เมื่อ Cinderella เอารองเท้าแก้วตบหน้าลุงเลียม นีสัน บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ

เมื่อ Cinderella เอารองเท้าแก้วตบหน้าลุงเลียม นีสัน บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

ตามความคาดหมายของเซียนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาที่คาดการณ์ไว้ว่าอิทธิฤทธิ์รองเท้าแก้วของซินเดอร์เรล่าจะสามารถทำเงินขึ้นอันดับ 1 หนังทำเงินไปได้ที่สุด ซึ่งจากการเปิดตัวในรอบสุดสัปดาห์ Cinderella สามารถขึ้นแท่นหนังเปิดตัวในเดือนมีนาคมสูงสุดตลอดกาลมาเป็นลำดับที่ 5 ตามหลัง The Hunger Games, Alice in Wonderland, Oz the Great and Powerful และ 300

อย่างไรก็ตามที่ต้องพิจารณาว่าทำไมหนังถึงเปิดตัวสู้หนังสี่เรื่องแรกไม่ได้ก็เพราะ หนังค่อนข้างมีความเฉพาะกลุ่มและไม่ได้เปิดตัวในระบบสามมิติด้วย อย่างไรก็ตามตัวดึงดูดที่สำคัญให้คนอยากจะมาดูหนังก็เพราะ Frozen Fever อันเป็นหนังสั้นปะหัวก่อนหนังฉายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้พลังดาราที่ดึงดูดให้แฟนหนังอยากจะมาดูก็คือฝีไม้ลายมือของคุณแม่เคต บลังเชตต์กับบทเลดี้เทรมีน และแน่นอนว่าปัจจัยเกื้อหนุนเหล่านี้ยิ่งผลักดันอยากให้คนดูหนังเพิ่มขึ้น

ถ้ามองในแง่ของหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายหรือเรื่องราวดั้งเดิมจะเห็นได้ว่าหนังที่เปิดตัวแรงพอๆกันสำหรับปีก่อนอย่าง Maleficent ที่เปิดตัวสุดสัปดาห์ที่ 69 ล้านเหรียญ ก่อนจะปิดรายรับจากทั่วโลกไปที่ 758 ล้านเหรียญ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Cinderella ที่น่าจะทำเงินรอบโลกไปด้วยรายได้ที่ใกล้เคียงพอๆกับคุณแม่มาลี แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เช่นกันเนื่องจากหากพิจารณาปัจจัยแวดล้อมแล้ว Cinderella ขาดแคลนดาราระดับแม่เหล็กแบบแองเจอลิน่า โจลี่ ที่เป็น “ขวัญใจมหาชน” ซึ่งเคต บลันเชตต์นั้นไม่ใช่ซุปตาร์ในระดับที่จะกวักมือเรียกผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เท่ากับโจลี่ อันนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องยอมรับ และนางเอกใหม่อย่างลิลลี่ เจมส์ก็ไม่ได้โด่งดังมากนักนอกจากจะดึงแฟนซีรีส์ Downton Abbey ได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น 

แต่ที่ซบเซาเกินคาดก็คือหนังใหม่ของเลียม นีสันอย่าง Run All Night ที่เปิดตัวมาแค่อันดับที่ 2 ด้วยรายได้ 11 ล้านเหรียญและเก็บในตลาดต่างประเทศอีก 6 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าต่ำกว่าที่สตูดิโอคาดการณ์ไว้ว่าหนังควรจะเปิดตัวที่ราวๆ 15 ล้านเหรียญ เห็นได้ชัดว่าคนดูเริ่มจะเบื่อความซ้ำซากจำเจกับบทเดิมๆของนักแสดงนำ

แต่สิ่งที่น่าจับตามองมากๆก็คือสัปดาห์ต่อไปหนังภาคต่ออย่าง Insurgent จะสามารถเลื่อยขารองเท้าแก้วนางซินลงมาจากอันดับที่ 1 ได้หรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะเสียงวิจารณ์ที่มาจากรอบพรีวิสหนัง Insurgent ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก (ใกล้เคียงกับคำวิจารณ์ในภาคแรกเปี๊ยบ!)