสาวของเธอและหน้าข่าวการสูญเสียของบุคคลที่เธอรักทั้งสองเท่านั้น แต่ในอีกแง่หนึ่งของมุมนักประวัติศาสตร์มองว่า แท้ที่จริงแล้วนอกจากการที่ซาร่าห์เชื่อในเรื่องของวิญญาณ ซึ่งดูงมงายถ้าอธิบายในแง่ของจิตวิทยาแล้วการที่ซาร่าห์ต่อเติมบ้านตลอดเวลาเพราะเธอต้องการรำลึกความทรงจำของสามีผู้ล่วงลับของเธอ พวกเขาทั้งสองช่วยกันสร้างบ้านใหญ่ในเมืองนิวเฮเว่นในอดีตตอนยังมีชีวิตนั่นเอง

 

 

หญิงสาวผู้ก้าวเข้ามารับบทซาร่าห์

เฮเลน มิเรน ผู้มารับบทซาร่าห์กล่าวถึงมุมมองของเธอกับความเชื่อเรื่องผีว่า “ฉันไม่เชื่อเรื่องผีสางค่ะ ถึงแม้ว่าในคืนแต่งงานของฉันเอง ฉันได้เผชิญกับเหตุการณ์บางอย่าง แต่ฉันคงไม่พูดรายละเอียดลงไปในที่นี้นะคะ เพราะเรื่องมันยาว” มิเรนกล่าวทิ้งไว้เช่นนั้น

 

ไปดูความเฮี้ยนของเธอในหนังเรื่องนี้ได้ว่าระหว่างเธอกับผี อะไรจะเฮี้ยนมากกว่ากัน