วิจารณ์หนัง THE WALK คำว่าตลอดไปไม่มีอยู่จริง

วิจารณ์หนัง THE WALK คำว่าตลอดไปไม่มีอยู่จริง
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้กำกับอย่างโรเบิร์ต แซมมิคิส จัดได้ว่าเป็นผู้กำกับคนหนึ่งที่มีส่วนในการพัฒนางานเทคนิคพิเศษด้านภาพแก่วงการภาพยนตร์ไม่แพ้กับผู้กำกับอย่างเจมส์ คาเมรอนเลย ในยุคบุกเบิกเขาเป็นผู้กำกับให้กับหนังไซไฟครอบครัวที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งในยุค 80 อย่างไตรภาค Back to the Future และฝีมือการกำกับภาพยนตร์ในแง่ของหนังดราม่าที่ดีไซน์ตัวละครให้กลายเป็นที่รักของผู้ชมก็ทำให้ Forrest Gump กลายเป็นหนังที่กวาดรางวัลออสการ์ในปี 1995 ไปถึง 6 รางวัล ในปี 1999 เขาก็หยิบนวนิยายของคาร์ล ซาแกนเรื่อง Contact ที่พูดถึงการเดินทางไปสู่จักรวาลอันไกลโพ้นก็กลายเป็นหนังที่ “ครองใจ” ผู้ชมมาจนถึงทุกวันนี้ 

แต่ก่อนที่บทวิจารณ์นี้จะกลายเป็นการเทิดทูนสรรพคุณของตัวผู้กำกับไป เราพยายามจะชี้ให้เห็นว่าการทำหนังของโรเบิร์ต แซมมิคิสนั้นคือการทำหนังที่ “เข้าถึง” ผู้ชมได้อย่างไม่ยากเย็นและส่วนมากตัวหนังมักจะเป็น “ที่รัก” ของผู้ชมเป็นปกติเลยก็ว่าได้ 

สำหรับ THE WALK นั้นดัดแปลงมาจากหนังสือ To Reach the Clouds ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ ฟิลลิปส์ เพติตต์(ในหนังรับบทโดยโจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์)  นักไต่ลวดฝาดโผนที่เขามีฝันอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งกล้าและบ้าบิ่นในเวลาเดียวกันเมื่อเขาตัดสินใจวางแผนในการไต่ลวดข้ามสองตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างเวิร์ลเทรดเซนเตอร์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 1974 

ตัวหนังใช้วิธีการเลือกจะเล่าจากจุดเริ่มต้นของฟิลลิปส์ว่าทำไมเขาถึงมีแรงบันดาลใจในการเลือกจะมาไต่ลวดเช่นนี้ แน่นอนเราจะได้เห็นความพยายามของเขาและ “เสน่ห์” ที่ทำให้เขามัดใจแอนนี่ (ชาร์ล็อค เลอ บอน) หญิงสาวที่เลือกจะอยู่เคียงข้างฟิลลิปส์ในทุกครั้งที่เขาทำอะไรท้าทายอยู่เสมอๆ 

ความลำบากเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฟิลลิปส์อยากจะท้าทายตัวเองตลอดเวลา โชคดีที่เขามีครูที่คอยชี้แนะอย่างปาป้ารูดี้ (เบน คิงสลีย์) ในการคอยสอนและให้คำแนะนำในการผูกเงื่อนและวิธีการขึงลวดที่ปลอดภัย

สิ่งสำคัญของหนังเรื่องนี้คือบรรดาฉากที่ฟิลลิปส์ปีนป่ายอยู่บนที่สูง หนังก็ไม่รอช้าที่จะใช้เทคนิคในการดีไชน์ภาพแบบชัดลึกเสมือนว่าใต้เท้าของตัวละครนั้นมีความสูงเสมือนจริง ทำให้คนดูรู้สึกหวาดเสียวราวกับไปอยู่บนเส้นเชือกเดียวกับฟิลลิปส์ และแน่นอนว่ามันสัมฤทธิ์ผลมากที่สุดเมื่อมันเดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่องบนตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ที่คนกลัวความสูงคงสุ่มเสี่ยงจะเกิดอาการหัวใจวายตายได้คาโรงหนัง

อย่างไรก็ตาม เรื่องจริงคนดู (หลายคน) ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าความสำเร็จครั้งนั้นทำให้ฟิลลิปส์ได้รับการจดจำในฐานะนักไต่ลวดคนแรกและคนเดียวบนตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของตึกยังมอบบัตรผ่านพิเศษให้ฟิลลิปส์ขึ้นมายังดาดฟ้าของตึกนี้ได้ตลอดไป แต่สิ่งที่เศร้าที่สุดของหนังคือการที่คนดูพึงระลึกได้ว่าคำว่า “ตลอดไป” นั้นไม่มีอยู่จริงเช่นเดียวกับความสำเร็จของฟิลลิปส์ที่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่ความทรงจำครั้งหนึ่ง และตึกที่สูงที่สุดของโลกก็กลายเป็นแค่อดีตเมื่อมันเดินทางมาถึงวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 วันที่ไม่มีใครเคยลืมความสูญเสียครั้งใหญ่วันนั้น......

@พริตตี้ปลาสลิด

4 คะแนนจาก 5 คะแนน