รีวิว Along With the Gods: The Two Worlds แฟนตาซีเกาหลีสไตล์

รีวิว Along With the Gods: The Two Worlds แฟนตาซีเกาหลีสไตล์
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

หนังเกาหลีใต้สร้างปรากฏการณ์สดๆ ร้อนๆ ในปลายปีนี้ หนังใช้ทุนสร้างมหาศาล 35 ล้านเหรียญ (สำหรับเกาหลีนี่เยอะมากแล้วนะ) ได้นายทุนจากจีนมาลงขันด้วย หนังเข้าฉายไป 5 วัน เรียกผู้ชมได้มากถึง 4.75 ล้านคน ได้ทุนคืนไปเรียบร้อยแล้ว

ทำไมถึงหนังถึงได้สร้างกระแสในประเทศได้ขนาดนี้ อย่างแรกเพราะหนังสร้างจากการ์ตูนออนไลน์ชื่อดัง Singwa hamgge ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2010 และพรั่งพร้อมด้วยดาราแถวหน้าของเกาหลีใต้ ฮาจุงวู , ชาแทฮยอน, ลีจุงเจ และที่เรียกสาวๆ ได้มากคือ โดคยองซู จากวงบอยแบนด์ EXO ที่หันมาเล่นหนังหลายเรื่องล่ะ

การ์ตูนต้นฉบับแบ่งเป็น 3 ตอน Afterlife, Life และ Myth ในเรื่องนี้หยิบตอน Afterlife มาสร้าง ซึ่งทางผู้สร้างก็มั่นอกมั่นใจนักหนาว่าหนังจะต้องฮิตถึงกับลงทุนสร้าง 2 ภาคต่อกันไปเลย Along With the Gods: The Two Worlds ออกฉายในเดือนธันวาคม 2017 และภาคต่อ Along With the Gods: The Last 49 Days จะออกฉายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า

ในภาคนี้เล่าเรื่องของ คิมจาฮอง บทของ ชาแทฮยอน ที่ทำหน้าแบบจะร้องไห้หน้าเดียวทั้งเรื่อง เขาเป็นตำรวจดับเพลิงที่เปิดเรื่องมาก็ตายเลย แต่เป็นการตายที่พลีชีพด้วยการช่วยชีวิตเด็กหญิงไว้ได้ วิญญาณของเขาจึงได้รับการสรรเสริญเป็นวิญญาณคนดี มียมฑูตมาต้อนรับไปปรโลก ตามระเบียบของปรโลกในเรื่องนี้ วิญญาณคนดีจะต้องผ่านขั้นตอนขึ้นศาลไต่สวนถึง 7 ศาล แต่ละศาลจะมีเทพเจ้าประจำศาลพิจารณาถึงบาปกรรมแต่ละอย่างที่เคยก่อมาตลอดชีวิต

มีศาลว่าด้วยความเกียจคร้าน, โกหก, อกตัญญู อะไรอีกจำไม่ได้แล้ว ระหว่างอยู่ในศาลจะมีอัยการประจำปรโลก 2 นาย คอยหยิบบาปกรรมในอดีตมาฟ้องร้อง และยมฑูตทั้ง 3 จะทำหน้าที่ทนายแก้ต่างให้คิมจาฮอง ถ้าเขาพ้นผิดทั้ง 7 ศาลก็ได้ไปเกิดใหม่ทันที และเป็นความดีความชอบของยมฑูตทั้ง 3 เช่นกัน

เป็นพล็อตที่น่าสนุกมากครับ สมควรล่ะ ที่ผู้สร้างมั่นใจเทงบให้สร้าง 2 ภาคเลย ตัวหนังอัดแน่นไปด้วยสาระและบันเทิง แต่ละศาลอัยการจะขุดความผิดของคิมจาฮองขึ้นมาเป็นภาพกระทำในอดีต ที่มองตามเหตุแล้วน่าจะเป็นผิดบาปจริงของเขา แต่ทุกการกระทำก็ได้ทนายยมฑูตเปิดเผยเหตุและผลในการกระทำ พลิกมุมมองอีกด้านให้เห็นถึงความจำเป็นและเข้าใจได้ถึงการกระทำนั้นๆ เป็นไอเดียการนำเสนอที่ได้แง่คิดน่าสนใจ

แต่เมื่อผ่านไปได้ 3 ศาล เส้นทางเรื่องก็เริ่มเบนออกทิศทางใหม่เพิ่มฉากแอ็คชั่นเข้ามาเมื่อปีศาจร้ายจำนวนมากไล่ตามคิมจาฮอง เปิดโอกาสให้กังริม และ วอนมัค ได้ควงดาบโชว์ฟอร์มเท่ๆ ในการต่อสู้, กังริมหัวหน้ายมฑูตบอกว่าการที่มีปีศาจไล่ตามคิมจาฮอง เพราะมีคนในครอบครัวเขากลายเป็นวิญญาณอาฆาต กังริม จึงเดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อสืบหาว่าใครคือวิญญาณอาฆาต ในขณะที่ยมฑูตที่เหลือก็พาคิมจาฮองขึ้นศาลต่อไป

ด้วยเนื้อหาของหนังที่เกี่ยวกับความตาย วิญญาณต้องถูกพิจารณาคดีในนรกโลกันต์ และเป็นวิญญาณที่ยังมีห่วงภาระทั้งแม่และน้อง ซึ่งนับว่าเป็นเนื้อหาที่หดหู่หม่นหมองมาก แต่ผู้กำกับคิมยองฮวาเลือกที่จะไม่ให้หนังออกไปทางซีเรียส ก็เลยใส่มุกเบี้ยใบ้รายทางมาทั้งเรื่อง ชาแทฮยอนที่ติดภาพลักษณ์ของนายเจี๋ยมเจี้ยมมาตลอด แต่เรื่องนี้บทของเขาอมทุกข์สุดๆ หน้าที่ชงมุกก็เลยตกเป็นของ จูจีฮุน ในบทยมฑูตเฮวอนมัก และบรรดาตัวประกอบทั้งเทพเจ้าประจำศาลและอัยการก็กลายเป็นตัวตลกกันหมดสิ้น

