วิจารณ์หนัง CINDERELLA จงมีเมตตาและกล้าหาญ

วิจารณ์หนัง CINDERELLA จงมีเมตตาและกล้าหาญ
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

พูดได้เลยว่าตลอดทั้งเรื่องของ Cinderella นั้นเราจะได้ยินประโยคที่ว่าจงมีเมตตาและกล้าหาญไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ตอกย้ำจนเข้าโสตประสาทของผู้ชมไปถึงชั้นซีรีบรัมกันเลยทีเดียวเชียว แน่นอนว่าครั้งแรกที่เราได้ฟังมันในตัวอย่างภาพยนตร์นั้น แทบจะพูดได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่ดูน่าขนลุกชะมัด แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเราได้เห็นประโยคนี้ในหนังตลอดจนหนังจบบริบูรณ์แล้ว เรากลับรู้สึกว่า Cinderella ในเวอร์ชั่น 2015 นั้นมีความ “จริงใจ” ในสิ่งที่คนทำพยายามจะนำเสนอเอามากๆ 

อย่างไรก็ตามผลงานขึ้นหิ้งในปี 1950 เวอร์ชั่นแอนิเมชั่นนั้นมีเสน่ห์อยู่ในตัวมันเอง มันบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอย่างซินเดอร์เรล่าที่ต้องอดทนและเชื่อมั่นว่าสักวันความฝันของเธอจะเป็นความจริง เธอกลายเป็นคนรับใช้ของคฤหาสน์ที่มีแม่เลี้ยงอย่างเลดี้เทรมีนคอยบงการให้ท้ายลูกสาวตัวแสบทั้งสอง คอยจิกหัวใช้ซินเดอร์เรล่าไม่ว่างเว้นแต่ละวัน กระทั่งวันหนึ่งเมื่อเจ้าชายป่าวประกาศว่าจะจัดงานเลี้ยงเต้นรำและเชื้อเชิญหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานให้เข้าร่วมงานเต้นรำเพื่อหาคู่ครอง ในค่ำคืนนั้นเองซินเดอร์เรล่าที่ได้รับความช่วยเหลือจากนางฟ้าแม่ทูนหัวจึงได้พบและเต้นรำกับเจ้าชายโดยไม่รู้ตัว และก่อนที่เวทมนตร์จะสิ้นสุดลงหลังเวลาเที่ยงคืน เหลือไว้เพียงแต่รองเท้าแก้วเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

เอาเข้าจริงแล้วซินเดอร์เรล่าในเวอร์ชั่นคนแสดงนั้นก็ยังยึดขนบเรื่องราวและการดำเนินเรื่องเหมือนกับงานต้นฉบับเกือบทุกอย่าง แต่ผู้กำกับอย่างเคนเนต บราน่าห์ก็ยังเลือกที่จะ “ใส่รายละเอียด” ที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในวัยเด็กของเอลล่า (ก่อนจะกลายมาเป็นซินเดอร์เรล่า) ว่าเธอต้องผ่านการสูญเสียแม่ไปเพราะโรคร้าย ก่อนที่พ่อของเธอจะแต่งงานใหม่กับเลดี้เทรมีน(เคต บลันเชตต์) และมีลูกติดมาอีกสองคน ทว่าตัวหนังก็พยายามจะเพิ่มมิติให้กับแม่เลี้ยงที่กลายเป็นคนใจสลายเมื่อเธอรู้ว่าการได้มาเป็นภรรยาคนใหม่นั้น เธอไม่ได้มาแทนที่ใครและในใจของเอลล่ากับพ่อของเธอนั้นก็ยังเป็นแม่คนเดิม เธอจึงกลายเป็นที่คนที่พยายามกลั่นแกล้งเอลล่าสารพัดเพราะในใจของเลดี้เทรมีนนั้นอิจฉาเอลล่านั่นเอง 

ในเวอร์ชั่นหนัง เจ้าชายไม่ได้เป็นตัวละครที่อยู่แต่ในรั้วในวัง เราจะได้เห็นวิถีการละเล่นของคนในรั้วในวังก็คือการออกล่ากวางจะได้มาเจอกับเอลล่าโดยบังเอิญ แน่นอนว่าเจ้าชายก็ตกหลุมรักเอลล่าเมื่อได้พบ แม้เจ้าชายจะไม่ได้รู้ชื่อของเอลล่า แต่เอลล่าก็ได้รู้ว่าชายหนุ่มที่เธอได้พบนั้นทำงานอยู่ในวัง และด้วยเหตุผลนี้นี่เองที่พระราชาพยายามเคี่ยวเข็ญให้เจ้าชายแต่งงานกับเจ้าหญิงต่างเมือง แต่ด้วยความที่เจ้าชายไม่เห็นด้วยว่าการแต่งงานกับหญิงสาวที่เขาไม่ได้รักนั้นเป็นเรื่องที่สมควร เจ้าชายเลยใช้วิธีการป่าวประกาศจัดงานเต้นรำ และทุกอย่างในหนังก็เดินเรื่องราวไปตามวิถีของซินเดอร์เรล่า

ครั้งแรกที่เห็นลิลลี่ เจมส์สาวน้อยจากซีรีส์ Downton Abbey ผมกลับรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยสวยพอที่จะเป็นซินเดอเรล่าได้ แต่พอเธอมาอยู่ในหนัง อยู่ในบริบทของเรื่องแล้ว สาวน้อยคนนี้กลับมีเสน่ห์กว่าที่คิด และที่สำคัญเธอแสดงออกมาได้ครบรสมากๆคือมีมีจริตจะก้านของความเป็นหญิงที่เชื่อมั่นในความเมตตาและกล้าหาญแบบเต็มเปี่ยม

ซินเดอร์เรล่าในเวอร์ชั่นปี 2015 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องราวสอนเด็กๆเท่านั้น แต่มันคือการตอกย้ำแนวคิดแบบดั้งเดิมที่ว่า “ความเมตตาและกล้าหาญ” นั้นท้ายที่สุดแล้วคนที่เชื่อในแนวคิดเช่นนี้จะกุมชัยชนะเหนือความอิจฉาริษยา.........

 

ให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด