10 เรื่องน่ารู้ก่อนดูภาคส่งท้าย RESIDENT EVIL THE FINAL CHAPTER

10 เรื่องน่ารู้ก่อนดูภาคส่งท้าย RESIDENT EVIL THE FINAL CHAPTER
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

1.14 ปีของ RESIDENT EVIL บนจอภาพยนตร์


ในปี 2002 RESIDENT EVIL มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้กำกับ พอล ดับบลิว. เอส. แอนเดอร์สัน หยิบเอาเกมเพลย์สเตชั่นยอดฮิตมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แนวไซไฟ-ระทึกขวัญ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังพักร้อนจากการทำหนัง แต่แล้วผู้อำนวยการสร้างอย่างเจเรมี โบลท์ ได้โทรศัพท์หาพอลและบอกว่า ‘ผมเล่นเกม Resident Evil อยู่ เราจะต้องคว้าสิทธิในการสร้างหนังเรื่องนี้ให้ได้’


หลังจากนั้นเกม RESIDENT EVIL ก็ได้มีโอกาสมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ และตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดโลก หนังใช้ทุนสร้าง 33 ล้านเหรียญแต่ทำรายรับรวมไปทั้งสิ้น 102 ล้านเหรียญ จนสตูดิโออย่างโซนี่ พิกเจอรส์และสกรีนเจมเดินหน้าภาคต่อทันที จากวันนั้นถึงวันนี้ การเดินทางของแฟรนชายส์นี้ทั้งห้าภาคสามารถทำเงินกว่า 1 พันล้านเหรียญทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นแฟรนชายส์ที่ดัดแปลงมาจากเกมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเรื่องนึงของโลก (เพราะเรื่องอื่นๆ สร้างออกมาแล้วก็เจ๊ง โดนด่าเละเทะเสียส่วนใหญ่ เหยื่อรายล่าสุดคือ Assassin's Creed)

 

2.ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุด


Resident Evil ผลงานการกำกับของ พอล ดับเบิลยู. เอส. แอนเดอร์สัน บอกเล่าเรื่องราวของอลิซ (มิลล่า โจโววิช) เธอเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรอัมเบรล่า คอเปอเรชั่น หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ความจำเสื่อมชั่วคราว จนกระทั่งทีมกู้ภัยได้จับตัวเธอและเดินทางไปยัง “รวงผึ้ง” ศูนย์บัญชาการใต้ดินของอัมเบรล่า เธอได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับ ที-ไวรัส ไวรัสที่จะเปลี่ยนให้มนุษย์กลายเป็นซอมบี้ อลิซและทีมต้องพยายามหนีออกมาจากรวงผึ้ง แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่าการชักใยของอัมเบรล่านั้นน่ากลัวเกินคาดคิด

Resident Evil: Apocalypse
ผลงานการกำกับของ อเล็กซานเดอร์ วิตต์
อลิซตื่นขึ้นมาหลังจากการที่เธอถูกอัมเบรล่าจับไปฉีดสารบางอย่างเข้าไปในร่างกาย เธอพบว่าเมืองแร็คคูนซิตี้เต็มไปด้วยซอมบี้ เธอค้นพบว่าตัวเองกำลังกลายเป็นร่างทดลอง และพบว่าแมทท์ (อีริค มาไบอุส) ผู้รอดชีวิตจากภาคแรกถูกทำให้กลายร่างเป็นเนเมซิสอสูรกายพันธุ์โหด ที่ถูกกำหนดโปรแกรมขึ้นมาให้กำจัดเธอ

Resident Evil: Extinction
ผลงานการกำกับของ รัสเซลล์ มัลคาไฮ
เชื้อไวรัสซอมบี้ได้ระบาดไปทั่ว อลิซแยกตัวเองออกมาจากกลุ่มผู้รอดชีวิตเพราะเป็นห่วงคนอื่นที่จะถูกอัมเบรล่าตามล่า อีกทั้งเธอยังหวาดกลัวพลังพิเศษของตัวเอง แต่แล้วคนอื่นๆก็พยายามตามหาเธอและรวมทีมกันเพื่อเดินทางไปยังตอนเหนือของแคนนาดาและอลิซมีเป้าหมายในการเดินทางไปทำลายฐานทดลองของอัมเบรล่า แต่เธอกลับค้นพบความจริงที่ชวนตกใจว่า ณ ที่นั่นมีร่างโคลนนิ่งของเธออยู่เต็มไปหมด เธอจึงตัดสินใจในการปลุกร่างโคลนเหล่านั้นเพื่อไปถล่มฐานทัพใหญ่ของอัมเบรล่า

