สุดยอด "คุณพ่อ" บนหน้าจอ ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้!

สุดยอด "คุณพ่อ" บนหน้าจอ ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้!
Netflix

สนับสนุนเนื้อหา


หากพูดถึงพ่อ คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ค่อยจะพูดหรือแสดงออกทางอารมณ์มากนัก แต่ในฐานะของความเป็นพ่อ เชื่อได้ว่าพ่อทุกคนมีสัญชาตญาณแห่งความเป็นพ่อตั้งแต่ได้รู้ว่ามีสิ่งชีวิตน้อยๆ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนได้ถือกำเนิดขึ้น และพร้อมที่จะทำหน้าที่ในการปกป้องดูแลอย่างเต็มที่ เนื่องในวันพ่อปีนี้ เราจะขอยก 7 ตัวละครคุณพ่อที่ควรค่าแก่การพูดถึง ยกย่อง และชื่นชมในฐานะผู้นำครอบครัว ฮีโร่ของลูกและตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น

มาร์ตี้ เบิร์ด จาก โอซาร์ก (Ozark)


มาร์ตี้ เบิร์ด นักธุรกิจด้านการเงินที่เบื้องหลังคอยช่วยเหลือนักค้ายารายใหญ่ฟอกเงิน ซึ่งวันหนึ่งเกิดเรื่องใหญ่ทำให้เขาและครอบครัวต้องอพยพจากชิคาโกไปยังเมืองโอซาร์กที่ห่างไกลความเจริญ ที่นั่นเขาต้องฟอกเงินกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อมีชีวิตรอด จากเมืองใหญ่สู่ดินแดนไกลโพ้น ลูกของมาร์ตี้ทั้ง 2 คนจึงต้องปรับตัวอย่างหนัก ถึงแม้ว่ามาร์ตี้ต้องจัดการหาวิธีฟอกเงินที่แนบเนียน แต่เขาก็ไม่ละทิ้งคำว่าพ่อ มาร์ตี้คอยย้ำและสร้างความมั่นใจให้กับลูกของเขาเสมอ ครอบครัวนี้ทำให้เราเห็นว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะหนักหนาแค่ไหน หากคนในครอบครัวช่วยกันประคอง ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี


ไมเคิล ไวท์ฮอล จาก แจ็ค ไวท์ฮอล: เดินทางกับพ่อ (Jack Whitehall: Travels with My Father)

ไมเคิล ไวท์ฮอล คุณพ่อวัย 77 ปีที่ร่วมเดินทางแนวแบ็คแพคเกอร์ในประเทศไทย กัมพูชาและเวียดนาม กับแจ็ค ลูกชายนักเดี่ยวไมโครโฟนวัย 22 ปี ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้อาจจะดูวุ่นวายสำหรับหลายๆ คน แต่หากมองลึกๆ แล้ว แจ็คและไมเคิลคือตัวอย่างของการกระชับความสัมพันธ์พ่อลูกที่รุ่นค่อนข้างแตกต่างกันมาก ศึกษาและเรียนรู้กันและกัน แม้ว่าไมเคิลจะเป็นคนที่ค่อนข้างไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ แต่ในที่สุดเขาก็ลองและกล้าทำสิ่งที่ไม่อยากทำ


พาโบล เอสโกบาร์ จาก นาร์โคส (Narcos)

พาโบล เอสโกบาร์ เจ้าพ่อโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโคลอมเบียและของโลก ที่มีลุคเหี้ยมโหด ดุดันจากสายตาของคนภายนอก แต่สำหรับลูกของเขา พาโบลคือคุณพ่อที่รักและเป็นฮีโร่ตัวจริง พาโบลคอยบอกและแสดงออกให้ลูกชายเขาเห็นถึงความสำคัญของการเป็นหัวหน้าครอบครัว พร้อมทั้งย้ำเสมอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวต้องมาก่อน นอกจากนี้พาโบลยอมเสียสละทุกอย่างและทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อลูกและภรรยาของเขา อาทิ เขาเผาเงินกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้ลูกสาวผิงไฟเมื่อเธอหนาว เป็นต้น


จิม ฮอพเปอร์ จาก สเตรนเจอร์ ธิงส์ (Stranger Things)



