ใครคือ "ขุนพันธ์" แล้ว... ขุนพันธ์เวอร์ชั่นหนังทำไมถึงน่าดู!?

ใครคือ "ขุนพันธ์" แล้ว... ขุนพันธ์เวอร์ชั่นหนังทำไมถึงน่าดู!?
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ จะหยิบเอาเรื่องราวและเกร็ดประวัติเและตัวตนของ “พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช” ตลอดจนภารกิจในการปราบโจรผู้ร้ายเสือดังๆที่เลื่องชื่อซึ่งถูกบันทึกว่ามีอยู่จริงในประวัติศาสตร์มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ แต่แนวทางของภาพยนตร์คือการนำเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์แอคชั่นที่เน้นอรรถรสความบันเทิงในลักษณะเหนือจริงโดยสร้างอยู่บนความเคารพ และศรัทธาในตัวท่านขุนพันธ์   โดยหยิบเอาเรื่องราวและภารกิจที่มีสีสันของท่านขุนพันธ์ในการปราบโจรมาถ่ายทอดโดยเปรียบท่านขุนพันธ์เป็นดั่งตัวแทนของความดี

ตัวหนังขุนพันธ์เป็นหนังโปรเจกต์ที่ใหญ่แล้วก็ตัวบุคคลที่เลือกทำเป็นบุคคลจริงมีตัวตนจริง มีประวัติศาสตร์รองรับมีหลักฐานยืนยันเราก็เลือกการถ่วงดุลระหว่างความจริงแค่ไหนกับความเป็นภาพยนตร์ แน่นอนว่านี่ไม่ได้ใช่หนังสารคดี แต่ทีมงานจะรักษาหัวใจของความเป็นขุนพันธ์ไว้ให้ได้เยอะที่สุด 

เรื่องแอคชั่นกับเมจิค(หรือพวกเวทมนตร์ต่างๆ) การผสมกันแล้วมันมีดราม่าเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย การรักษาสมดุลของสิ่งเหล่านี้มันเป็นงานที่ท้าทาย มันต้องยกย้อนกลับไปที่ธีมของเรื่องเลยก็คือศรัทธา งานที่มันยากก็ต้องยิ่งอาศัยศรัทธาที่สูง คาแรคเตอร์หลักๆเรายังจับหัวใจความเป็นขุนพันธ์อยู่ในเรื่องนี้ ทีมงานเลือกนำเสนอในรูปแบบของความเป็นภาพยนตร์ที่เรียกว่าเมจิคอลเรียลลิสซึ่มหรือสัจนิยมมหัศจรรย์ โดยการขยายความหรือว่าเพิ่มบางอย่างที่เป็นเรื่องของภาพยนตร์ลงไป แต่ทั้งหมดในนั้นผู้สร้างไม่ได้หักข้อมูลเก่าทิ้ง ไม่ได้โกหก ข้อมูลเรื่องคาแรคเตอร์หนวดเขี้ยว การไปปราบโจรที่โน่นที่นี่ หรือแม้กระทั่งเวิร์ดดิ้งประโยคประจำตัวที่ท่านขุนพันธ์พูดตอนไปจับโจร  ซึ่งโจรจะพูดเหมือนกันหมดว่าก่อนท่านขุนพันธ์จะปราบจะพูดว่า เฮ้ย ถ้ามึงบวชแล้วเลิกเป็นโจรซะ กูจะจับเป็นมึง แต่ถ้ามึงไม่บวช ก็ยิงกัน ทีมงานก็จับหัวใจของสิ่งนี้ที่เป็นแบบนักเลงยังคงอยู่ทั้งหมด

นี่ไม่ใช่หนังอัตชีวประวัติ แต่เป็นหนังที่ถูกสร้างเพื่อความบันเทิง โดยได้ตัวละครขุนพันธ์เป็นต้นแบบ ให้เป็นไอคอน (สัญลักษณ์) เรื่องของฮีโร่คนหนึ่งที่ไปเจอกับผู้ร้ายคนหนึ่งซึ่งมีวิชาอาคมไม่แพ้กัน แล้วมันคือการที่คนที่ยิงไม่ตาย 2 คนเผชิญหน้ากัน คนหนังเหนียว 2 คนต่อสู้กัน มันเป็นเรื่องของการชิงไหวชิงพริบ หรือการที่ตัวละครตำรวจถูกท้าทายโดยโจรว่า มึงกับกูมันต่างกันแค่เสื้อผ้า หนังเรื่องนี้พยายามจะพูดในทัศนะเรื่องความดีความเลว หรือการเลือกศรัทธาด้านสว่างหรือด้านมืด เพราะฉะนั้นผู้สร้างเชื่อว่าแรงบันดาลใจสำหรับเรื่องนี้ก็คือการสร้างไอคอนแห่งความดีที่จริงที่สุดโดยมีหัวใจของเรื่องมันก็คือการไล่ล่ากันของคน 2 ฝั่งที่เรียกว่าเจ็บไม่ได้ตายไม่เป็นกันทั้งคู่ครับ” ซึ่งเป็นธีมสำคัญของภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ที่ผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ตั้งใจนำเสนอ

@พริตตี้ปลาสลิด