วิจารณ์หนัง Parasyte 2(ปรสิต 2) ความรักของคนเป็นแม่

วิจารณ์หนัง Parasyte 2(ปรสิต 2) ความรักของคนเป็นแม่
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

คงต้องเกริ่นย้อนกลับไปที่หนัง “พาร์ทแรก” ก่อนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังก่อนหน้านี้คือการที่บรรดาปรสิตที่ลงมาคุกคามโลกใบนี้ด้วยการเข้ามาอาศัยและควบคุมร่างกายของมนุษย์ ซึ่งโดย 99% นั้นเจ้าตัวปรสิตได้ทำการควบคุมร่างกายของมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จจนไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป เหลือแต่เพียงชินอิจิ (โชตะ โซเมะตานิ) เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปรสิตควบคุมร่างกายได้แค่ในส่วนของมือขวาเท่านั้น 

สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ไคลแมกซ์ในภาคที่แล้วในโรงเรียนมัธยมที่ชินอิจิเรียนอยู่ พวกมันมองว่าเขาน่าจะเป็นตัวอันตรายต่อองค์กรปรสิตทำให้พวกมันวางแผนจะกำจัดเขา แต่แล้วก็ไม่สำเร็จและทำให้ตำรวจเริ่มระแคะระคายในความผิดปกติของเหตุสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น ชินอิจิพบว่า โกโตะ(ทาดาโนบุ อาซาโน่) ชายที่โดนปรสิตห้าตัวสิงอยู่ในร่างทำให้เขาแข็งแกร่ง รวดเร็วและโหดเหี้ยมกว่าปรสิตตัวไหนๆที่ชินอิจิเคยเจอมา 

อย่างไรก็ตามถ้าหากมองย้อนกลับไปในภาคก่อนสิ่งที่ถูกทิ้งค้างเอาไว้เป็นประเด็นก้อนใหญ่ๆที่เราเอามาเชื่อมต่อกับหนังภาคนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนักก็คือพล็อตเรื่องความรักของแม่และลูก หลังจากภาคที่แล้วชินอิจิต้องกำจัดแม่ของตัวเองที่โดนปรสิตสิงร่างและก่อนที่เขาจะกำจัดเธอได้นั้น ส่วนลึกในร่างกายของแม่ชินอิจิก็พยายามช่วยเหลือลูกตัวเองอยู่ด้วย เราจะได้เห็นความรักของผู้เป็นแม่ผ่านฉากดังกล่าว

ประเด็นความรักของแม่ถูกขยายให้เด่นชัดขึ้นอีกในภาคนี้เมื่อเรียวโกะ ทามิยะ (เอริ ฟูคัทสึ) เธอกลายเป็นผู้นำของเหล่าปรสิตพวกนี้ ลึกแล้วเธอกลับตั้งคำถามกับชีวิตมนุษย์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าปรสิตกับมนุษย์จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันและปรับตัวเข้าหากัน

เธอเลือกจะตั้งท้องเพื่อให้กำเนิดลูกมนุษย์ เมื่อเธอได้คลอดลูกออกมา เรียวโกะค้นพบ “อารมณ์” บางอย่างที่ปรสิตไม่เคยสัมผัสมาก่อนนั่นก็คือความรัก ความอ่อนโยนที่เธอรู้สึกมีความสัมพันธ์กับทารกและสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาบางอย่างที่เธอห่วงหาอาธรณ์เด็กตัวน้อยๆที่เพิ่งลืมตาดูโลก 

ครึ่งเรื่องแรกของหนังเหมือนจุดโฟกัสของเรื่องราวทั้งหมด จะอยู่ที่ตัวละครเรียวโกะ ซึ่งในฉากที่เธอต้องเดินทางมาเพื่อปกป้องลูกของตัวเองนั้น ทำให้ผู้ชมเกิดอาการกระอักกระอ่วนว่าจริงๆแล้วเราควรจะเอาใจช่วยฝ่ายมนุษย์ หรือ ฝ่ายปรสิตดี แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากให้ “ตรงกลาง” อย่างเด็กทารกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องตกเป็นเหยื่อของสงครามครั้งนี้

และแน่นอนด้วยความสงสารผู้ชมจึง “เข้าถึง” อารมณ์ความรักของผู้เป็นแม่อย่างเรียวโกะที่ตัดสินใจยอมสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องลูก (เรียกได้ว่าเป็นฉากที่ดีที่สุดของเรื่องเลยก็ว่าได้ จนอาจจะทำให้ผู้ชมน้ำตาคลอ) 

น่าเสียดายเหตุการณ์หลังจากที่เรียวโกะเสียชีวิตไปแล้ว หนังเลยต้องเทน้ำหนักไปกับพล็อตแอ็คชั่นที่ชินอิจิต้องกำจัดโกโตะให้ได้ ซึ่งพล็อตตรงนี้ตัวหนังก็ทำออกมาได้ธรรมดา และเหมือนกับว่าหนังจบไม่ค่อยลงจนต้องพยายามใส่ซีนไคลแมกซ์ฉากต่อสู้ในเตาเผาขยะ เพื่อให้ดูเป็นฉากใหญ่

ทั้งที่ความเป็นจริงใจความสำคัญของหนังขมวดปมลงได้ที่การจากไปของเรียวโกะด้วยซ้ำ ทุกอย่างในช่วงหลังๆจึงเป็นความเยิ่นเย้อ และการที่ตัวละครพยายามจะพูดปรัชญาชีวิตแบบเถรตรงนั้น ทำให้วิธีการเล่าแบบ “ตกผลึก” กันเอาเองแบบหนังภาคแรก ยิ่งทำให้หนังพาร์ทนี้ดูไร้ชั้นเชิงไปถนัดตา 

อันที่จริงหนังพาร์ท 2 นี้ถ้าหากตัดต่อรวมกับภาคแรกแล้วขลิบบางอย่างที่ไม่สำคัญทิ้งไปจะทำให้ตัวหนังสมบูรณ์และทรงพลังกว่าที่เป็นอยู่ แต่โดยภาพรวมแล้วปรสิตทั้งสองพาร์ทเป็นมังงะที่ดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ได้น่าสนใจและไม่ลืมแก่นของเรื่องที่ว่า “มนุษย์นั้นมีความเป็นมนุษย์อยู่แค่ไหน” 

@พริตตี้ปลาสลิด 

3.5 คะแนนจาก 5 คะแนน