หนึ่งวันกระทบไหล่ดารา-ผู้สร้าง Bright หนังบู๊ที่มีแต่ประเด็น (ให้ดราม่า)

หนึ่งวันกระทบไหล่ดารา-ผู้สร้าง Bright หนังบู๊ที่มีแต่ประเด็น (ให้ดราม่า)
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

บทความโดย: Jean Supapong

 

"ความผ่องแผ้วเพียงเท่านั้น ที่จะควบคุมพลังของไม้คทาศักดิ์สิทธิ์ได้" วลีหนึ่งจากบทที่ 7:15 ในตำราแห่งการทำนาย บ่งบอกทิศทางของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ "วิล สมิธ" ที่ได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ "เดวิด เอเยอร์" หลังจากที่เคยสรรค์สร้างผลงานร่วมกันได้อย่างโดดเด่นใน Suicide Squad และครั้งนี้พวกเขามาพร้อมความเปล่งปลั่ง คอนเซ็ปต์เจ๋งๆ และทีมนักแสดงคุณภาพ ทั้งหมดก็คือ "Bright" ทาง Netflix

เมื่อช่วงก่อนวันคริสมาสต์ที่ผ่านมา Sanook! Movie ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมเดินสายทัวร์ในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่องล่าสุดอย่าง "Bright" ซึ่งเวิล์ดทัวร์แลนด์มาร์กสุดท้ายอยู่ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าสภาพอากาศจะค่อนข้างหนาวจับใจ แต่บรรดาแฟนๆ และนักแสดงก็พร้อมนำเสนอภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มใหญ่ส่งท้ายปีเรื่องนี้

 

สำหรับรอบปฐมทัศน์ของ Bright ได้จัดขึ้นอยู่ย่านใจกลางกรุงโตเกียว เหล่านักแสดงต่างพร้อมใจย่ำพรมแดง ไม่ว่าจะเป็น วิล สมิธ (Suicide Squad), โจล เอ็ดเกอร์ตัน (It Comes at Night), นูมมิ ราเพลช (What Happened to Monday ) หรือ ดอว์น โอลิเวียริ (The Last Witch Hunter) รวมทั้งผู้กำกับคนดัง เดวิด เอเยอร์ (Suicide Squad) และโปรดิวเซอร์มือทอง เอริก นิวแมน (จาก RoboCop) กับ ไรอัน อันคริส (จาก The Hunger Games: Mockingjay)

วิล สมิธ กับ โจล เอ็ดเกอร์ตัน นักแสดงนำที่รับบทเป็นคู่หูตำรวจต่างสายพันธุ์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ในการรับบทบาทในเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกหลงรักนับตั้งแต่อ่านบทหนังเป็นครั้งแรก ภายในหัวของพวกเขาเต็มไปด้วยจินตนาการมากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่อง

พวกเขายังบอกอีกว่า ประเด็นของหนังเรื่องนี้ให้แง่คิดต่างๆ กับสังคม โดยเฉพาะปัญหาการกลั่นแกล้งผู้อ่อนกว่า หรือ การตัดสินใจพิพากษาผู้อื่นโดยไม่ไตร่ตรองก่อน ล้วนเป็นปัญหาที่มักเกิดผลเสียตามมา โดยยังคงเรื้อรังระบาดไปทั่วมุมโลก หนังเรื่องนี้ได้สะท้อนถึงปัญหาเหล่านั้น พร้อมกับหวังว่าผู้คนจะหันกลับมามองและพิจารณาตัวเอง มีอะไรตรงไหนบ้างที่เราเผลอทำร้ายคนอื่นจากความคิดของตัวเอง

ไม่เท่านั้น Sanook! Movie ยังมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับนักแสดงและทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Bright อย่างใกล้ชิดด้วย เริ่มต้นด้วยการถามโปรดิวเซอร์หนุ่มทั้ง 2 คน อย่าง เอริก กับ ไรอัน ที่เล่าถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาบอกว่ารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ออกมาทั้งหมด โดยเฉพาะความลงตัวและเคมที่เข้ากันของ วิล กับ โจล ที่เป็นคู่หูตำรวจต่างสายพันธุ์ ขณะที่งานกำกับของ เดวิด ก็ถ่ายทอดออกมาได้น่าทึ่งและตรงตามกับที่ทุกฝ่ายหวังจะให้เป็น

 

