วิจารณ์หนัง Blackhat แฮคเกอร์ชวนคนดูเข้ารกเข้าพง

วิจารณ์หนัง Blackhat แฮคเกอร์ชวนคนดูเข้ารกเข้าพง
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์ Blackhat แฮคเกอร์ชวนคนดูเข้ารกเข้าพง

 

 

ช่วงเวลาของปลายปีและต้นปี (เดือนมกราคม) การที่บรรดาค่ายหนังใหญ่ๆเลือกที่จะเอาหนังฟอร์มกลางและฟอร์มโตที่มีนักแสดงที่มีชื่อเสียง มีผู้กำกับชื่อดังประมาณหนึ่งเอามาเข้าฉายในช่วงเวลานี้ให้เราประเมินและพยากรณ์ตัวหนังได้คร่าวๆเลยว่ามันต้องมีอะไรที่ผิดปกติแน่ๆ เพราะช่วงเวลาที่ “สมควร” จะเข้าฉายของหนังกลุ่มนี้นั้นควรจะเป็นช่วงซัมเมอร์ในอเมริกาหรือประมาณเดือนพฤษภาคมจนถึงกรกฎาคมเป็นหลักดังนั้นการที่เราได้ดูเจนิเฟอร์ ลอเรนซ์กับแบรดลีย์ คูเปอร์แสดงในหนังบทแย่ๆอย่าง Serena, การได้ดูมหากาพย์แฟนตาซีราวกับหนังจักรๆวงศ์ๆยาวเช้าใน Seventh Son และการได้ดูแฮคเกอร์กับบทที่ไม่ไปไหนสักทางใน Blackhat ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการ “ทิ้งของเสีย” ของสตูดิโอนั่นเอง

 

พล็อตเรื่องของ Balckhat นั้นบอกเล่าเรื่องราวของแฮ็กเกอร์ผู้ถูกจำคุก นิโคลัส แฮธาเวย์ (คริส เฮมส์เวิร์ธ) และได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางเป็นการชั่วคราวและคู่หูเชื้อสายอเมริกันและจีนของเขา เพื่อตามล่าหาเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลกสุดอันตราย จากลอสแองเจลิสสู่ฮ่องกง เปรัค มาเลเซียและจาการ์ตา แต่เมื่อแฮธาเวย์รุกคืบเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เป้าหมายของเขาก็รู้ถึงการมีอยู่ของแฮธาเวย์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับเขา 

 

นิโคลัสต้องร่วมมือกับเฉิน เหลียน(ทัง เหว่ย) วิศวกรเครือข่ายผู้ตรงไปตรงมา ผู้กลายเป็นคนรักของแฮธาเวย์ และ สารวัตรเฉินต้าไว(หวังลี่หง) พี่ชายของเหลียน เพื่อนสนิทและอดีตเพื่อนร่วมห้องที่เอ็มไอทีของแฮธาเวย์ เพื่อสืบหาต้นเหตุของเหตุการณ์โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไชวันถูกแฮ็ก มัลแวร์เล็กๆ ที่เป็นโปรแกรมเจาะข้อมูลทางไกล (RAT) ได้เปิดประตูให้มัลแวร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้เข้าไปทำลายระบบความเย็นของโรงงาน ก่อให้เกิดรอยรั่วในภาชนะบรรจุ จนเป็นเหตุให้เกิดการหลอมละลาย ไม่มีการข่มขู่หรือการอ้างตัวของกลุ่มการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แรงจูงใจของผู้ร้ายยังคงเป็นปริศนา

 

น่าเสียดายที่การเดินเรื่องการสืบสวนของหนังเป็นไปอย่างเนิบช้าและปราศจากการเร้าอารมณ์อย่างที่หนังควรจะเป็นทำให้ช่วงแรกของหนังน่าเบื่อมากจนมากที่สุด จนเราได้แต่ตั้งคำถามว่าหน้าตาอย่างคริส เฮมเวิร์ธนี่ก็ช่างห่างไกลกับหนังสายลับและการเป็นแฮคเกอร์เสียหลายล้านปีแสง (กลับไปเล่นเป็นลิเกแบบธอร์ใน The Avengers และนายพรานแบบ Snowwhite and the Huntsman ยังจะน่าเชื่อถือซะกว่า) 

 

มิหนำซ้ำการพรางปมปริศนาต่างๆยิ่งไร้ชั้นเชิงเสียเหลือเกินสำหรับผู้ชมดูหนังแนวนี้มาเกิน 2 ครั้งก็คงพอจะเดาได้แล้วว่าสุดท้ายหนังจะเดินหน้าไปสู่บทสรุปอย่างไร ข้อดีประการเดียวของหนังเรื่องนี้อาจจะอยู่ที่การแสดงของหวัง ลี่ฮอม ที่ยังดูออกบ้างว่าเขาพยายามในการรับบทบาทเป็นสารวัตรมากแค่ไหน (และแน่นอนว่าหน้าตาของเขาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หนังเจริญหูเจริญตา น่าเบื่อน้อยกว่าที่เป็นอยู่) และอีกหนึ่งคนที่ร่วมวงความย่ำแย่ของหนังก็คือวิโอลา เดวิส ที่เมคอัพห่วยๆของหนังทำให้เธอเป็นยัยป้าแก่ๆผิวดำที่เลือกเครื่องสำอางผิดเบอร์! น่าเศร้าเสียจริงเชียว 

 

@พริตตี้ปลาสลิด

มอบให้ 0.5 คะแนนจาก 5 คะแนน