"พลอยชมพู" กับการเล่นหนังใหญ่ครั้งแรกใน "รุ่นพี่"

"พลอยชมพู" กับการเล่นหนังใหญ่ครั้งแรกใน "รุ่นพี่"
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ถึง "พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล" จะโด่งดังมากในโลกโซเชียลในฐานะของนักร้องสาวโคฟเวอร์ แต่การชิมลางในการเล่นภาพยนตร์ครั้งแรกอย่างรุ่นพี่ นั้นทำให้เปิดโลกทางการแสดงไม่น้อยเลยทีเดียว 

พลอยชมพูเล่าว่าตัวตนของเธอนั้นจริงๆแล้วเธออาจจะดูเป็นคนเงียบๆ หน้านิ่งๆ จนตอนเธอออกกองถ่ายนั้นทีมงานฝ่ายเสียงเกิดอาการเกร็งขึ้นมาว่าจะติดไวร์เลสบันทึกเสียงยังไง ทั้งที่จริงๆหน้านิ่งๆของเธอนั้น เธอกำลังห่วงคิดถึงเรื่องกินอยู่ต่างหาก แต่เธอเล่าว่าถ้าสำหรับทีมงานที่รู้จักกันแล้วจริงๆพลอยเป็นคนเฮฮาไม่น้อย พลอยยังเล่าอีกว่าจริงๆแล้วเธอเป็นสาว “คิดเยอะ” ขี้กังวล ว่าการทำงานใหม่ๆอาจจะไม่ถูกใจทีมงาน พูดคุยแล้วจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม แต่หลังจากที่เธอชินแล้วก็จะทำงานคล่องขึ้นสบายใจมากขึ้น 

สิ่งที่พลอยชมพูต้องเตรียมตัวนอกจากเรื่องเล่นหนังแล้ว เธอยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่าเธอต้องไปพยายามลดน้ำหนัก แต่ผลลัพธ์ก็คือเธอกลับน้ำหนักขึ้นมาอีกตั้ง 2 กิโลกรัม เนื่องจากสมัยที่เธออยู่ต่างประเทศ เธอเป็นคนชอบทานแป้ง ตอนแรกความพยายามของเธอดูจะไปได้สวยเพราะก่อนเปิดกล้องหนัง พลอยชมพูลดน้ำหนักไปได้ถึง 2 กิโลกรัม พอหนังเปิดกล้องปั้บน้ำหนักขึ้นมาอีก 2 กิโลกรัมเฉยเลย เพราะเธอให้เหตุผลว่าการทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็น สิ่งที่ทำให้เธอเหนื่อยน้อยลงก็คือ “การกิน” 

การแสดงในหนังเรื่อง “รุ่นพี่” พลอยต้องรับบทเป็นหญิงสาวที่ต้องมีประสาทสัมผัสพิเศษในการดมกลิ่นผี ดังนั้นตอนเธอฝึกเวิร์คชอปทางการแสดงทำให้พลอยต้องลองจินตนาการจำแนกกลิ่นผี อาทิ ว่ากลิ่นของพระเอก กลิ่นของผีร้ายนั้นเป็นอย่างไร พลอยชมพูจึงเล่าว่า “มันจะเป็นจินตนาการแบบเลเยอร์ ต้องแยกเลเยอร์แต่ละชั้นออกมา ซึ่งเป็นการดมแบบสุนัขอ่ะค่ะ ตอนแรกหนูจะเป็นคนที่ใช้วิธีดมแล้วสูด คือสูดอย่างเดียวเลยค่ะ แต่พอได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ แม้แต่ในชีวิตประจำวัน ก็ยังติดการดมกลิ่นเหมือนสุนัขแบบในหนังอยู่เลย (หัวเราะ) คือแบบบางทีหนูเผลอตัวติดอาการแบบที่แสดงในหนัง ก็ทำท่าดมเหมือนสุนัขแบบนั้นไป คนที่เห็นเค้าก็มองๆ กันอ่ะค่ะ (หัวเราะ)”

@พริตตี้ปลาสลิด