วิจารณ์หนัง THE LOSTER – เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล

วิจารณ์หนัง THE LOSTER – เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ในโลกคู่ขนานหรือโลกสมมติในหนัง The Lobster ถูกตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาว่าความโสดไร้คู่ครองนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย บุคคลที่โสดจะต้องถูกส่งตัวไปยัง “เดอะโฮเท็ล” ที่มีสภาพเป็นโรงแรมตากอากาศและเป็นสถานที่ไว้ใช้หาคู่ครองภายในเวลา 45 วัน ซึ่งถ้าหากภายในเวลาที่กำหนดพวกเขาไม่สามารถหาคู่ได้ ก็จะต้องกลายเป็นสัตว์ที่พวกเขาเลือกเอาไว้ก่อนเอาไปปล่อยในป่า สำหรับเดวิด (โคลิน ฟาร์เรล) ก็เช่นกันเขาเป็นพ่อม่ายที่ต้องมาหาคู่ในสถานที่แห่งนี้ โดยสัตว์ที่เขาเลือกเอาไว้ก็คือ “ล็อบสเตอร์” ตอนแรกเดวิดก็เหมือนจะปลงตกยอมรับชะตากรรมเสียง่ายๆ แต่วันหนึ่งเขาก็เกิดเปลี่ยนใจและได้คู่ครองขึ้นมา 

ช่วงเวลาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นาน กลับทำให้เดวิดค้นพบว่าการ “ด่วนตัดสินใจ” นำมาซึ่งหายนะและความสูญเสียบางอย่าง เขาจึงตัดสินใจแหกกฎนั้นและเดินทางหนีเข้าป่าไปพบกับบรรดากลุ่มขบถคนโสด ณ ที่นั่นพวกเขาจะไม่ถูกบังคับให้มีความรักและมีกฎห้ามตกหลุมรักกันเอง ซึ่งหากใครละเมิดกฎก็มีบทลงโทษที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน ทว่ากลายเป็นว่าที่นี่เองที่ทำให้เดวิดค้นพบกับ “ความรัก” และต้องแหกกฎทุกอย่างอีกครั้ง

ผู้กำกับ ยอร์กอส ลานธิมอส ที่โด่งดังมาจากหนังเรื่อง Dogtooth มาครั้งนี้เขาเลือกจะไปสำรวจแนวคิดที่ว่าเหตุใดคนเราถึงอยากจะมีแฟนอยู่ตลอดเวลา แล้วมุมมองของคนที่มีแฟนมองคนโสดเช่นไร เช่นเดียวกันหนังก็ยังถามตัวเองกลับว่าถ้าหากเราเป็นโสดหรือไม่สามารถมีคู่ได้ ถือว่าเราล้มเหลวในชีวิตหรือเปล่า แล้วชีวิตของมนุษย์เราต้องลงทุนขนาดไหนถึงจะได้ลงเอยกับใครสักคน 

The Lobster หนังที่เล่าถึงโลก 2 โลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครึ่งแรกของหนังเราจะได้เห็นโลกของคนที่ต้องมีคู่ เราจะได้เห็นความแปลกประหลาดของวิธีการจับคู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำให้ตัวเองเลือดกำเดาไหลเพื่อทำให้อีกฝ่ายมองเห็นความ “คล้ายคลึง” กัน หรือกระทั่งการที่คนสองคน “คลิ๊ก” กันเพียงเพราะเป็นคนที่ลึกๆแล้วมีความ “ชั่วร้าย” อยู่ในกมลสันดานเช่นเดียวกัน ส่วนครึ่งหลังของหนังเราก็จะได้เห็นโลกของคนโสดที่พยายามบอกคนดูว่าพวกเขาใช้ชีวิตแบบ “ตัวคนเดียว” ได้อย่างไร มุกที่ตลกมากคือมุกเพลง EDM ที่รับรองว่าใครดูฉากนี้ก็ต้องขำลั่นโรง

นอกจากหนังจะพาเราไปสำรวจมุมมองทั้งสองด้านแล้ว อันที่จริงหนังก็ไม่ได้เข้าข้างหรือบอกว่าการเป็นโสดหรือการมีคู่นั้น อะไรดีกว่ากัน เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วหนังก็ชี้ให้เห็นว่าแต่ละขั้วของวิถีนั้นๆต่างก็มีข้อบกพร่องของตัวเอง รักตัวเองมากไปจนทำร้ายผู้อื่น หรือ รักผู้อื่นมากไปจนทำร้ายตัวเอง แนวคิดรวบยอดของ The Lobster ก็เป็นวิธีการมองประเด็นแบบเรื่องไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะหยิบอะไรมาเป็น “คำถาม” มีแต่ตัวเราเท่านั้นแหละที่จะสามารถให้คำตอบกับเรื่องนั้นๆได้ดีที่สุด 

@พริตตี้ปลาสลิด 

4.5 คะแนนจาก 5 คะแนน