5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู THE WATER DIVINER

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู THE WATER DIVINER
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู THE WATER DIVINER


 

1.ชายผู้ตามหาลูก

“ชายแก่คนหนึ่งเดินทางมาจากออสเตรเลีย เพื่อตามหาหลุมศพของลูกชาย” เป็นข้อความในจดหมายที่เขียนโดยชายคนหนึ่งนามว่า ซิริล ฮิวจ์ นายพันเอกที่เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยจัดการเกี่ยวกับศพภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งมือเขียนบทภาพยนตร์แอนดริว อนาสตาสิออสได้อ่านเจอระหว่างการค้นคว้าหาข้อมูลสำหรับโปรเจ็คภาพยนตร์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย 

 

2.อันที่จริงเป็นเรื่องราวของชาวตุรกีไม่ใช่ออสเตรเลีย

ในความเป็นจริงแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นจากเรื่องราวของชาวตุรกี เช่น เดียวกับศัตรูในการรบของพวกเขา ภายในกองทัพประกอบไปด้วยทหารมากฝีมือและเด็กหนุ่มที่หวาดกลัว ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้เกิดความโศกเศร้า หดหู่ให้แก่คนทั้ง 2 ฝ่าย มุมมองของ THE WATER DIVINER ที่มีต่อเรื่องราวของกัลลิโปลินั้นจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการให้อภัย แก่ผู้อื่นและแก่ตัวเอง ความรู้สึกผิดที่คอยกดดันโจชัว คอนนอร์ (รัสเซล โครว์) ท่วมท้นอยู่ในตัวของเขา แต่ในที่สุดเขาก็จะได้เรียนรู้ว่า อานุภาพของความรักจะมอบพลังและความมุ่งมั่นให้แก่เขา

 

3.โลเคชั่นจากสองประเทศ

การถ่ายทำเริ่มต้นในเดือนธันวาคมปี 2013 โดยมีการถ่ายทำถึง 3 อาทิตย์ในซิดนีย์ ซึ่งทีมงานได้เซ็ตฉากโรงแรมในอิสตันบูลขึ้น รวมทั้งยังเนรมิตสถานที่ให้เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของเมืองในประเทศตุรกีหลังจากนั้นในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2014 กับเวลาถ่ายทำ 5 อาทิตย์ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะนำผู้ชมไปพบกับภาพชนบทของประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งสถานที่แห่งนั้นก็ยังถูกเปลี่ยนให้เป็นหนึ่งในฉากสมรภูมิรบของกัลลิโปลิซึ่งมีสภาพเป็นทะเลทรายอีกด้วย

 

4.รัสเซล โครว์ควบตำแหน่งกำกับและแสดงนำ

รัสเซล โครว์เป็นนักแสดงมากฝีมือเขามารับบทชาวนาและนักแสวงหาแหล่งน้ำ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความจริงอันเจ็บปวดว่า 4 ปีภายจากสงครามในสมรภูมิที่กัลลิโปลี สิ่งที่เขาได้คืนกลับมามีเพียงไดอารี่ จดหมาย และรูปถ่ายซึ่งเคยเป็นของลูกชาย 3 คนที่หายตัวไป ซึ่งนอกจากการแสดงที่เน้นอารมณ์และความรู้สึกแล้ว เขายังนั่งแท่นเป็นผู้กำกับของหนังเรื่องนี้อีกด้วย 

 

5.เรื่องราวของ THE WATER DIVINER

4 ปีภายหลังจากการจบสิ้นลงของการรบในสมรภูมิที่กัลลิโปลี ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวนาชาวออสเตรเลีย โจชัว คอนนอร์ (รัสเซล โครว์) เดินทางจากตุรกีในปี 1919 เพื่อตามหาลูกชายทั้ง 3 คนของเขา ซึ่งหายสาปสูญไปในช่วงสงคราม แต่โจชัวกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางกองทัพในการตามหาตัวลูกชาย เขาได้มาพบกับหญิงสาวที่มีชื่อว่า อายเช (โอลก้า คูรีเลนโก้) ผู้เป็นเจ้าของโรงแรมที่เขาเข้าพักในอิสตันบูล ในเวลาต่อมาโจชัวก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับลูกชาย ซึ่งทำให้เขารู้สึกมีความหวังมากขึ้น ในการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อค้นหาความจริงให้พบ