Resident Evil: Afterlife
ผลงานการกำกับของ พอล ดับเบิลยู. เอส. แอนเดอร์สัน
อลิซและร่างโคลนนิ่งของเธอเดินทางไปยังฐานทดลองที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เธอโดนเวสเกอร์ ประธานของอัมเบรล่าฉีดวัคซีนสลายพลังทำให้เธอกลายเป็นคนธรรมดา แต่อลิซก็ยังใช้ความสามารถที่มีในการปลดปล่อยเพื่อน แต่เธอกลับพบว่าจริงทุกอย่างเป็นกับดักที่ล่อให้ผู้รอดชีวิตเดินทางมายังเรือช่วยชีวิตกลางทะเลก่อนโดนควบคุมจิตใจ แต่อลิซก็ควบคุมสถานการณ์ได้และเวสเกอร์ก็ถูกปราบ (จริงเหรอ?)

Resident Evil: Retribution
ผลงานการกำกับของ พอล ดับเบิลยู. เอส. แอนเดอร์สัน
อลิซตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองโดนอัมเบรล่าจับตัวมาทดลองอีกครั้ง เธอต้องหนีออกมาจากฐานทดลองโดยความช่วยเหลือของเพื่อนๆ ทีมกู้ภัยเดินทางเข้ามาช่วยเหลืออลิซตามคำสั่งของเวสเกอร์ ประธานของอัมเบรล่าที่ค้นพบว่า AI ของบริษัทตัวเองกำลังวางแผนทำลายล้างโลก และเวสเกอร์ได้ตัดสินใจให้ยาฟื้นฟูความสามารถของอลิซให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

RESIDENT EVIL: THE FINAL CHAPTER
อลิซกลับสู่ต้นกำเนิดของทีไวรัสในแร็คคูน ซิตี้อีกครั้ง ณ เมืองแห่งนี้ เธอจะพยายามหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสอีกครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และการล่มสลายของกองทัพส่วนตัวของเธอใน Resident Evil: Retribution เธอก็ได้รับโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้นจากแผนการขั้นสุดท้ายของอัมเบรลลา คอร์ปอเรชั่น

 

3.เอกลักษณ์ของแฟรนชายส์ Resident Evil


เอกลักษณ์ของหนัง Resident Evil คือการผสมผสานสไตล์ของหนังแอ็คชั่นและสยองขวัญเข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากเนื้อเรื่องของหนังก็ไม่ได้เป็นหนังซอมบี้โดยตรง (ซอมบี้เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น) ตัวเรื่องมีความเป็นหนังไซไฟ วิทยาศาสตร์(แม้จะเหนือจริงก็ตาม) แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็คือการมีอยู่ของตัวละครอย่าง “อลิซ” ซึ่งเป็นตัวละครใหม่ที่ใส่เข้ามาเพื่อเป็นตัวกลางระหว่างคนเล่นเกมและคนดูทั่วไป เพราะคนดูจะสนุกกับหนังได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนเกมก็ตาม และตัวร้ายอย่างอัมเบรล่าก็ถูกออกแบบเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ดู “เข้ากับสถานการณ์โลกปัจจุบัน” ที่มีองค์กรเช่นนี้อยู่เช่นกัน

 

