วิจารณ์หนัง รุ่นพี่ คนหรือผีต่างก็เรียกร้องความยุติธรรม

วิจารณ์หนัง รุ่นพี่ คนหรือผีต่างก็เรียกร้องความยุติธรรม
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

รุ่นพี่อาจจะเป็นหนังไทยแนวแปลกตาที่ไม่ค่อยเห็นค่ายหนังไทยค่ายไหนทำหนังแบบนี้กันออกมาซักเท่าไหร่ แต่สำหรับคอหนังแล้วหนังแนว “คู่หูนักสืบ” นี่ไม่ใช่พล็อตเรื่องที่แปลกใหม่นักในการสืบคดีฆาตกรรมปริศนาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และกลายเป็นคดีที่ถูกปิดไปแล้วแต่ฆาตกรตัวจริงยังคงลอยนวลอยู่ 

ตัวหนังรุ่นพี่บอกเล่าเรื่องราวของ “ม่อน” (พลอยชมพู-ญานนีน ภารวี ไวเกล) เด็กนักเรียนสาวชั้น ม.6 ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง เธอมีนิสัยประหลาด ชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร และชอบพูดคนเดียว จนเพื่อนๆ ทุกคนหาว่าเธอเพี้ยน แต่จริงๆ แล้วเธอมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งคือ เธอได้กลิ่นวิญญาณคนตาย จนกระทั่งเธอได้รู้จักกับ “รุ่นพี่” คือ วิญญาณของชายหนุ่มลึกลับที่ม่อนก็ไม่เคยมองเห็นเขา เพราะรุ่นพี่บอกว่าคนที่จะมองเห็นเขาได้นั้นคือคนที่กำลังจะตายแล้ว ทั้งสองต้องร่วมกันสืบคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อนในวังเก่าผู้ตายคือ หม่อมเจ้าหญิงพรรณวดีฯ ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยมีคนสวนเก่าแก่ตกเป็นผู้ต้องหา เขาถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าทั้งที่เขายืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ วิญญาณคนสวนจึงยังวนเวียนอยู่ภายในตึกพรรณวดีฯ และปรากฏร่างให้คนเห็นอยู่เสมอเพื่อร้องหาความยุติธรรม

สิ่งที่ตัวหนังส่งสารกับคนดูตั้งแต่ฉากแรกก็คือการพูดถึงประเด็น “คนไม่ผิด” แต่โดนใส่ร้ายป้ายสี เช่นเดียวกับม่อนที่เธอถูกเพื่อนในโรงนอนรุมใส่ร้ายว่าเธอเป็นคนกรี๊ดเสียงดัง ทั้งที่จริงแล้วเธอนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่เงียบๆคนเดียว และเมื่อการปรากฏตัวของรุ่นพี่ ทำให้ม่อนกลายเป็นตัวละครที่ “พูดคนเดียว” จนทำให้คนรอบข้างมองเธอว่าเป็น “บ้า” ยังไม่รวมไปถึงการที่เธอต้องดมกลิ่นผีตามวัตถุต่างๆยิ่งทำให้คนอื่นที่มองเธออยู่ “สนุกปาก” ไปกับการก่นด่าว่าม่อนเป็นบ้าและสติไม่ดี

เช่นเดียวกันกับบรรดาคนตายที่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม หรือพยายามกีดกันขัดขวางการสืบคดีของม่อนและรุ่นพี่ ก็เพื่อปกปิดความจริงเพื่อไม่ให้ตนเองถูกเปิดโปงความเลวร้ายที่ตนได้ก่อขึ้นกับผู้บริสุทธิ์นั่นเป็นการสะท้อนให้เห็นบริบทต่างๆของชีวิตผู้คนว่าไม่ว่าจะอยู่หรือตายไปแล้ว มนุษย์และผีก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรัก โลภ โกรธ หลงและกระทำสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการกันทั้งสิ้น 

ความสนุกของรุ่นพี่คือการที่เราได้ร่วมลุ้นไปกับการสืบคดีของม่อนและรุ่นพี่ อีกทั้งหนังยังใส่ซับพล็อตย่อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของการเรียกร้องหาความยุติธรรมเช่นเดียวกับโครงเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่น่าติติงเล็กๆน้อยๆก็คือเรื่องการแสดงของบรรดานักแสดงในเรื่องที่ค่อนข้างแข็งพอสมควร (แต่ก็พยายามมองข้ามไปและมองว่านี่เป็นหนังเรื่องแรกของหลายๆคนจึงไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหาร้ายแรงของหนัง) แต่ในภาพรวมคือ “รุ่นพี่” เป็นหนังไทยในปี 2558 ที่มีคุณภาพน่าพอใจ เมื่อเทียบกับหนังไทยเรื่องอื่นๆในรอบปี! 

3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน 

@พริตตี้ปลาสลิด 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่