วิจารณ์หนัง The Taking of Tiger Mountain การคืนฟอร์มของฉีเคอะ

วิจารณ์หนัง The Taking of Tiger Mountain การคืนฟอร์มของฉีเคอะ
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ชมชาวไทยน่าจะคุ้นชื่อผู้กำกับอย่างฉีเคอะเป็นปกติยามเวลาฟังตัวอย่างหนังแล้วจะมีเสียงพากย์ของพันธมิตรว่า “กำกับการแสดงโดย ฉีเคอะ” (เสียงสูงย้ำๆ) ซึ่งจะว่าแล้วฉีเคอะนั้นเป็นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ระดับตำนาน เขาเป็นนักทำหนังฮ่องกงที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง สมัยปลายยุค 80 เขาคือผู้กำกับที่น่าจับตามองมากที่สุดจากเทคนิคการเล่าเรื่องแบบใหม่ อย่างเรื่อง ศึกวังผีเสื้อ (Butterfly Murder) ที่ได้กลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ฮ่องกง หนังอย่างโหด เลว ดี (A Better Tomorrow), โปเยโปโลเย (A Chinese Ghost Story) และ หวงเฟยหง (Once upon a Time in China) กลายเป็นภาพยนตร์ที่เป็นที่ยอมรับจากตลาดภาพยนตร์นานาชาติเป็นอย่างสูง รวมถึงในประเทศไทย 

แต่ในยุคหลังหนังของฉีเคอะเรียกได้ว่าผลงานของเขาลุ่มๆดอนๆไม่ได้โดดเด่นอย่างเคย คำวิจารณ์ไม่ได้สวยหรู รายได้ไม่ได้เข้าเป้า แต่ก็ยังคงความสนุกตามสไตล์ของผู้กำกับไม่ว่าจะเป็น The Legend of Zu, Black Mask 2: City of Masks, Detective Dee และ Young Detective Dee: Rise of The Sea Dragon 

สำหรับผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง The Taking of Tiger Mountain เป็นการดัดแปลงผลงานมาจากวรรณกรรมชื่อดังของ ฉู โบ ในชื่อ “Track in the Snowy Forest” เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามกลางเมืองในปี คศ. 1946 เมื่อกลุ่มโจรที่ปกครองแผ่นดินในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจีนได้คุกคามชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในแถบนั้นนำโดยผู้นำจิตใจโหดเหี้ยมอย่าง “ประมุขเหยี่ยว” (โทนี่ เหลียง กา ไฟ) เขาได้ยึดป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งอยู่บนผาพยัคฆ์ พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์การตั้งรับอย่างสมบูรณ์แบบ หน่วยรบ 203 ของกองกำลังปลดปล่อยประชาชน นำโดย “ผู้กอง 203” (หลิน เกิงซิน)  กำลังเดินทางข้ามดินแดนแห่งทิศอีสานแห่งประเทศจีน เขาได้ปะทะกับกลุ่มโจรของประมุขเหยี่ยวที่กำลังปล้นชาวบ้านทำให้เขาได้รู้ว่าที่แห่งนี้กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ทำให้เขาตัดสินใจที่จะอยู่และต่อสู้กับกลุ่มโจรกบฏนี้ ทางการได้ช่วยเหลือหน่วยรบ 203 โดยส่งสายลับผีมือดีเข้ามาช่วย “หยาง” (จาง ฮั่นหยู) เพื่อเข้าแทรกซึมเข้าไปอยู่ในกลุ่มโจรของประมุขเหยี่ยว หน้าที่ของเขาคือการล้วงความลับและศึกษาจุดอ่อนของป้อมปราการแห่งนี้เพื่อให้ผู้กอง 203 ได้นำทัพมายึดภาพยัคฆ์นี้ให้ได้

ตัวละครในเรื่องถูกออกแบบมาให้เป็นที่รักของคนดู เพราะพวกเขาเป็นตัวละครที่มีความตลก มีความเป็นมิตรและทำให้ผู้ชมอยากจะเอาใจช่วย “มวยรอง” อย่างชาวบ้านในการทวงคืนสิทธินั่นก็คือบ้านของพวกเขา ความสนุกของหนังคือการใส่สถานการณ์ที่ว่าฝ่ายร้ายจะรู้ตัวไส้ศึกอย่างสายลับหยางเมื่อไหร่ แล้วชาวบ้านจะมีวิธีการรับมือกับเหล่าโจรของประมุขเหยี่ยวอย่างไร โดยบรรดาฉากแอ็คชั่นและฉากต่อเนื่องนั้นพูดได้เลยว่าแต่ละฉากมีความสนุกตื่นเต้นมาก เพราะถ้าใครดูหนังจีนแล้วชื่นชอบสไตล์ความ “เว่อร์” และ “ขี้โม้” คงจะสนุกไปกับหนังได้ไม่ยาก

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ผู้ชมไม่ได้ตะขิดตะขวงใจกับความเว่อร์ของหนังก็เพราะมันถูกเล่ามาในสไตล์ของ “ตำนานบรรพชน” ที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะเล่าให้ลูกหลานฟังในวันแซยิดของคนจีน ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นหนังครอบครัวที่ลูกหลานจีนดูแล้วคงจะสนุกไปพร้อมๆกันได้อย่างไม่ขัดเขิน 

@พริตตี้ปลาสลิด

4 คะแนนจาก 5 คะแนน