4.เมื่อผู้หญิงกลายเป็น “ตัวละครหลัก” ของหนัง


โดยปกติในหนังแอ็คชั่นนั้น ตัวละครในการเดินเรื่องมักจะเป็น “เพศชาย” เป็นส่วนใหญ่ แต่การมาถึงของ Resident Evil นั้น เธอกลายเป็นหญิงแกร่ง เป็นสาวนักบู๊ที่ไม่ได้มีความต้องการผู้ชายให้มาช่วยเหลือเธอเลย ซึ่งบทผู้หญิงในหนังกลุ่มแฟรนชายส์ที่มีความโดดเด่นแบบนี้เป็นบทส่วนน้อยมากๆ ถ้าพอจะให้ระบุชื่อตัวละครเช่น ริปลีย์จาก Aliens, เซลีนจาก Underworld หรือเคตนิส เอเวอร์ดีนจาก The Hunger Games เป็นต้น ในโลกภาพยนตร์ที่อุดมไปด้วยพระเอกในภาพยนตร์แอ็กชัน มิลล่า โจโววิชเชื่อว่าอลิซเป็นตัวอย่างของฮีโรนักบู๊หญิงแกร่ง ผู้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ไหนก็ตาม “ฉันคิดว่าอลิซเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงมากมายเป็นตัวของตัวเอง ให้พวกเธอไล่ตามสิ่งที่พวกเธอต้องการ โดยไม่กลัวสิ่งที่พวกเธอเป็นน่ะค่ะ”
ยิ่งไปกว่านั้นภาคนี้จะมีตัวละครหญิงหน้าใหม่อีกตัวอย่าง “อบิเกล” ซึ่งรับบทโดยรูบี้ โรส ผู้อยู่ในกลุ่มผู้รอดชีวิตเล็กๆ เธอเป็นนักสู้ ที่แข็งแกร่งและฉลาดมากๆ เธอถนัดการใช้มือ และเธอก็เหมือนช่างเครื่องในกลุ่ม เธอสร้างอาวุธสุดเจ๋งหลายอย่างเลยทีเดียว

 

5.การกลับมาของตัวละครแคลร์ เรดฟิลด์


ในภาคนี้หลังจากที่อลิซเดินทางมาถึงเมืองแร็คคูนซิตี้ เธอได้พบกับตัวละครขวัญใจของแฟนเกม (ภาค 2) อย่าง แคลร์ เรดฟิลด์ (อาลี ลาร์เตอร์) อลิซแทบไม่เชื่อสายตาว่าตัวเธอได้จะได้พบกับแคลร์อีกครั้ง ตัวละครนี้พยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดมาตั้งแต่หนังภาค Resident Evil: Extinction และที่สำคัญในภาคนี้แคลร์มีความสัมพันธ์กับตัวละครอีกคนอย่างด็อค (โอเวน แม็คเคน) ผู้นำกลุ่มกบฏในหนังภาคนี้

 

6.เวสเกอร์-ดร.ไอแซ็คส์ ตัวร้ายผู้หวนคืนสู่ Resident Evil


เวสเกอร์ (ชอว์น โรเบิร์ต์) ได้กลับมาสู่แฟรนไชส์นี้อีกครั้งในบทหัวหน้าของอัมเบรลลา คอร์ปอเรชันและตัวร้ายหลักของเรื่อง เช่นเดียวกันกับ ผู้ที่อยู่เคียงข้างเวสเกอร์คือวายร้ายชั้นครู ดร.ไอแซ็คส์ ที่รับบทโดยเอียน เกลน ผู้กลับมาสู่แฟรนไชส์นี้อีกครั้งนับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งล่าสุดใน Resident Evil: Extinction ดร.ไอแซ็คส์จะต้องหยุดยั้งอลิซจากความพยายามของเธอในการปิดฉากแผนการร้ายในการยึดครองโลกของพวกเขา เนื่องจากเขามีเป้าหมายในการครองโลกและอลิซเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนที่สุดของเขานั่นเอง

 