จิม ฮอพเปอร์ หัวหน้ากองตำรวจเมืองฮอว์กินส์ ผู้ที่คอยดูแลจัดการปัญหา อาชญากรรมต่างๆ ของเมือง จิมสูญเสียลูกสาววัยเด็กที่จากไปด้วยโรคมะเร็ง ทำให้เขามีความฝันที่จะเป็นพ่อคนอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นเขาในมุมอบอุ่นมากนัก แต่เขาก็คอยคุ้มครองและปกป้องกลุ่มเด็กๆ เสมอ จนในที่สุดความฝันของเขาก็เป็นจริง เมื่อจิมได้รับเลี้ยงอีเลฟเว่น เด็กกำพร้าที่ถูกจับตัวไปเพื่อทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นลูกบุญธรรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้ชมส่วนมากก็ไม่แปลกใจเท่าไร เพราะได้เห็นความสัมพันธ์ที่น่ารักของจิมและอีเลฟเว่นมาตลอดซีซัน 2 ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของซีซันนี้


ซงดงอิล จาก คิดถึงเธอ 1994 (Reply 1994)



ซงดงอิลอาจจะดูเป็นคนที่พูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา แต่จริงๆ แล้ว ดงอิลมีความเป็นพ่ออยู่เต็มหัวใจ ไม่เพียงแต่ความรักและการสนับสนุนที่เขามีให้ลูกของเขาเท่านั้น เขายังแบ่งปันความห่วงใยให้กับลูกของเพื่อนสนิท ที่เขารักเหมือนลูกแท้ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ดงอิลตัดสินใจเปิดหอพักเพื่อให้นักศึกษาที่จากบ้านเกิดมาเล่าเรียนในกรุงโซล ได้มีที่พักอาศัย พร้อมทั้งดูแลและให้ความช่วยเหลือเหล่านักศึกษา เหมือนพวกเขาอยู่บ้านตัวเองจริงๆ พูดได้เต็มปากว่าซงดงอิลคือพ่อของทุกคนจริงๆ


วอลเตอร์ ฮาร์ทเวล ไวท์ ซีเนียร์ จาก ดับเครื่องชน คนดีแตก (Breaking Bad)



วอลเตอร์ ไวท์ อดีตอาจารย์สอนวิชาเคมีในไฮสคูลที่ต้องผันตัวมาเป็นผู้ผลิตยาเสพย์ติดเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวในอนาคตและรักษาตัวจากโรคมะเร็งระยะที่ 3 วอลเตอร์และภรรยามีลูกชาย 1 คนที่เป็นโรคสมองพิการ และลูกสาวที่ภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ (คลอดในตอนท้ายของซีซันที่ 2) แม้ว่าสภาพแวดล้อมและปัญหาชีวิตกดดันให้วอลเตอร์ต้องทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่ในฐานะพ่อและสามีเขายอมทำทุกอย่างเพื่อชีวิตที่ดีที่สุดของลูกและภรรยา โดยเฉพาะกับลูกชาย วอลเตอร์อยู่เคียงข้างให้กำลังใจและผลักดันให้เขาสู้และมองข้ามความผิดปกติ รวมทั้งปลูกฝังให้เขาเป็นผู้นำครอบครัว



เฟร็ด แอนดรูวส์ จาก ริเวอร์เดล (Riverdale)



เฟร็ด แอนดรูวส์ ชายเงียบขรึมและไม่ค่อยจะแสดงออกทางอารมณ์มากนัก ตลอดสองซีซันที่ผ่านมาเฟร็ดทำหน้าที่ของพ่ออย่างเต็มที่ เขามักจะเปิดอกคุยกับอาร์ชี่ในทุกเรื่อง อาร์ชี่คือลูกชายคนเดียวของเฟร็ดและเขาก็เลี้ยงดูอาร์ชี่คนเดียวมาโดยตลอด เขาจึงมีความคาดหวังกับอาร์ชี่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการสานต่อกิจการรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว แต่อาร์ชี่กลับปฏิเสธและเลือกที่จะเดินเส้นทางสายนักดนตรี เฟร็ดซึ่งตอนแรกไม่เห็นด้วยนัก แต่ด้วยความรักและเข้าใจ รวมทั้งความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของพ่อลูกคู่นี้ ทำให้เขาเปลี่ยนมาสนับสนุนอาร์ชี่อย่างเต็มตัว ถึงขั้นปรับแต่งโรงจอดรถเป็นห้องซ้อมดนตรีเก็บเสียงเลยทีเดียว

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของคุณพ่อที่มีคาแรกเตอร์หลากหลายแบบ แล้วพ่อของคุณล่ะเป็นแบบไหน ร่วมฉลองวันพ่อปีนี้ด้วยการดูซีรีส์เหล่านี้กับคุณพ่อและทำความรู้จักพวกเขาเพิ่มเติมได้ทาง Netflix สตรีมมิ่งแล้ววันนี้