วิจารณ์หนัง Miss Peregrine's Home for Peculiar Children จงเชื่อในเรื่องเล่า

วิจารณ์หนัง Miss Peregrine's Home for Peculiar Children จงเชื่อในเรื่องเล่า
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าจุดขายของหนังเรื่องนี้จะพยายามขายตัวเอกหญิงอย่าง มิสเพริกริน(อีวา กรีน) ผู้ปกป้องเหล่าเด็กประหลาด ความประหลาดของเธอก็คือการเป็นอิมบริน ซึ่งหมายความว่าเธอสามารถควบคุมกาลเวลาและแปลงร่างเป็นนกได้ มิสเพริกริน รวมถึงอิมบรินคนอื่นๆ ใช้ความสามารถนี้สร้าง “ลูปเวลา” ซึ่งทำให้เธอและเด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่ในวันวันเดียวซ้ำไปเรื่อยๆ วิธีนี้ช่วยปกป้องพวกเขาจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ในโลกซึ่งดำรงอยู่นอกลูปเวลานี้

ในขณะที่เจค(เอช่า บัตเตอร์ฟิลด์) เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เติบโตมากับเรื่องเล่าปรัมปราของคุณปู่เอ๊บ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของบ้านเด็กกำพร้า และเหล่าเด็กประหลาดที่มีพลังพิเศษ และแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เจคจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นหนึ่งกับสังคมวัยรุ่นทั่วไปเลยแม้แต่น้อย แต่แล้วเมื่อปู่ของเขาตายอย่างลึกลับทำให้เจคได้ค้นพบเรื่องราวที่แท้จริงของปู่เอ๊บ ด้วยการเดินทางไปยังเกาะที่เมืองเวลล์ และได้ค้นพบว่าจริงๆแล้วเรื่องเล่าของคุณปู่นั้นคือเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด

การได้ค้นพบความจริงของเรื่องเล่านั้น ทำให้เจค ได้เรียนรู้ว่าจริงๆแล้ว เขาเป็น “คนพิเศษ” คนหนึ่ง เขาไม่ได้ประหลาด เพียงแค่ตัวเองนั้นอยู่ที่ถูก “ที่” และ “เวลา” เท่านั้นเอง โลกที่เขาเหมาะสมในการใช้ชีวิตอยู่ อาจจะไม่ได้เหมาะกับโลกปกติที่เขาใช้ชีวิตอยู่แต่เป็นอีกโลกหนึ่งที่มีคนเหมือนกับเขาอยู่นั่นเอง 

Miss Peregrine's Home for Peculiar Children เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ยังเดินเรื่องตามรูปตามรอยของขนบวรรณกรรมสำหรับเด็ก นั่นคือบรรดาเด็กนั้นจะเป็นคนพิเศษในโลกแห่งจินตนาการเสมอ มีผู้ใหญ่ใจดีที่คอยดูแล ทำความเข้าใจ ปกป้องพวกเขาจากภัยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา แต่ภายหลังจากนั้นเด็กเหล่านี้จะต้องพึ่งพาตัวเอง ข้ามผ่านความหวาดกลัวและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองและรับผิดชอบต่อผู้อื่นให้ได้ 

จะว่าไปแล้วในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ของ Miss Peregrine's Home for Peculiar Children อาจจะมีบรรยากาศของความน่ากลัวที่ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก แต่ด้วยความห่วงหน้าพะวงหลังของผู้กำกับ “ทิม เบอร์ตัน” ที่ไม่สามารถทำบางฉากออกมาให้ไปได้สุดอารมณ์ของฉากนั้นๆ แต่ความ “เพี้ยน” ของหนังก็ยังชัดเจนมากในช่วงท้ายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเด็กๆและบาร์รอน (แซมมวล เอล แจ็คสัน) ซึ่งล้อเลียนความร้ายกาจของตัวร้ายในหนังวรรณกรรมเยาวชนออกมาได้ตลกมาก รวมไปถึงการเอาความสามารถพิเศษที่แปลกๆพิสดารอาทิการเอาหัวใจสัตว์ไปใส่ในโครงกระดูกเพื่อให้ลุกขึ้นมามีชีวิต หรือการเผยพลังพิเศษของสองเด็กคู่แฝด ที่จังหวะการเร้าอารมณ์ ของหนังยังทำได้ดี กลมกลืนไปกับโทนหนัง แต่น่าเสียดายที่กว่าช่วง “สนุก” ของหนังเดินทางมาถึงนั้นหนังก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจนคนดูง่วง หาว กันไปหลายตลบ 

2.5 คะแนน จาก 5 คะแนน 

@พริตตี้ปลาสลิด