รีวิว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว : ความสุขของเด่น รอยยิ้มของนุ้ย

รีวิว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว : ความสุขของเด่น รอยยิ้มของนุ้ย
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

รีวิว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

เมื่อวานนี้ (31 สิงหาคม 2559) เราได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เบอร์แรกจากค่ายน้องใหม่ แต่ไม่ใหม่ประสบการณ์ อย่าง GDH ที่ประเดิมด้วยภาพยนตร์ที่จะเรียกว่าโรแมนติก็ไม่เชิง แต่ก็มีความอิ่มในด้านของความรู้สึกประมาณหนึ่ง กับ แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ผลงานชิ้นล่าสุดจาก โต้ง บรรจง ปิสัญธนกูล ผู้กำกับพันล้านจากภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระขโนง ซึ่งเมื่อช่วงค่ำวานนี้ก็เป็นรอบพิเศษก่อนที่จะเข้าฉายจริงในวันนี้ (1 กันยายน 2559) แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เป็นเรื่องราวของ เด่นชัย (เต๋อ ฉันทวิทย์ ธนะเสวี) พนักงานไอทีของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งสุดแสนจะปากหมาและไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครที่ดันไปตกหลุมรัก นุ้ย (มิว นิษฐา จิรยั่งยืน) มาร์เก็ตติ้งสาวในออฟฟิศเดียวกัน เด่นชัยสามารถจดจำทุกรายละเอียด ทุกอิริยาบทของนุ้ยได้ในทุกๆ อย่าง แต่ว่ายังไงหมาก็ยังเป็นหมา มันก็คงทำได้แค่เพียงมองเครื่องบินจากด้านล่าง ไม่มีทางที่จะทำให้ทุกอย่างที่คิดเป็นจริงได้ สาวสวยอย่าง นุ้ย มารักกับคนที่อยู่นอกสังคม อย่าง เด่นชัย ได้อย่างไร

 

ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว หากจะมองเผินๆ แล้วก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าผลงานของ โต้ง บรรจง อย่าง กวนมึนโฮ ว่ากันว่า แฟนเดย์ ใช้เวลาปั้นถึง 3 ปี ได้มือเขียนบทคู่บุญและเป็นนักแสดง อย่าง เต๋อ ฉันทวิทย์ มาร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งจากที่ได้ฟังคอมเมนต์จากหลายๆ คนที่มีโอกาสได้ไปชมในรอบสื่อบ้างก็มีทั้งที่ประทับใจ เข้าใจในความรู้สึกและความเป็นตัวละคร บ้างก็มีทั้งที่บอกว่านี่อาจจะเป็นก้าวแรกที่ดีของบ้านหนังหลังใหม่ อย่างนี้ GDH นี้ แต่อาจจะเป็นก้าวถอยหลังของการทำหนังในแบบที่แตกต่างของโต้ง ในแง่ของเนื้อเรื่องโดยรวมอาจจะไมีมีอะไรที่หวือหวามากนัก ดูไปเรื่อยๆ อาจไม่มีอะไรแปลกใหม่ หากแต่ว่าเป็นการหยิบเอาเรื่องราวที่เราเคยได้รู้ได้เห็นมาเล่าให้ละเอียด และมีมิติของความรู้สึกมายิ่งขึ้น

 

จุดเปลี่ยนเดียวของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการที่จู่ๆ นางเอกนั้นก็เกิดอาการบางอย่างกับตัวเองที่เรียกว่าโรคความจำเสื่อมชั่วคราวระหว่างเล่นสกี ซึ่งถือได้ว่าเรื่องนี้ก็ทำการบ้านมาดีพอสมควรให้แง่ของรายละเอียด ซึ่งซีนนี้เป็นเหมือนประตูที่พาให้คนดูเข้าไปเห็นความรู้สึกนึกคิดและการกระทำในอีกด้านของตัวละคร เต๋อ ฉันทวิทย์ แสดงเป็น เด่นชัย ออกมาได้อย่างสมบทบาท แสดงความเป็น Looser ได้อย่างเต็มเปี่ยมเอามากๆ เล่นซะเราเชื่อสนิทใจ ส่วน มิว นิษฐา นี่ก็แสดงออกถึงความสดใสได้ทุกครั้งที่ยิ้ม แววตาที่เป็นประกาย ต่อให้เด่นชัยไม่พูดเธอเป็นอย่างไร แต่ก็เชื่อได้ว่าคนดูก็น่าจะเห็นเช่นกัน ชอบมากเวลาที่สองคนนี้เข้าคู่ มันเป็นความรู้สึกที่อึมครึม ไม่ถึงกับฟิน แต่ก็ทำให้อิ่มและยิ้มได้เป็นระยะ ชอบในความที่ไม่มีอะไร แต่ก็ดูมีอะไร คล้ายกับว่าตัวละครทั้งสองเข้ามาเติมเต็มซึ่งกันและกัน (จริงๆ แล้วอยากให้ไปชม ไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะมีความสุขไปซะทั้งเรื่องหรอก)

แฟนเดย์แฟนเดย์

อีกหนึ่งจุดเด่นของเรื่องนี้ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็เห็นจะเป็นเรื่องของภาพ โดยเฉพาะการยกกองไปถ่ายทำที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีให้เราได้ชมกว่าครึ่งเรื่อง ก็ถือได้ว่าเป็นความแตกต่างจากเรื่องก่อนซึ่งอยู่ที่เกาหลี แต่ก็ยังคงความเป็น บรรจงสไตล์ เอาไว้ได้มาก ยอมรับว่าภาพสวยมาก สวยจริงๆ เหมือนกำลังดูภาพวาดยังไงอย่างงั้น (นี่ไม่ได้เวอร์นะ) ประกอบตัวละครที่อยู่ในจุดที่เรียกว่าพอดี การมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การเคลื่อนไหว ก็เลยกลายเป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์

 

คราวนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะดี หรือจะดับ แต่ตัวเราเองก็ถือว่าประทับใจในระดับหนึ่ง ขอให้คะแนนสำหรับ แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ภาพรวมเอาไว้ด้วยความเป็นกลาง 7/10 ก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าตัวหนังจะออกมาดี สร้างความรู้สึกให้กับผู้ชมได้ขนาดนี้ แต่ก็ยังคงไม่มีอะไรแปลกใหม่ออกมาให้ผู้ชมได้จดจำมากสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่รอยยิ้มและแววตาของมิวนี่แหละที่เราและคนดูหนังคนอื่นๆ จะจำได้ อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญของ GDH ในการเป็นผู้สร้างหนังไทยที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ลงตัวไปซะหมด ฝากให้เพื่อนไปชมกันด้วยนะ สนับสนุนหนังไทย เข้าฉายวันนี้เป็นวันแรก ...

 

 

ตัวอย่างหนังใหม่ แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

 

แฟนเดย์แฟนเดย์