7 เหตุผลที่คุณควรดู WONDER

7 เหตุผลที่คุณควรดู WONDER

ช่วงเวลาสิ้นปี จัดได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่บรรดาหนัง “คุณภาพ” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กับแบบถี่ยิบ หนึ่งในนั้นคือหนังครอบครัวอย่าง Wonder ซึ่งเล่าเรื่องราวของออกัสต์ พูลแมน และคนรอบตัวของเขา แต่ความพิเศษของหนังเรื่องนี้ประกอบไปด้วย 7 เหตุผลต่อไปนี้

 

 

1.หนังดัดแปลงมาจากนิยายขายดี

สร้างจากหนังสือขายดีติดอันดับนิวยอร์กเบสเซลเลอร์ Wonder ผลงานของอาร์ เจ ปาลาซิโอ้ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2013 ผู้อ่านจะได้ตามติดชีวิตของเด็กชายที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เกิดมาพร้อมกับใบหน้าไม่สมประกอบที่พร้อมจะทำให้คนแปลกหน้าเบือนหน้าหนี แต่กลายเป็นว่าตัวอ๊อกกี้ พูลแมน นั้นมีเสน่ห์จนทำให้คนที่ได้ลองอ่านวางไม่ลง ปาลาซิโอ้เล่าชีวิตของอ๊อกกี้ออกมาด้วยอารมณ์ขัน สิ่งที่เธอเล่าออกมาผ่านสายตาของเด็กชายนั้นโดนใจหลายๆ คน ในโลกปัจจุบันที่คนเราสนใจแต่เปลือกนอกจนไม่ทันใด้สังเกตความงดงามที่ซ่อนอยู่ลึกลงไป

 

 

2.มาพร้อมเรื่องราวที่คนดูอยากเอาใจช่วย

หนังบอกเล่าเรื่องราวของ อ๊อกกี้ พูลแมน เด็กชายที่เกิดมาพร้อมรอยแผลบนใบหน้าซึ่งผ่านการผ่าตัดแก้ไขหลายต่อหลายครั้งทำให้เขาเข้าเรียนในโรงเรียนไม่ได้จนถึงตอนนี้ การตัดสินใจเข้าเรียนชั้นเกรดห้าที่โรงเรียนสามัญเหมือนเป็นโลกใบใหม่สำหรับเขา มันคือการผจญภัยที่ตัวอ๊อกกี้เองคาดไม่ถึง สิ่งเดียวที่อ๊อกกี้ต้องการ คือ การเป็นเด็กธรรมดาๆ แม้ว่าเขาจะรู้สึกสงบใจกว่าเมื่อสวมหมวกนักบินอวกาศไว้ แต่แล้วเขากลับต้องเผชิญกับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเด็กคนอื่นที่ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรเมื่อได้เห็นใบหน้าของเขา แม้ว่าเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากแต่มันก็เจือไว้ด้วยความตลกและความงดงามของมิตรภาพ

 

 

3.นี่ไม่ใช่แค่หนังดราม่า ชีวิตรันทด

“มุมมองเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยน”  Wonder คือหนังที่จะเปลี่ยนมุมมองในการมองโลกให้กับผู้ชม หลายคนอาจจะมองแค่ว่า Wonder เป็นหนังสำหรับคนโลกสวย แต่เปล่าเลยมันน่าจะเป็นหนังในกลุ่มประเภทนำเสนอการ “เลือกทำดี (Choose Kind)” ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังเล่าเรื่องราวจากหลากมุมมองของตัวละครที่เกี่ยวพันกับอ๊อกกี้ และเล่าภาพรวมของสังคมคนอเมริกันได้น่าสนใจ อีกทั้งหนังยังพาคนดูให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม ราวกับเรากลายเป็น “คนชายขอบ” แบบอ๊อกกี้สักครั้งในชีวิตด้วยนั่นเอง

 

 

4.อยากทำความเข้าใจโลกของคนหน้าตาไม่ดีดูไหม

อ๊อกกี้ได้ฉายาว่า “สิ่งที่ไม่น่ามอง” จากการที่ทุกคนเบือนหน้าหนีเมื่อได้เห็น ตัวผู้เขียนเองได้แรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครนี้จากเรื่องจริง