7.การผจญภัยใน 3 โลเคชั่น


เมื่อย้อนรอยไปดูสถานที่ถ่ายทำ หนังภาคแรกถ่ายทำกันในเยอรมนีและโดยหลักๆ แล้วอยู่ใต้ดิน ภาคที่สองถ่ายทำที่โตรอนโต โดยที่แปดสัปดาห์เป็นการถ่ายทำภายนอกช่วงกลางคืน ภาคสามถ่ายทำในเม็กซิโก เป็นเหมือนหนังเดินทางในทะเลทราย ภาคสี่ถ่ายทำในลอสแองเจลิส และภาคห้าถ่ายทำบนสเตจทั้งหมด คล้ายๆ กับหนังแฟนตาซี แต่ในภาคสุดท้ายนี้จะเป็นการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆของอลิซอันประกอบไปด้วย วอชิงตัน ดี.ซี. ที่รกร้าง ที่ซึ่งราวกับว่าอลิซเป็นคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ส่วนที่สองคือหนังโร้ดมูฟวี ที่อลิซเดินทางไปแร็คคูน ซิตี้และได้เจอกับตัวละครที่หลากหลาย ดร.ไอแซ็คส์ กองกำลังจากอัมเบรลลาและพวกอมนุษย์ทั้งหลาย องก์สุดท้ายของเรื่องจะเน้นองค์ประกอบไซไฟในตอนที่เราอยู่ในรวงผึ้ง ซึ่งเป็นรังลับของอัมเบรลลา คอร์ปอเรชัน

 

8.ซอมบี้ในรูปโฉมใหม่


ผู้กำกับพอล ดับบลิว. เอส. แอนเดอร์สัน ได้มีวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับรูปร่างหน้าตาของซอมบี้ใหม่พวกนี้ เอเดน-สมิธ ผู้ออกแบบชิ้นส่วนเทียม อธิบายว่า ผู้กำกับอยากได้ลุคที่เฉพาะเจาะจงสำหรับซอมบี้ที่ตายมาได้ซักระยะแล้ว พวกเขาจะต้องผ่านการเปลี่ยนโฉมบางอย่าง นอกจากการมีฝุ่นเกาะมากๆ และภาคนี้จะมีซอมบี้ “จาโว” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกม Resident Evil ภาคล่าสุด โดยมีการออกแบบทั้งชุด ชิ้นส่วนเทียม งานเกี่ยวกับช่องปาก ฟันปลอมที่แก้มทั้งหมดของเขาหายไป และมันก็จะมีแต่ฟันเรียงตัวเป็นแถวเท่านั้น

 

9.คำถามคาใจที่รอคำตอบ


ปริศนาทั้งหมดเริ่มต้นที่รวงผึ้ง ทุกอย่างจะจบที่รวงผึ้งเช่นกัน คำถามทั้งหมดที่ปรากฏในภาคแรก จะได้คำตอบในภาคนี้ อลิซได้ผ่านสภาวะต่างๆมาจนครบในภาคนี้ อลิซเป็นตัวของตัวเองแทบจะสมบูรณ์แล้ว และเธอก็เติบโตเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง ในภาคแรก เธอจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ส่วนในภาคสอง เธอสู้กับสารอะไรก็ตามที่พวกเขาฉีดเข้ามาในตัวเธอ เธอกำลังกลายเป็นใคร เธอเป็นสัตว์ประหลาด หรือว่าเธอเป็นมนุษย์กันแน่ และในภาคนี้เธอกำลัง “ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง”

 

10.การบอกลา Resident Evil


มิลล่า โจโววิชคือนักแสดงนำที่ปรากฏตัวอยู่ในทุกภาคของ Resident Evil เธอภูมิใจกับความจริงที่ว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์หญิงแกร่งเรื่องนี้ เธอก็เป็นสาวนักบู๊มาโดยตลอด เราไม่ต้องการให้ผู้ชายมาดูแลเทคแคร์เรา การเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่องนี้มาเป็นเวลากว่า 15 ปีทำให้ Resident Evil ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตของโจโววิชทั้งในระดับส่วนตัวและการทำงาน “ระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ฉันได้พบกับสามีฉัน พ่อของลูกๆ ฉัน ดังนั้น มันก็เลยกลายเป็นเรื่องครอบครัวค่ะ มันน่าเศร้าในแง่นั้นเพราะเราต่างก็รู้สึกคุ้นเคยกับเรื่องราวนี้ กับตัวละครตัวนี้ ทีมงานและนักแสดงที่เราได้ร่วมงานกันซ้ำแล้วซ้ำอีก มันจะต้องเป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยคำอำลากับอลิซและแฟรนไชส์ Resident Evil” โจโววิชกล่าว พลางเสริมว่า สำหรับเธอแล้ว มันเป็นการอำลาที่ทั้งสุขและเศร้า


กำหนดเข้าฉาย 26 มกราคม 2560

 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่