เอริก กับ ไรอัน กล่าวเสริมว่า สำหรับภาพยนตร์นี้เป็นแนวแอคชั่นแฟนตาซี ที่หยิบเอาเรื่องราวที่ใครๆ ก็เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ ตัวละครปรัมปราที่ถูกหยิบมาสร้างเป็นตัวละครที่ชีวิตจริง มีจิตใต้สำนึก มีความรู้สึก โดยผูกโยงเข้ากับเรื่องต่างๆ ได้อย่างน่าลงตัว งานเขียนของ แม็กซ์ แลนดิส (ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้) ได้สร้างมิติให้กับทุกบทบาท อ้างอิงถึงปัญหาสังคม เชื่อมโยงกับคัมภีร์ไบเบิลบ้าง ทำให้หลายๆ แง่มุมมีความเสมือนจริงมาก

เมื่อได้ถามถึงความกังวลในด้านผลตอบรับที่จะตามมา ประกอบกับ Bright มีทุนสร้างสูงถึง 90 ล้านเหรียญฯ และยังเป็นเพียงภาพยนตร์ฉายออนไลน์ใน Netflix เท่านั้น โปรดิวเซอร์หนุ่มทั้ง 2 คน อธิบายในประเด็นนี้ว่า

"สำหรับตัวผมไม่ได้เอาตัวเลขจากตารางบ็อกซ์ออฟฟิศมาตัดสินใจว่าหนังสำเร็จหรือไม่นะครับ เพราะมีเพียง 2 สิ่งที่ทำให้เราภูมิใจคือ เราสร้างหนังที่ดีออกมาและเราสร้างสรรค์มันได้ออกมาดีแล้ว เราเลยมองว่าเรื่องพวกนี้ทำให้เรากดดันหรือกังวลเป็นสิ่งท้ายๆ เลย"

"อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ พวกหนังบ็อกซ์บัสเตอร์ทั่วไปนั้น คุณจะมีเวลาเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ที่จะรู้สึกเอ็นจอยกับมันในโรงหนัง แต่สำหรับหนังในเน็ตฟลิกซ์มีความบ็อกซ์บัสเตอร์ได้นานกว่า เพราะหนังเหล่านั้นสร้างขึ้นมาโดยไม่มีวันจะหลุดจากโปรแกรมฉายเลย ทุกคนจะเปิดขึ้นมาดูและบันเทิงได้เมื่อไหร่ก็ได้ครับ"

 

ทางด้านผู้กำกับ เดวิด เอเยอร์ ก็นั่งเล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์ทำงานครั้งล่าสุดของเขา ที่ต้องยอมรับว่าเป็นเกียรติและดีใจที่ได้ร่วมงานกับผู้ชายชื่อ วิล สมิธ อีกครั้ง "เขาเป็นเหมือนพวกเครื่องจักรเลยครับ เขารู้จักมุมกล้องดี เขารู้สึกเทคนิคการแสดงและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เป็นอย่างดี ประสบการณ์การทำงานของเขาทุกคนก็น่าจะรู้ดีว่าเขามืออาชีพมาก เขาเชื่อใจในการกำกับของผม ส่วนผมก็เชื่อและรับฟังในไอเดียความคิดของของเขาเสมอครับ"

เมื่อยิ่งเจาะลึกเข้าไปถึง 3 สายพันธุ์ของตัวละครหลักในภาพยนตร์เรื่องนี้ เดวิด อธิบายให้ฟังว่า "ตัวละครจะแบ่งลักษณะและชนชั้นที่ค่อนข้างชัดเจนครับ พวกออร์คก็จะเป็นกลุ่มที่ขัดสนแร้งแค้น ทำให้สูญเสียโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะการยอมรับในสังคม ทำให้สายตาอื่นๆ จะมองพวกเขาเป็นพวกอันตรายครับ"

"ส่วนพวกเอลฟ์ก็จะค่อนข้างมีฐานะหน่อย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มองเป็นกลุ่มฟุ้งเฟ้อและมีชีวิตที่วิเศษ ค่อนข้างตรงกันข้ามกับพวกออร์คเลย ขณะที่พวกมนุษย์ก็จะมีความเป็นมนุษย์ ทุกคนมีชีวิตธรรมดาๆ เพียงแต่ต้องอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆ ทำให้เป็นเหมือนตัวกลางในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลาย"

 