อาร์.เจ. ปาลาซิโอ้ ยอมรับเองว่าเธอเคยเป็นคนที่เบือนหน้าหนีเหมือนกัน ในปี 2008 เธอบังเอิญพบกับเด็กที่มีใบหน้าผิดปกติที่คิวซื้อไอศครีมขณะที่เธอพาลูกๆ ออกไปเที่ยว ซึ่งเธอได้ทำสิ่งที่เธอเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ เธอกล่าว “เรานั่งติดกับเด็กที่มีใบหน้าผิดปกติ เหมือนกับที่ฉันบรรยายอ๊อกกี้ไว้ในหนังสือ ลูกชายฉันมองหน้าเด็กคนนั้นไม่ละสายตา ฉันรีบดึงลูกฉันออกมาเพราะกลัวว่าเขาจะทำให้เด็กคนนั้นรู้สึกไม่ดี แต่กลายเป็นว่าตัวฉันเองนั่นแหละที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง” ด้วยความละอายและรู้สึกผิด เธอจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร หากเราต้องอยู่ในโลกที่คนอื่นไม่รู้จะทำตัวกับคุณอย่างไรในทุกวันผ่านตัวละครอ๊อกกี้

 

 

5.โรคใบหน้าผิดปกติมีอยู่จริง (และเราควรเข้าใจ)

โรค Treacher-Collins Syndrome ที่เกิดจากการยีนผิดปกติแค่ตัวเดียว แต่สามารถทำให้การวางตัวของกระดูกโครงหน้าผิดปกติได้ บางคนที่เป็นโรคนี้อาจจะมีอาการน้อยมากจนไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำ ส่วนบางคนอาจจะมีกระดูกงอกในกะโหลกจนส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ การมองเห็น และการได้ยิน บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขตั้งแต่ก่อนอายุห้าขวบ แม้ว่าโครงหน้าอาจจะผิดปกติ แต่เด็กเหล่านี้การสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติ เพียงแต่สิ่งที่ยากกว่าเรื่องสุขภาพกลับเป็นการรับมือกับ “สายตา” ของคนในสังคมมากกว่า

 

 

6.การส่งต่อความดีเป็นเรื่องที่หนังเรื่องนี้อยากบอกผู้ชม

ชีวิตของมนุษย์นั้นจำเป็นแค่ไหน ที่เราจะต้องส่งต่อความดีให้คนอื่น อาจจะเป็นแนวคิดสำคัญ แต่แนวคิดเช่นนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องราว “โลกสวย” เพ้อเจ้อ จับต้องไม่ได้ หากผู้เขียน (หรือผู้กำกับ) นำเสนอประเด็นเหล่านี้ด้วยการขยี้ให้กลายเป็นพล็อตแบบเมโลดราม่า แต่ Wonder (ทั้งนิยายและภาพยนตร์) เลือกจะนำเสนอเรื่องราวของอ๊อกกี้และคนรอบตัวให้ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ และยังมาพร้อมกับอารมณ์ขันแบบตลกร้าย อีกทั้งเรื่องราวนี้จะต้องโดนใจคนทั่วไปที่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ในสังคม

 

 

7.การแสดงของน้องเจค็อบ เทรมเบลย์

หลังจากที่น้องเจค็อบ เทรมเบลย์ ฉายแววการแสดงใน Room ซึ่งเขารับบทเป็นเหยื่อลักพาตัวที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกมาก่อน ทีมงานเห็นตัวอ๊อกกี้ ในเด็กคนนี้ทันที ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเจค็อบได้อ่านหนังสือพร้อมๆ กับแม่ของเขา แม่ของเขาร้องไห้หนักมากทีเดียว เพราะหนังสือเล่มนี้ เล่าเรื่องการปรับตัวของอ๊อกกี้ ในการเข้าสังคม การทำเขาต้องทำให้คนรอบข้างยอมรับแทนที่จะรู้สึกกลัว

ความยากในการทำความเข้าใจบทที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์สูง การที่ตัวอ๊อกกี้ยอมรับว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น เขาแค่ต้องการให้คนรอบข้างเขาเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เขายังเข้าใจว่าอ๊อกกี้เป็นเด็กที่มีจิตใจงดงาม เขาเป็นตัวฮาในขณะเดียวกับที่เขาแกร่งเกินวัยเพราะเขาต้องผ่านการผ่าตัดมา 27 ครั้งแล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องจับตามองนักแสดงเด็กดาวรุ่งคนนี้ไว้ให้ดี