วิจารณ์หนัง ฟ.ฮีแลร์ ครูฝรั่งผู้สอนครูไทย ให้เป็น “ครู”

วิจารณ์หนัง ฟ.ฮีแลร์ ครูฝรั่งผู้สอนครูไทย ให้เป็น “ครู”
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงเวลาที่คนทำหนัง รวมถึงคนในแวดวงภาพยนตร์ไทยบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ค่อยมีคนดูหนัง” ก็ยังไม่วายที่จะมีหนังไทยนอกกระแสหลักหลายๆ เรื่องออกมาชิมลางเป็นทางเลือกให้คนดูซื้อตั๋วเข้าชม

ฟ.ฮีแลร์ ภาพยนตร์ไทยเชิงอัตชีวประวัติในฝีมือการกำกับของมาม่า บลูส์หรือสุรัสวดี เชื้อชาติ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่อาจจะเรียกได้ว่า “เกิดยาก” เว้นเสียแต่จะมีปาฏิหาริย์ ชนิดร่ำลือกันแบบปากต่อปากเหมือนที่หนังไทยโปรดักชั่นย่อมย่อเคยทำได้มาแล้ว

เหตุผลมิใช่เพราะหนังไม่มีคุณภาพ แต่อาจเป็นเพราะคนดูหนังบ้านเราไม่ค่อยนิยมเสพหนังแนวนี้สักเท่าไร

ฟ. ฮีแลร์ นำเสนอเรื่องราวของนักบวชชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาสอนภาษาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 100 กว่าปีก่อน จากผลงานการแต่งหนังสือ “ดรุณศึกษา” ตำราภาษาไทย ทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า “ปราชญ์แห่งอัสสัมชัญ” ซึ่งใครจะเชื่อว่าครูฝรั่งแท้ๆ แต่กลับแต่งตำราไทยได้อย่างเชี่ยวชาญ

ตัวหนังมิเพียงแค่บอกเล่าในความสามารถ ความเพียรพยายาม ความเสียสละและความรักที่ฟ.ฮีแลร์มีต่อการศึกษาไทยเท่านั้น หากแต่เมื่อหนังเลือกวิธีการเล่าเรื่องโดยใช้นักแสดงอีกตัวหนึ่งคือครูพงศธร มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของฟ.ฮีแลร์ จึงทำให้หนังมีความน่าสนใจ และมองเห็นแนวความคิดที่สอดแทรกอยู่ภายในตัวหนังได้อย่างชัดเจน

หนังใช้วิธีฉายภาพสลับไปมาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฟ.ฮีแลร์ในอดีต และครูพงศธรในยุคปัจจุบัน ช่วยให้คนดูสามารถเปรียบเทียบด้านที่มีคุณค่าของฟ.ฮีแลร์ซึ่งเป็นครูที่มีความมุ่งมั่น และมีหัวใจของการเป็นผู้ให้ ซึ่งแตกต่างจากครูพงศธรครูสอนภาษาไทยในเรื่องที่คิดฝันแต่เรื่องเลื่อนขั้น อัพเงินเดือน โดยไม่ใส่ใจบทบาทของการเป็น “ครู” อย่างแท้จริง

การดำเนินเรื่องของหนังไม่ยืดเยื้อ แถมยังแฝงแนวคิดที่ได้จากทั้งฟ.ฮีแลร์ ครูพงศธร รวมไปถึงบุคคลรอบๆ ตัวของนักแสดงหลักทั้งสอง ดังนั้นสำหรับคนดูจึงถือเป็นโบนัสพิเศษที่มีคุณค่า ส่วนในเรื่องของการแสดงนั้นต้องยอมรับเลยว่าฟ.ฮีแลร์ (เจสัน ยัง) และครูพงศธร (แทค ภรัณยู) สามารถถ่ายทอดเรื่องราว และสะท้อนอารมณ์ต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับเรื่องของโปรดักชันนั้น เนื่องจากผู้กำกับอยู่ในสายงานภาพยนตร์โฆษณามาโดยตลอด ความพิถีพิถันรวมไปถึงเทคนิคต่างๆ จึงค่อนข้างน่าชื่นชม แม้จะมีบางฉากที่อาจจะดูหลอกๆ ไปบ้างอย่างฉากทีมนักบวชชาวฝรั่งเศสอยู่บนเรือ ซึ่งดูไม่ค่อยเนียนและทำให้อารมณ์ของการดูหนังไม่ลื่นไหล แต่ก็เป็นเพียงจุดเล็กน้อยที่มองข้าม และให้อภัยได้หากจะเทียบกับสิ่งอื่นๆ มากมายที่เข้าท่า

แม้ใครหลายคนจะมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังเชิดชูชาวต่างชาติ และตั้งคำถามว่าเป็นการแฝงเรื่องของการเผยแพร่ศาสนาหรือเปล่า? 

สำหรับคนดูหนัง ผมอยากให้แยกคิดว่าเราจะดูหนังเพื่อสิ่งใด ตราบใดที่หนังเป็นสื่อเพื่อความบันเทิง ซึ่งแน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงจ๋า แบบหัวเราะร่า น้ำตาริน แต่ถึงอย่างไรผมก็รู้สึกว่า การได้เข้าไปชมภาพยนตร์ที่ทำให้คุณหัวเราะได้ทั้งเรื่อง กับการไปชมภาพยนตร์สักเรื่องที่หลังลุกจากที่นั่งในโรงภาพยนตร์แล้ว ปมหรือความคิดที่ยังไม่ตกตะกอนของคุณได้ถูกคลี่คลายลง มันคือความรู้สึกเดียวกัน

ความน่าสนใจ: 8/10