วิจารณ์หนัง Lady of the Dynasty ความสวยนำมาซึ่งความทุกข์

วิจารณ์หนัง Lady of the Dynasty ความสวยนำมาซึ่งความทุกข์
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

สิ่งที่อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบหนังจีนเกิดความเข้าใจผิดไปบ้างก็คือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ผลงานการกำกับอย่างเต็มตัวของผู้กำกับอย่าง จาวอี้โหมว แต่เขาเข้ามาช่วยกำกับหนังเรื่องนี้ในช่วงที่งานสร้างของหนังมีปัญหา ซึ่งผู้กำกับตัวจริงของหนังเรื่องนี้ก็คือฉี ชิง ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งจะชิมลางงานกำกับหนังใหญ่กับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก 

เอาเข้าจริงถึงตัวหนังจะดูเป็นหนังจีนฟอร์มยักษ์ก็ตาม แต่หลังจากที่หนังเปิดตัวไปในบ้านเกิดเมื่อ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา คำวิจารณ์ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างย่ำแย่และทำรายได้ไม่ค่อยโอเค หนังลงทุนในการสร้างไปถึง 32 ล้านเหรียญฯ ซึ่งส่วนมากน่าจะหมดไปกับการสร้างฉากที่ดูอลังการ เสื้อผ้าที่ดูตัดเย็บมาอย่างดี 

ปัญหาประการสำคัญของ Lady of the Dynasty คือหนังพยายามจะเป็นหนังที่ขายความ “สวย” ทุกอย่างในหนังจนล้นทะลักไล่เรียงตั้งแต่ความสวยของนางเอกอย่าง ฟ่าน ปิง ปิง ผู้มารับบทนางสนมหยางกุ้ยเฟย ไปจนถึงฉากของเรื่องที่พยายามเน้นความยิ่งใหญ่ของพระราชวังของจักรพรรดิไปจนถึงบรรดาพระตำหนักของเหล่าพระสนม ทว่าถ้าหากลองสังเกตเนื้องานดีๆแล้วเราจะพบว่ามันเป็นความสวยแบบ “แข็งๆ” เหมือนเสาพลาสติก สระน้ำก็ดูเป็นสีย้อมๆ ที่ให้ความรู้สึก “ไม่จริง” อยู่ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งฉากที่ใช้จำนวนคนเยอะๆอาทิฉากเปิดตัวสนมหยางในการร่ายรำในพิธีรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงคราม โดยฉากดังกล่าวมีการใช้ซีจีเพื่อเพิ่มจำนวนคนในลานพระราชวังก็ให้ความรู้สึก “หลอกตา” ไม่น้อย 

ความไม่ลงตัวประการถัดมาก็คือ ตัวหนังที่ควรจะพยายามเล่าโศกนาฏกรรมชีวิตของพระสนมหยาง ก็กลับให้ความรู้สึกปราศจากอารมณ์ร่วมกับชีวิตของตัวละครอย่างสิ้นเชิง เพราะวิธีการเล่าของหนังที่เหมือนจะเล่าทุกฉากทุกตอนแบบผ่านๆ ไม่ได้พยายามให้เราใช้เวลาซึมซับกับความลำบากของช่วงเวลาหนักๆไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานแบบผลุนผัน การที่สามีคนแรกของเธอตัดสินใจแลกเธอกับให้กับพระบิดาของตัวเอง หรือกระทั่งช่วงเวลาที่พระสนมต้องตัดสินใจออกบวชชี ฉากเหล่านี้ไม่ได้สร้างความรู้สึก “ร่วม”กับผู้ชมได้เท่าไหร่ เผลอๆฉากเหล่านี้จัดได้ว่าค่อนข้างน่าเบื่อด้วยซ้ำไป 

แม้หนังเรื่องนี้จะพยายามแสดงให้เห็นถึงความ “ทุกข์” ยากของสตรีในยุคโบราณ เพราะไม่ว่าเธอจะเป็นแค่คนรักหรือเป็นพระมเหสีหรือกระทั่งการจะเปลี่ยนสถานะเป็นแม่คน เธอกลับไม่สามารถมีความสุขได้เลยสักช่วงเวลา เพราะในที่สุดการเลื่อนสถานะจากจุดใดก็ตาม คนอื่นต่างก็มองเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งของเกมการเมืองที่ “ผู้ชาย” ปกครองเท่านั้น 

น่าเสียดายที่ประเด็นดังกล่าวควรจะได้รับความสำคัญในการเล่าเรื่องมากกว่าความพยายามโชว์ฉากสวยๆแสนพร่ำเพรื่อมากมายตลอดเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะสวย “ไม่จริง” แล้ว ยังยืดยาดและน่าเบื่อหน่ายอีกต่างหาก 

@พริตตี้ปลาสลิด

1.5 คะแนนจาก 5 คะแนน