20 หนังฮีโร่...ดีที่สุดตลอดกาล

20 หนังฮีโร่...ดีที่สุดตลอดกาล
มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง มาร์เวล ส่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่ออกสู่ตลาดมากมายจนหลายตัวละครกลายเป็น "ขวัญใจมหาชน" แต่จะว่าไปหนังแนวนี้ยังมีอีกหลายค่ายที่เคยสร้างไว้ ซึ่งเว็บไซต์ Hollywood ได้จัด 20 อันดับหนังฮีโร่ที่ดีที่สุดตลอดกาลมาไว้ให้ดูกัน 

อันดับ 20 ได้แก่ เฮลล์บอย ที่ผู้กำกับ กีเยร์โม เดล โตโร ใช้ความสามารถในงานด้านภาพที่ยอดเยี่ยมรังสรรค์เรื่องเล่าของซุปเปอร์ฮีโร่ที่สนุกสนานขึ้นมา 

ส่วน คิกแอส ในลำดับ 19 ประสบความสำเร็จจากการนำมุมมองแบบ "สมจริง" มาใช้กับหนังแนวนี้ ถือเป็นการพลิกแพลงที่ก่อให้เกิดความสนุกสนานอย่างยิ่ง

ถัดมาเป็น ดาร์กแมน หนังฮีโร่ที่ใช้ความแปลกประหลาดพิสดารในการสร้างความตื่นตะลึงให้คนดู ซึ่งมีแต่ผู้กำกับแนวคิดนอกคอกอย่าง แซม ไรมี เท่านั้นที่จะคิดได้ 

17 คือ เบลด 2 หนังอันน่าขนลุกและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับการกำกับที่เยี่ยมยอดของกีเยร์โม เดล โตโร 

ซุปเปอร์ นั้นอยู่ลำดับถัดมา เพราะการถลำลึกสู่ความบ้าคลั่งของตัวเอกอย่าง "คริมสัน โบลต์" ให้ทั้งความสนุกและกินใจในเวลาเดียวกัน โดยต้องยกให้เป็นความยอดเยี่ยมของ เจมส์ กันน์ ผู้กำกับ 

ลำดับ 15 เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง โดยแซม ไรมี ผู้กำกับใช้ความรู้สึกที่ซื่อตรงต่อหนังสือการ์ตูนของตัวเองในการสร้างหนัง สไปเดอร์แมน ที่สมบูรณ์แบบ

ต่อมาคือ ผลงานชิ้นแรกของแฟรนไชส์จากจักรวาลหนังมาร์เวลอันยิ่งใหญ่ โดย ไอรอนแมน

ถือเป็นข้อพิสูจน์แนวคิดที่ชัดเจน แถมทำให้ โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ กลับมาเจิดจรัสบนเส้นทางอาชีพการเป็นนักแสดงอีกครั้งในบทบาทของ "โทนี่ สตาร์ก"

เอ็กซ์2: เอ็กซ์เมน ยูไนเต็ด นอนมาลำดับ 13 เพราะงานของผู้กำกับ ไบรอัน ซิงเกอร์ ยอดเยี่ยมกว่าภาคแรกมาก แม้จะทิ้งช่วงห่างถึง 10 ปี ซึ่งจะมีฉากไหนที่ถ่ายทอดจากหนังสือการ์ตูนได้สวยงามเท่ากับฉากที่ "ไนต์ครอว์เลอร์" บุกยึดทำเนียบขาวนั้นไม่มี

12 เป็นเรื่อง ซุปเปอร์แมน 2 ภาคต่อของผู้กำกับ ริชาร์ด ดอนเนอร์ ถือว่าคลาสสิกในทุกแง่มุม โดยเฉพาะฉากความรักที่ซาบซึ้งกินใจและฉากแอ๊กชั่นที่ยังคงไม่ล้าสมัย บอกเลยว่า แซ็ก  สไนเดอร์ ผู้กำกับควรจะดูและจดจำไว้เป็นตัวอย่างในการสร้างหนังซุปเปอร์แมนภาคใหม่ 

