เพราะเรื่องนี้ “แม่” จะไม่ทน ดาราหญิงฮอลลีวูด รวมตัวสู้การล่วงละเมิดทางเพศ

เพราะเรื่องนี้ “แม่” จะไม่ทน ดาราหญิงฮอลลีวูด รวมตัวสู้การล่วงละเมิดทางเพศ

 

 

เมื่อปีก่อน ไม่มีข่าวไหนสั่นสะเทือนสังคมนักแสดงฮอลลีวูดได้เท่ากับ ข่าว "ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน" ถูกกล่าวหาจากบรรดานักแสดงหญิงฮอลลีวูด ว่าพวกเธอเคยถูกเขาล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อข้อหาดังกล่าวถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างประเทศ ก็มี "เหยื่อ" จำนวนมากออกมาแสดงตัวว่าพวกเธอก็ล้วนเคยเป็นหนึ่งในเหยื่อของฮาร์วีย์มาแล้ว

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักแสดงหญิงหลายคนออกมาแสดงตัวตนว่าครั้งหนึ่งพวกเธอเคยโดนฮาร์วีย์คุกคามทางเพศมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แองเจลิน่า โจลี่ ที่เคยโดยฮาร์วีย์ลวนลามในโรงแรม กวินเน็ธ พัลโทรว์ คารา เดเลวีญ และด้วยเหตุนี้เองบรรดาสื่อจึงพร้อมใจเรียกปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่ามันคือ Weinstein Effect ก่อนจะขยายตัวออกมานอกวงการฮอลลีวูด จนกลายเป็นแฮชแท็กในโซเชียลมีเดียภายใต้ชื่อ #MeToo

 

 

#MeToo คือการรณรงค์ให้บรรดาผู้เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในแค่ฮอลลีวูดเท่านั้น แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลก และเหตุการณ์นี้ก็นำไปสู่การแฉบรรดาผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ชื่อดังจำนวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมาร์ติน สกอร์เซซี เควนติน ทารันติโน่ และอีกจำนวนไม่น้อย

 

คำถามอยู่ที่ว่า ในเมื่อไวน์สตีน เริ่มการคุกคามทางเพศมาเป็นเวลานาน แต่ทำไมถึงไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมานับยี่สิบปี นั่นก็เพราะว่าเขาใช้บารมีในการเป็นคนชี้เป็นชี้ตายให้กับบรรดานักทำหนังและนักแสดงจำนวนมาก เพราะถ้าใครเปิดปากพูดขึ้นมา นั่นหมายความว่าอนาคตในวงการบันเทิงอาจจะต้องปิดฉากลงแบบไม่ทันรู้ตัว นั่นทำให้คนทำงานจำนวนไม่น้อยต้องปิดปากเงียบ

 

สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือการที่ คนขับรถประจำตัวของไวน์สตีน อย่างมิคาเอล เอ็มลูล เผยว่า เขาจำเป็นต้องรับเอานักแสดงสาวไปส่งถึงที่ห้องของฮาร์วีย์ ตามงานเทศกาลภาพยนตร์ หลังจากการเปิดเผยเขารู้สึกเสียใจมากว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก เขาไม่สามารถเตือนหญิงสาวเหล่านั้นได้เลย ว่ากำลังจะต้องไปเจอกับอะไร แต่สิ่งที่เขาทำลงไปก็เพราะเขาก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองเช่นกัน

 

ข่าวคาวเช่นนี้ไม่เคยเป็นข่าวใหญ่มาก่อน เพราะบรรดาสื่อมวลชนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บกพร่องในหน้าที่ แต่เพราะบารมีมาเฟียค่ายหนังอย่างไวน์สตีน ใช้เส้นในกำมือปิดปากสื่อผ่านการโทรศัพท์หาบรรณาธิการ สร้างความสนิทสนมและติดสินบนบรรดานักข่าว ยิ่งไปกว่านั้นตัวไวน์สตีนเองยังจ้างนักสืบเอกชนในการติดตามข่าวฉาวๆที่อาจจะหลุดรอดไป ซึ่งอาจจะมีโอกาสกลับมาคุกคามเขาในภายหลังอีกด้วย

 

 

ล่าสุดบรรดานักแสดงหญิง ฮอลลีวูดชื่อดังอาทิ นาตาลี พอร์ทแมน เอ็มมา สโตน และรีส วิทเทอร์สปูน เคต บลันเชตต์ อีวา ลองโกเรีย และนักแสดงอีกกว่า 300 คน ได้รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งกองทุนที่มีชื่อว่า  Time's Up เพื่อช่วยเหลือคนที่โดนคุกคามทางเพศและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะจ้างทนายเพื่อต่อสู้ฟ้องร้องทำคดี การรวมตัวครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เพศหญิงจากแวดวงฮอลลีวูด และทุกสังคมต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกัน โดยเงินบริจาคที่รวบรวมได้ ณ เวลานี้สูงถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

คุณก็สามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนดังกล่าวได้ผ่านทาง : https://www.gofundme.com/timesup

 

 

ถึงแคมเปญ TIME’S UP จะก่อตั้งโดยบรรดาเพศหญิงก็ตาม แต่แคมเปญนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อบุคคลทุกเพศ ทุกวัยที่เคยถูกคุมคามทางเพศ หรือ ถูกล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบในที่ทำงานหรือตลอดช่วงเวลาที่ประกอบสัมมาชีพต่างๆอยู่ โดยกองทุนนี้ยังได้รับการดูแลภายใต้องค์กรเพื่อสังคมอย่าง National Women’s Law Center อีกด้วย

 

จากเหตุการณ์มหากาพย์ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้คนทั่วโลกควรเรียนรู้ว่า เราทุกคนนั้นมีสิทธิในร่างกายของตัวเองและสามารถปฏิเสธจากการถูกสัมผัสตัวจากใครก็ตาม เหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้เสมอ และถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาเราไม่ควรที่จะกลัว และบอกว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย แต่มันเป็นสิทธิของผู้ถูกกระทำให้ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมในร่างกายของเราเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ปัจเจกบุคคลควรจะตระหนัก และในขณะเดียวกัน เราก็ควรพิจารณาอีกด้วยเช่นกันว่า ทำไมเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศถึงเกิดขึ้นอยู่แทบทุกวัน โดยที่ทุกคนทำเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติชินชาที่เรายอมรับได้เช่นนี้

 

 

 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่