ขณะที่ นูมมิ ราเพลช นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ เกี่ยวกับบทบาทที่ออกจะร้ายนิดๆ จัดจ้านหน่อยๆ เธอยอมรับเลยว่าการตัดสินใจรับบทบาทเป็นตัวละครนี้ ค่อนข้างยากและต้องศึกษาค้นคว้าเองเพื่อตีความในคาแรกเตอร์ตัวละครที่เธอต้องแสดง

"ตอนที่ฉันศึกษาเกี่ยวกับบทในเรื่องนี้ ฉันกลับไปฟังเพลงแนวเซลติกบ่อยเลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันก็นึกย้อนกลับไปถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่อยู่ไอซ์แลนด์ ที่นั่นมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเอลฟ์ ฉันกลับไปค้นคว้าข้อมูลกับคุณยายของฉัน ถามท่านถึงเรื่องราวปรัมปราในจินตนาการที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นของเรา แล้วนำมาปรับและตีความในรูปแบบของฉันค่ะ"

ในหนังเรื่องนี้ เลลาห์ เป็นเอลฟ์สาว นูมมิ ต้องโชว์ทักษะด้านภาษาที่สร้างขึ้นมาใหม่ เธอเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า "เอาจริงๆ เหรอ มันยากมากเลยค่ะ นี่เป็นครั้งสองในชีวิตการทำงานอาชีพนี้ของฉันเลย ตอนที่รับทบทใน Sherlock Holmes: A Game of Shadows ต้องไปเรียนภาษาโรมาเนีย แต่ในเรื่องนี้เป็นภาษาเอลฟ์ มันเหมือนภาษาต่างดาวที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต แล้วเราก็ไม่มีที่ไหนจะให้ไปเรียนภาษานี้ได้ด้วย ทำให้ฉันต้องค่อยๆ คิดค้นและจินตนาการถ่ายทอดออกมา ต้องใช้การจดจำมากเป็นพิเศษเลยค่ะ"

ฉากบู๊แอคชั่นสำหรับตัวเธอเองก็มีอยู่หลายฉาก เธอเล่าต่อว่า "ฉันเตรียมตัวฝึกซ้อมก่อนเข้าฉากประมาณ 8 สัปดาห์ค่ะ ซ้อมทุกๆ อย่าง ยิงปืน เตะต่อย ต่อสู้ เพราะว่าบทนี้เป็นเอลฟ์ ต้องทำความเข้าใจและเรียนทักษะความคล่องแคล่วของตัวละคร ทำให้ออกแบบทุกท่วงท่าของตัวละครนี้ให้ออกมาตรงตามคาแรกเตอร์ที่สุด แล้วก็ดีมากๆ เลยนะคะที่ เดวิด เปิดโอกาสให้ฉันได้ช่วยสร้างตัวละครนี้ในแบบของฉันเอง ทุกอย่างเลยออกมาในแบบที่เราได้ช่วยกัน"

 

และเมื่อได้พูดถึงโอกาสที่ได้ร่วมงานกับ วิล สมิธิ เธอบอกว่า "ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับวิล เขาเป็นคนที่น่ารักมาก เขาทำให้เรารู้สึกดีในการทำงาน ช่วยเราค้นหาบทบาทที่ได้รับอย่างน่าทึ่ง เขาทำทุกอย่างให้ดูง่ายไปหมดค่ะ"

นอกจากนี้ นูมมิ ยังได้ฝากถึงแฟนๆ ที่อาจจะติดภาพเธอเป็นยัยสาวตัวร้ายจากหนังเรื่องก่อนๆ หลังจากนี้เธอเริ่มจะลองฉีกบทบาทอื่นๆ ดูบ้าง เพื่อเป็นความท้าทายของอาชีพการทำงาน เพราะล่าสุดก็เพิ่งถ่ายทำหนังระทึกขวัญอาชญากรรม Stockholm เสร็จไปหมาดๆ และยังมีหนังดราม่ารวมนักแสดงหญิง Close ที่ได้ทำงานกับผู้กำกับหญิงด้วย เรื่องนี้เธอก็ดูจะภูมิใจนำเสนอมากๆ เช่นเดียวกัน

และที่สำคัญหนังแอคชั่นแฟนตาซี "Bright" ออกฉายส่งท้ายปี 2017 ผ่านทาง Netflix แล้ว ทุกหน้าจอที่อยู่ในมือคุณ

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่