ฝั่งที่ 11 หลังจากพลาดพลั้งมา 2 ภาค แฟรนไชส์หนัง เอ็กซ์-เมน ก็กลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นกับฉากการผจญภัยในยุค 1960 ที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในช่วงเวลานั้น

พักครึ่งทางกับ อันเบรกเคเบิล เรื่องเล่าของฮีโร่ที่เคร่งเครียดและไม่เป็นไปตามแบบแผนนี้เปลี่ยนความคิดของผู้คนว่า จริงๆ แล้วหนังซุปเปอร์ฮีโร่นั้นสามารถมีมิติและแง่มุมต่างๆ ได้มากกว่าที่เราเห็นโดยทั่วไป 

ด้าน กัปตันอเมริกา : เดอะ วินเทอร์ โซลเยอร์ จากคุณภาพที่สามารถเอาชนะภาคแรกได้สบายๆ รวมถึงความดีเด่นของเนื้อเรื่องและการปรากฏตัวอันน่าหวาดหวั่นของ "วินเทอร์ โซลเยอร์" คู่ปรับของกัปตัน ทำให้คว้าที่ 9 ไปครอง

8 ได้แก่ เอ็กซ์-เมน : เดย์ส ออฟ ฟิวเจอร์ พาสต์ การผจญภัยล่าสุดของเอ็กซ์-เมนที่เพ้อฝัน แถมความสนุกสนานในฉากแอ๊กชั่นของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ยังเต็มไปด้วยการกระชากอารมณ์ที่พร้อมจะขยี้คนดู 

ต่อด้วย ไอรอนแมน 3 ที่ผู้กำกับ เชน แบล็ก ใส่เรื่องนอกประเด็นที่ไม่สัมพันธ์กับความเป็นฮีโร่เข้าไปในหนังทำให้กลายเป็นหนังที่สนุกและเพี้ยนที่สุดของมาร์เวลเรื่องหนึ่ง

6 นั้นเป็นเรื่องราวจุดกำเนิดของ "แบทแมน" ที่ได้รับการเล่าเรื่องอย่างทรงพลังใน แบทแมน บีกินส์

สำหรับ เดอะ ดาร์ก ไนต์ ภาคต่อของแบทแมนคว้าที่ 5 ซึ่งการแสดงขั้นเทพของ ฮีธ เลดเจอร์ ในบทโจ๊กเกอร์ได้ยกระดับเรื่องราวในช่วงเวลามืดหม่นที่สุดของแบทแมนให้ออกมายอดเยี่ยม 

ส่วนเรื่องของซุปเปอร์ฮีโร่และการผจญภัยแบบนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่แปลกประหลาดสุด สนุกสนานที่สุด และเปี่ยมไปด้วยความบันเทิงเริงใจจนถือเป็นหนังดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาอย่าง การ์เดี้ยนส์ ออฟ เดอะ กาแล็กซี่ มาเป็นที่ 4

ขณะที่ 3 เป็น ดิ อินเครดิเบิลส์ ครอบครัวซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของ พิกซาร์ ที่สนุกสนาน ตลกและซาบซึ้งกินใจ แถมเป็นตัวอย่างอันดีของสำนักพิมพ์การ์ตูนรายใหญ่อีกด้วย

ต่อกับอันดับ 2 สไปเดอร์แมน 2 ภาคต่อ "สไปเดอร์แมน" ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างเหล่าร้ายที่น่าเห็นใจ แอ๊กชั่นที่ยอดเยี่ยม และเรื่องราวที่ลึกซึ้งมีมิติ ทำให้กลายเป็นหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนออกมาได้ดีที่สุดอีกเรื่อง

และการรวมทีมซุปเปอร์ฮีโร่อันน่าตื่นตาตื่นใจของผู้กำกับจอสส์วีดอนที่ใกล้เคียงกับความฝันของแฟนๆ มากสุดในการถ่ายทอดเรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาสู่จอภาพยนตร์ ดังนั้น ดิ อเวนเจอร์ส จึงคว้าอันดับ 1 ไปครองอย่างไม่ต้องสงสัย

ใครพลาดเรื่องไหนไปก็จัดมาดูซ้าาาา