วิจารณ์หนัง THE INTERN ประสบการณ์ไม่เคยแก่ [หนังแนะนำ]

วิจารณ์หนัง THE INTERN ประสบการณ์ไม่เคยแก่ [หนังแนะนำ]
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

The Intern น่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กที่เข้าฉายอย่างเงียบๆแต่ในเวลาต่อมา (และถึงตอนนี้) มันน่าจะกลายเป็นหนังที่หลายคนบอก “เพื่อน” ให้ไปดูต่อ เพราะไม่ได้ให้ความรู้สึกแค่ “ฟิลกู๊ด” เท่านั้นแต่มันยังสร้างประสบการณ์ร่วมกับบรรดาชนชั้นกลางที่เป็นมนุษย์แรงงานในระบบออฟฟิศหรือแวดวงธุรกิจในยุคปัจจุบันรู้สึกตามไปกับตัวละครจนอาจจะถึงขั้นเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้อย่างไม่ขัดเขิน

 

อันที่จริงคงต้องกล่าวถึงความดีงามของหนังโดยเล่าไปถึงสไตล์การทำหนังของผู้กำกับหญิงอย่างแนนซี่ มาเยอร์ อาทิ The Parent Trap, What Women Want, Something's Gotta Give, The Holiday และ It's Complicated โดยแต่ละเรื่องก็เล่าวิธีการ “ใช้ชีวิต” ของตัวละครได้อย่างน่าสนใจเพราะหนังแต่ละเรื่องนั้นพยายามพูดถึงสภาวะการตัดสินใจของตัวละครในช่วงชีวิตหนึ่ง

สำหรับหนังอย่าง The Intern เลือกจะบอกเล่าเรื่องราวของเบน วิทเทคเคอร์(โรเบิร์ต เดอ นีโร) พ่อม่ายวัย 70 ปีผู้ค้นพบว่าการเกษียณอายุไม่ได้ดีอย่างที่คนชอบพูดกัน เพื่อหาโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง เขาจึงมาเป็นพนักงานฝึกงานอาวุโสที่เว็บไซต์แฟชั่นซึ่งก่อตั้งและดำเนินงานโดย จูลส์ ออสติน (แฮทธาเวย์) ตอนแรกกับการกลับมาเป็นพนักงานเขาเป็นเหมือนแค่คุณลุงที่คอยให้คำปรึกษาแก่หลานๆ และตอนแรกจูลส์ก็เหมือนจะไม่ชอบเบนเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเธอยิ่งได้รู้จักเธอกลับรู้สึกว่าเบนเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เธอไว้ใจและสามารถขอคำปรึกษาได้เกือบทุกเรื่องในชีวิต

ความพิเศษของ The Intern คือการทำให้คนดูได้เห็นว่าไม่ว่าจะช่วงใดของชีวิต บางครั้งสิ่งที่สังคมตีกรอบว่ามันเป็นความสุขของช่วงวัยดังกล่าวมันอาจจะไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงก็ได้ ดังเช่นที่ “เบน” มองว่าการว่างนานๆไม่ใช่ความสุขของเขาเสียเลยแต่การได้ทำงานต่างหากที่ให้คุณค่ากับชีวิตของเขา ในขณะที่จูลส์ก็คือสาวเลือดใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเธอเป็นทั้งเจ้าของบริษัท เป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งแม่ และเธอยังต้องทำทุกอย่างในเวลา 24 ชั่วโมงจนแทบจะไม่มีเวลานอนพักผ่อนเลยด้วยซ้ำไป แต่นั่นคือ “ความฝัน” ที่เธอสร้างมันมากับมือ 

ความโดดเด่นอีกประการคือ The Intern ทำให้คนดูหลงรักตัวละคร เบนเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ดูจะ “เข้าใจโลก” และเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและจิตใจ ไม่แปลกเลยที่เขาจะอ่านเกมในออฟฟิศออกหรือแม้กระทั่งหาวิธีพูดปลอบประโลมจิตใจคนรอบข้าง และที่สำคัญการวงตัวของเบนไม่ต่างอะไรจากผู้ใหญ่ในฝันที่เด็กๆหลายคนอยากจะไม่ไว้พูดคุยขอความเห็น 

ฉากที่พีคที่สุดของเรื่องคือการที่จูลส์เดินทางไปยังต่างเมืองและมีเบนเดินทางไปด้วย เธอจึงปลดปล่อยทุกสิ่งที่เธอเก็บเอาไว้กับตัวให้เบนรับฟัง และแน่นอนว่า “พลังทางการแสดง” ของแอนน์ก็เล่นเอาคนดูตายคาเบาะไปเลยเช่นกัน (ซึ่งไม่อยากสปอยล์เลยจริงๆอยากให้ไปดูกันเอาเอง) 

ทั้งหมดทั้งมวลคือหนังอย่าง The Intern มันพูดถึงการ “ใช้ชีวิต” ได้อย่างน่าสนใจ อย่างน้อยคนบ้างานที่ไม่อยากจะหยุดพักผ่อนคงจะมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังพอสมควรเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นหนังที่บรรดา “ผู้สูงอายุ” ดูแล้วก็คงจะยิ้มไม่หุบ เผลอๆนี่อาจจะเป็นหนังที่บรรดาลูกๆในวัยทำงานจะพาพ่อแม่ในวัยเกษียณเข้าไปทำกิจกรรมวันหยุดร่วมกันได้ดีเลยทีเดียว 

@พริตตี้ปลาสลิด

4 คะแนนจาก 5 คะแนน