วิจารณ์หนัง Pitch Perfect 2 มิตรภาพเพื่อนสาวอยู่ยั้งยืนยง

วิจารณ์หนัง Pitch Perfect 2 มิตรภาพเพื่อนสาวอยู่ยั้งยืนยง
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

เบลลาส์ สาวๆ จากบาร์เดน กลับมาเพื่อเขย่าโลกให้สั่นสะเทือนอีกครั้งใน Pitch Perfect 2 ภาคต่อของภาพยนตร์ฮิตถล่มทลายปี 2012 เกี่ยวกับกลุ่มของคนขี้แพ้ผู้น่ารักที่มีสิ่งเดียวที่เหมือนกัน นั่นคือเสียงเย้ายวนมีเสน่ห์ในตอนที่เสียงของพวกเธอผสมผสานและเข้าจังหวะด้วยกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

เวลาผ่านมาสามปี นับตั้งแต่พวกเบลลาส์ได้โชว์พลังเสียง สไตล์และทัศนคติที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอ และกลายเป็นวงหญิงล้วนวงแรกที่คว้ารางวัลระดับประเทศได้ แต่เมื่อพวกเธอถูกแบนหลังจากเหตุการณ์อื้อฉาวที่สมาชิกในแกงค์ดันไปโชว์หวอต่อหน้าประธานาธิบดี ส่งผลให้ชีวิตปีสุดท้ายของพวกเธอดูจะล้มเหลวไม่เป็นท่า 

เมื่อเหลือโอกาสเพียงหนึ่งเดียวในการกอบกู้ศักดิ์ศรี พวกเบลลาส์ก็จะต้องสู้เพื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลกอะแคปเปล่าในกรุงโคเปนเฮเกน และในขณะที่พวกเธอต้องรับมือกับทั้งความกดดันจากการชิงชัยในโลกดนตรีและเรื่องวุ่นๆ ของการเรียนปีสุดท้าย พวกเธอก็จะต้องใช้พลังสาวๆ เพื่อค้นหาเสียงของตัวเองและหาคำตอบว่าพวกเธอต้องใช้อะไรบ้างเพื่อก้าวไปสู่การเป็นสุดยอดวงอะแคปเปล่าด้วย

ในภาคที่ 2 นี้ตัวหนังได้สร้างสรรค์ตัวละครที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเรื่องราวด้วยการใส่ตัวละครเอมิลี จังค์(เฮลลีย์ สเตนเฟลด์) ด้วยการวางตำแหน่งให้ตัวละครนี้มีความคล้ายคลึงกับเบคก้าในภาคก่อน นั่นคือเป็นบุคคลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความ “แปลก” อยู่ในตัวเอง หรือกล่าวง่ายๆว่าในสายตาของคนอื่นเอมิลี่ก็เป็นเหมือนแกะดำ แต่ด้วยสิ่งที่เธอรับรู้มาจากแม่ของเธอเองว่าเบลลาส์นั้นเปรียบเสมือนความฝันที่ครั้งหนึ่งเธอควรจะได้เข้ามาสัมผัสแบบเดียวกับที่แม่ของตัวเองเคยผ่านชมรมนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นความพิเศษแบบหาตัวจับยากของเอมิลี่ก็คือเธอสามารถแต่งเพลงและร้องนำได้

หนังภาคนี้นำเสนอพัฒนาการของตัวละครเบคก้าว่าชีวิตต้องก้าวต่อไป การออกไปฝึกงานเพื่อเรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริงนั้นการจะเป็น “ตัวจริง” ของวงการดนตรีไม่ใช่เรื่องง่าย ความสามารถที่เคยมองว่ามันยิ่งใหญ่ มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปในโลกธุรกิจดนตรี ในขณะเดียวกันตัวละครโคลอี้(บริททานีย์ สโนว์) เธอก็หวาดกลัวโลกแห่งความจริงภายนอกจนตัวเองเลือกจะยอมสอบตกสามปีซ้อนเพื่อให้ได้อยู่ในชมรมเบลลาส์ต่อไป 

ตัวหนังยังหยิบเพลงฮิตและเพลงที่เป็นรู้จักตั้งแต่ยุค 90-ปัจจุบันเอามาคัฟเวอร์ให้ผู้ชมฮัมเพลงตามและทายชื่อเพลงอย่างสนุกสนาน เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ Pitch Perfect สามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมฟังเพลงเพราะๆไปพร้อมๆกับการฮาอย่างบ้าคลั่งไปกับพฤติกรรมบ้าๆบอๆของตัวละครในเรื่อง 

Pitch Perfect 2 อาจจะไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน มันเป็นหนังที่เดินเรื่องตามสูตรสำเร็จของหนังประกวดร้องเพลงทุกกระเบียดนิ้ว แต่มันรู้จังหวะ รู้วิธีการทำให้คนดูรักตัวละคร ขำไปกับเหตุการณ์ชวนหัว และสนุกไปกับเพลงประกอบของเรื่องได้ 

เรายังจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกจากหนัง “เบาสมอง” สักเรื่อง 

@พริตตี้ปลาสลิด

มอบให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน