วิจารณ์หนัง BIRDMAN อัตตาของนักแสดง

วิจารณ์หนัง BIRDMAN อัตตาของนักแสดง
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ในบ้านเราเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เข้าใจผิดว่า BIRDMAN เป็นหนังตระกูลเดียวกับบรรดาซูเปอร์ฮีโร่อย่างมาร์เวล หรือดีซี ซึ่งพอเข้าไปนั่งดูแล้วอาจจะเกิดอาการหงายเงิบ งงเป็นไก่ตาแตกว่ากำลังนั่งดูหนังอะไรอยู่ มิหนำซ้ำพล็อตซูเปอร์ฮีโร่นั้นยังถูกซ้อนทับอยู่ในเลเยอร์ที่ลึกสุดของตัวละคร ริกแกน ธอมสัน(ไมเคิล คีตัน) เลยก็ว่าได้ 

ตัวผู้กำกับอย่างอาเลฮานโดร กอนซาเลซ อีนาร์รีตู นั้นเคยสร้างหนังพล็อตเรื่องหนักๆมาแล้วอาทิ AmoresPerros, 21 Grams, Babel รวมถึง Biutiful ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็เต็มไปด้วยประเด็นดราม่าหนักอึ้ง ในขณะที่ Birdman นั้นกลายเป็นหนังที่เรียกได้ว่าเป็นหนังตลกร้ายเสียดสีชีวิตในวงการมายา บอกเล่าเรื่องราวของนักแสดงตกอับอย่างริกแกนที่พยายามจะกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเองกลับคืนมาโดยการสร้างละครที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง What I Talk About When I Talk About Love 

แต่ยิ่งใกล้วันเปิดม่านแสดงละครมากเท่าไหร่ชีวิตของริกแกนก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น เพราะคนรอบข้างเขาก็เต็มไปด้วยคนเพี้ยนๆ ยิ่งไปกว่านั้นตัวละครในอดีตอย่างเบิร์ดแมน ซึ่งมาในรูปแบบกระซิบกระซาบ(ซึ่งเป็นเสียงในหัวของเขา) ก็คอยบอกริกแกนถึงความเหลวแหลกในชีวิตของเขา ซึ่งสามารถจะเปรียบเทียบได้เท่ากับการบ่งชี้ให้คนดูเห็นว่าตัวละครนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่เคยจะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปซักที 

ด้วยมุมมองของตัวผู้กำกับเองเขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าตัวอาเลฮานโดรนั้นเกลียดหนังซูเปอร์ฮีโร่มาก เนื่องจากปัญหาหลักๆเลยก็คือทัศนคติที่ว่า ซูเปอร์ฮีโร่นั้นพยายามทำตัวมีคุณค่าทว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกขวาจัดและใช้อำนาจพิเศษรวมไปถึงการใช้สิทธิ์ของการเป็นคนดี (บางคนก็รวย) ในการกำจัดตัวละครฝ่ายร้ายเพียงเพราะอีกฝ่ายยึดอุดมการณ์คนละแบบกับพวกเขา และการที่หนังแบบนี้ถูกผลิตออกมามากๆก็เหมือนการล้างสมองคนดูเนื่องจากความเป็นมนุษย์จริงๆนั้น เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้มีอะไรที่นำคนดูไปสู่ความเป็นจริงได้เลย

ในการเลือกนักแสดงอย่างไมเคิล คีตันให้มารับบทริกแกนนั้นยิ่งซ้อนทับกับภาพความจริงอีกด้วย เมื่อตัวไมเคิล คีตันเองก็โด่งดังเพราะบทแบทแมนในอดีต และปัจจุบันตัวไมเคิล คีตันเองก็ไม่ได้มีบทบาทการแสดงที่โดดเด่นอย่างในวันวานเช่นกัน การแสดงแบบทุ่มสุดตัวของเขาในเรื่องนี้จึงเรียกได้ว่าคู่ควรกับรางวัลออสการ์ไม่แพ้กับเอ็ดดี้ เรดเมยน์ที่เฉือนเอาชนะคีตันไปในนาทีสุดท้ายอย่างน่าสงสาร 

ขณะเดียวกันความโดดเด่นอีกประการที่เราจะไม่เอ่ยถึงในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เลยก็คือหนังใช้วิธีการนำเสนอภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเทคนิคแบบลองเทค ประหนึ่งว่าหนังไม่มีการตัดต่อ(ซึ่งหนังเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียนจนคนดูไม่อาจจะละสายตาจากจอหนังได้เลยสักนาทีเดียว) ซึ่งสอดคล้องกับชีวิตของตัวละครริกแกนที่ไม่เคยหยุดนิ่งเลย

ทว่าเทคนิคดังกล่าวก็ยังซ้อนทับด้วยความแยบยลอีกหนึ่งชั้น เมื่อเหตุการณ์ลองเทคในหนังนั้นได้มีการ “โกงเส้นเวลา” เพราะบางครั้งเหตุการณ์ที่เหมือนจะต่อเนื่องกันในฉากหลังเวที กลับกลายเป็นว่าเมื่อหนังเคลื่อนผ่านอะไรบางอย่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หน้าเวทีกลับกลายเป็นว่ามันได้ผ่านมาอีกหนึ่งวันไปแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนดูที่ต้อง “ประมวลผล” เอาเองว่าในฉากนี้เกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่ทำให้สมองของผู้ชมต้องทำงานตลอดเวลาก็เพราะ BIRDMAN นอกจากจะให้คนดูมัวสาละวนอยู่กับบรรดานักแสดงนำในเรื่องแล้ว การคิดต่อด้วยว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นเป็นเรื่องจริง เป็นการแสดงละครเวที หรือจริงๆแล้วเป็นแค่ห้วงคำนึงภาพในหัวของตัวริกแกนเอง 

BIRDMAN เป็นหนังที่ตั้งคำถามกับอัตตาของตัวตนนักแสดงคนหนึ่งว่ามุมมองของมนุษย์คนหนึ่งนั้น บางครั้งความโง่เขลาก็เป็นเส้นทางที่นำไปสู่บทเรียนบางอย่างของชีวิต 

 

มอบให้ 5 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด