4 เรื่องน่ารู้ก่อนดูหนังไทยสุดฉาว “อาบัติ”

4 เรื่องน่ารู้ก่อนดูหนังไทยสุดฉาว “อาบัติ”
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

1.ไม่พร้อมอย่าบวช

ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของ “ซัน” เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใคร และใช้ชีวิตคึกคะนองอย่างสุดขั้ว เขาจึงถูกพ่อบังคับให้มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรนักหนา จึงทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไปแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม รวมถึงการแอบคบหากับ “ฝ้าย” สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรักซึ่งเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ทั้งคู่มีให้แก่กันและเชื่อมั่นว่าไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดทุกการกระทำที่ท้าทายการอาบัตินี้ ทำให้เณรซันต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ของสีกากับพระ, การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่างเชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง 

2.นี่เป็นผลงานของผู้กำกับหญิงหน้าใหม่

อาบัติ เขียนบทและกำกับโดยผู้กำกับหญิงหน้าใหม่น่าจับตามอง “ฝน-ขนิษฐา ขวัญอยู่” (หนังสั้นเรื่อง “เวลา...รัก” ของเธอเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่อง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว”

3.จุดเริ่มต้นมาจากเรื่องเล่า 

โปรเจกต์นี้มันเริ่มมาจากน้องคนหนึ่ง สมัยก่อนตอนน้องเค้าบวชเป็นสามเณรก็เล่าให้ผู้กำกับฟังว่า สามเณรกับเพื่อนเค้าเนี่ยเห็นผู้หญิงห้อยขานั่งอยู่บนต้นไม้ สวยมาก ไม่ใส่เสื้อผ้าเลย ร่างสวยมาก ทุกอย่างสวย เป็นหญิงไทยแต่ไม่มีหัว เห็นตอนกลางวัน สามเณรวิ่งๆ ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด ด้วยความกลัวผี คนแถวนั้น คนเฒ่าคนแก่เค้าบอกว่า คือ ‘ผีเผต’ ผีประเภทนี้คือ ผู้หญิงตอนก่อนตายไปมีอะไรกับพระ ตายไปเลยเป็นแบบนี้ ตัวผู้กำกับเลยคิดว่า ‘มีแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย’ ไอเดียตั้งต้นที่โอเคมาก ฝนเลยหยิบไอเดียนี้มา หลังจากนั้นมันก็ถูกพัฒนาเป็นโครงเรื่องประมาณ 1 หน้ากระดาษ แล้วก็ถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ก็มีการพูดคุยกัน แต่ก็ไม่รู้ทำไม มันถูกส่งกลับมาที่เรา ผู้กำกับที่ได้ไปเค้าติดอะไรไม่รู้ สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้ทำ ก็เลยวนกลับมาที่เรา

4.ตัวหนังกับศาสนาพุทธ 

ทีมงานเข้าใจในสิ่งที่ทางกลุ่มชาวพุทธวิตกกังวลครับ แต่ทางทีมงานก็มั่นใจในสิ่งที่เรานำเสนอ เราไม่คิดทำภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลาย แต่จะทำให้คนดูได้คิด แล้วก็มีตัวอย่างที่ดีและไม่ดีทั้งสองด้านให้ดู แล้วก็บาลานซ์ให้อยู่ในเนื้อหาที่พอดูจบแล้วคนดูก็จะได้ปัญญากลับไป

ตอนที่ตัวฝนเขียนบท ปรัชญา ปิ่นแก้ว โปรดิวเซอร์ของหนังก็มั่นใจแล้วก็เห็นว่าเป็นเจตนาที่ดีที่จะจรรโลงศาสนาพุทธ คือดูจบแล้วเราจะมั่นใจในศาสนาของเรา แล้วก็เข้าใจในพระธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ไม่มีภาพอะไรที่ทำให้ศาสนาเสื่อม แต่จะทำให้ผู้คนได้คิด ตั้งคำถามถกเถียงกันแล้วใช้สติปัญญาในการไตร่ตรองมัน เรามั่นใจในเนื้อหาว่าเราจะไม่ทำให้ศาสนาเสื่อมแน่นอน ยิ่งหนังมันมีการจัดเรทให้เหมาะสมกับกลุ่มคนดูที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

@พริตตี้ปลาสลิด