วิจารณ์ LA FAMILLE BELIER พ่อจ๋า แม่จ๋าขอลูกตามความฝัน

วิจารณ์ LA FAMILLE BELIER พ่อจ๋า แม่จ๋าขอลูกตามความฝัน
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

อันที่จริงพล็อตเรื่องของ LA FAMILLE BELIER นั้นถูกเล่าเรื่องราวตามสูตรสำเร็จของหนังแนว “ตะกายฝัน” อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามวิธีการเล่าของหนังเรื่องนี้ไม่ได้ใช้สูตรแค่เพียงเด็กสาวบ้านนากับพรสวรรค์ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวของเธอเท่านั้น หนังยังให้ตัวละครเอกของเรื่องต้องแบกรับหน้าที่สำคัญในครอบครัวด้วยการต้องใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่และน้องชายที่เป็นใบ้ อันที่จริงตัวหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของคนเขียนบท วิคตอเรีย เบอโดส์ ซึ่งเลขาของพ่อเธอนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นคนหูหนวกเป็นใบ้ แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่งมาจากหนังบอลลีวู้ดเรื่อง Khamoshi: The Musical เล่าเรื่องของนางเอกผู้มีพรสวรรค์ แต่มีพ่อแม่เป็นคนหูหนวกและเป็นใบ้เช่นเดียวกัน 

โปลา (ลูอาน เอเมอรา) เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่รักการร้องเพลง และอยากเข้าเรียนในโรงเรียนดนตรี แต่ภาระในชีวิตของเธอนั้นมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะการต้องช่วยพ่อกับแม่ขายของในตลาด ที่ยุ่งยากวุ่นวายจนเวลาในแต่ละวันไม่มีเหลือสำหรับความฝันของตนเอง วันหนึ่งพรสวรรค์ของโปลาก็ได้รับการค้นพบ ครูคนหนึ่งแนะนำให้โปลาพัฒนาการร้องเพลงให้เยี่ยมขึ้นกว่าเดิม แต่การจะทำเช่นนั้นได้ โปลาก็ต้องบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่เสียก่อน แต่พ่อแม่พวกเขากลับอยากให้เธออยู่ช่วยกิจการที่ครอบครัวมากกว่า

แน่นอนว่ากว่าที่นางเอกของเรื่องจะพิสูจน์ตัวเอง และพยายามเดินไปให้ถึงความฝันของเธอนั้น หนังก็ใส่รายละเอียดในความยุ่งยากต่างๆนานาในชีวิตของโปลาเข้ามาให้ผู้ชมเห็นไม่ว่าจะเป็นการต้องคอยติดต่อเป็นธุระกับกิจการของครอบครัว พ่อของโปลาจะสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น น้องชายที่กำลังจะเติบโตเป็นวัยรุ่น ตามสไตล์หนังแนวนี้จะต้องมีฉากที่พ่อแม่ไม่เข้าใจในตัวลูกสาวและพยายามกีดกันลูกตัวเองจากการร้องเพลง ดังเช่นฉากที่แม่ของโปลา (คาริน วิยาด์) เมาและอธิบายความจริงที่ว่าอันที่จริงแล้วเธอไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะออกมาเป็นคนปกติ เธออยากให้ลูกสาวที่คลอดออกมานั้นเป็นเหมือนกับเธอ เพราะจริงๆแล้วเบื้องลึกของหัวใจ เธอก็ยังคงอิจฉาคนที่ได้ยินสิ่งที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน 

แต่ฉากที่เรียกได้ว่า “ขยี้” อารมณ์คนดูจนถึงขีดสุดก็คือฉากที่โปลาไปออดิชั่นเข้าโรงเรียนดนตรีด้วยเพลง Je Vole มีเนื้อหาว่าด้วย เด็กวัยรุ่นที่ต้องออกไปใช้ชีวิตของตนเอง และต้องลาจากด้วยความอาลัยอาวรณ์พ่อแม่ที่ดูแลเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งฉากนี้นอกจากสะเทือนอารมณ์ผู้ชมแล้ว มันยังเป็นฉากที่ท้าท้ายความสามารถนักแสดงด้วยการสื่ออารมณ์ทางสีหน้าแววตา ต้องร้องเพลงให้เพราะ และสุดท้ายคือเธอต้องแสดงภาษามือไปพร้อมๆกัน และแน่นอนว่าการแสดงของเธอทำให้ลูอานได้รับรางวัลซีซาร์ในสาขานักแสดงหญิงดาวรุ่ง

แม้ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กๆ แต่หนังเรื่องนี้ก็ยังเข้าฉายอยู่เงียบๆตามโรงหนังลิโด้ เฮาส์ หรือแม้กระทั่งเครือเมเจอร์และเอสเอฟ ถ้าคุณดู Jurassic World แล้วไม่รู้จะดูอะไรต่อ นี่เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์กินใจที่น่าสนใจเลยทีเดียว

@พริตตี้ปลาสลิด

4 คะแนนจาก 5 คะแนน