หนังก็เลยออกมาเป็นต้มยำที่ตอบไม่ได้ว่ารสชาติใดเด่น ทั้งหนังว่าความขึ้นโรงขึ้นศาล แอ็คชั่น คอมเมดี้ และลงท้ายด้วยการบิลต์ฉากดราม่าแบบเอาจริงเอาจังทั้งตัวละครที่น้ำตาท่วมจอ ทั้งดนตรีที่เล่นใหญ่กะเอาตาย ซึ่งก็ได้ผลพอสมควรกับกลุ่มคนดูบ่อน้ำตาตื้น

หนังยาวนานถึง 139 นาที รู้สึกได้ชัดว่ายาวเกินไป ช่วงกลางเรื่องก็ชวนหาวได้เหมือนกัน ตอนที่หนังเบนทิศทางไปเล่าเรื่องราวของ คิมซูฮง น้องชายของคิมจาฮงในค่ายทหาร กินเวลาไปมากและไม่ได้ส่งผลกับทิศทางหลักของเรื่องนัก แต่ดูเหมือนจะเป็นการปูทางไปเชื่อมกับเรื่องราวในภาคต่อ

มองเห็นได้ว่าทุนสร้าง 35 ล้านเหรียญน่าจะหมดไปกับงานทำภาพซีจี เพราะค่อนเรื่องของหนังเกิดในปรโลก จำเป็นต้องใช้ภาพซีจีสร้างขึ้นมาล้วนๆ งานซีจีเป็นผลงานบริษัททำซีจีของเกาหลีใต้เอง และด้วยงบประมาณที่น่าจะจำกัดด้วยส่วนหนึ่ง และประสิทธิภาพของซีจีในระดับเอเซียด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าไปเทียบกับงานซีจีฮอลลีวู้ดก็ฟ้ากะเหวล่ะ

ถ้าเป็นหนังที่มีซีจีโผล่มาเป็นน้ำจิ้มสักแว้บสองแว้บก็พอจะโอเคหรอก แต่นี่คือหนังแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยภาพซีจี แต่ขาดความเนียนทั้งเรื่อง ก็กลายเป็นแผลใหญ่ที่เลี่ยงไม่ได้ บวกกับงานกำกับศิลป์ที่อ่อนมาก

เมื่อซีจีไม่ได้เป็นจุดแข็งแล้ว แต่ถ้าได้งานกำกับศิลป์ที่เก่งก็น่าจะมาช่วยกู้งานภาพให้ออกมาน่าสนใจได้ ผลก็เลยได้ภาพนรกที่ดูสว่างสดใส ศาลปรโลกก็ดูซอมซ่อไร้ซึ่งความน่ากลัว บรรดาเทพเจ้าแต่ละศาลก็ออกมาเหมือนตัวตลกไม่ได้ดูน่าเกรงขาม สมกับเป็นเทพเจ้าผู้ทำหน้าที่ตุลาการเลยสักนิด

ถ้านึกไม่ออกว่างานกำกับศิลป์แฟนตาซีที่ดูลึกลับน่ากลัวเป็นอย่างไร ให้นึกถึง The Cell หนังปี 2000 ของทาร์เซ็ม ซิงก์ครับ เป็นหนังฮอลลีวู้ดที่ใช้ทุนสร้างน้อยกว่าเรื่องนี้อีก

แม้จะเป็นหนังที่รวมดาราแถวหน้าไว้มาก แต่บทพระเอกกลับตกเป็นของฮาจุงวู ผู้รับบทหัวหน้ายมฑูตกังริม ที่บทส่งเขาสุดๆ เก่งทั้งแอ็คชั่น เก่งทั้งสืบสวน แถมยังต้องเป็นมันสมองของทีมในการแก้ต่างให้วิญญาณคิมจาฮอง ซ้ำยังต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองโลก ตามชื่อเรื่องภาคนี้เลย

พังที่สุดคือการเอาอีจุงแจ ดาราเบอร์ต้นๆ ของเกาหลีใต้มารับบท ยอมรา จักรพรรดิ์แห่งยมโลก เห็นแล้วก็ตั้งคำถามว่านี่หรือคือเทพเจ้าสูงสุดของปรโลก มีองครักษ์สองตัวขนาบซ้ายขวาที่ดูเหมือนวอล์คเกอร์จาก The Walking Dead

สรุปได้ว่า Along With the Gods: The Two Worlds เป็นหนังแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยไอเดียมากมายของผู้สร้าง ที่ระดมยัดใส่มาหมดในเรื่องเดียว แฟนตาซีก็เอา แอ็คชั่นก็ดี ดราม่าด้วยนะ อย่าลืมมุกเยอะๆ นะเดี๋ยวหนังเครียดไป

สุดท้ายหนังก็เลยไปได้ไม่สุดสักทาง หนังสนุกมั้ย สนุกนะ พล็อตน่าสนใจแบบนี้ยังไงก็สนุกแน่นอน แต่ถ้าผู้กำกับไม่แตะเบรคบ่อยนัก ปล่อยให้หนังหม่นกว่านี้ตามที่เนื้อหาหนังควรจะเป็น แล้วเน้นหนักอยู่ที่ 7 ศาล มันจะเริ่ดกว่านี้มาก

 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่