15 หนังนอกสายตา ปี 2015 ส่อแววฮิต..พลิกล็อก!

15 หนังนอกสายตา ปี 2015 ส่อแววฮิต..พลิกล็อก!
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

15 หนังนอกสายตา ปี 2015 ส่อแววฮิต..พลิกล็อก!

 

 

ปี 2015 ยังคงเนื่องแน่นไปด้วยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่คาดว่าจะมาทำลายสถิติต่างๆ ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของ The Avengers: Age of Ultron, The Fantastic Four หรือ Terminator: Genisys รวมทั้งการคืนสู่จอใหญ่ของ Jurassic World ก็ค่อนข้างน่าเกรงขาม

 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง นอกจากบรรดาภาพยนตร์บ็อกซ์บัสเตอร์เรียงคิวกันฉายแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ยังคงมีภาพยนตร์ทุนสร้างไม่มาก ที่มาช่วยสร้างสีสันให้กับวงการอยู่เสมอ ซึ่งที่ผ่านมาภาพยนตร์นอกสายตาเหล่านี้ ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เกิดปรากฏการณ์ความพลิกล็อก กลายเป็นความสำเร็จอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

 

และนี่คือภาพยนตร์ฟอร์มไม่ใหญ่ 15 เรื่อง ในปี 2015 ที่เรามิอาจมองข้าม ภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่า ม้านอกสายตา ทั้ง 15 เรื่อง ล้วนที่มีสิทธิ์ฮิตถล่มทลายแบบเหนือความคาดหมาย ไม่แพ้ภาพยนตร์ทุนสร้างมหาศาล....

 

 

Project Almanac

น่าจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นไซไฟที่ได้รับความสนใจต้อนรับศักราชใหม่ จากโครงเรื่องที่มีแนวคิดสุดล้ำ เมื่อกลุ่มเด็กนักเรียนค้นพบแบบพิมพ์เขียวของอุปกรณ์ลึกลับ ที่สามารถนำพาพวกเขาเดินทางข้ามกาลเวลาได้ และการกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต เพื่อประโยชน์ของตัวเอง กำลังจะส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันของพวกเขาอย่างไม่คาดคิด

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่และดารารุ่นใหม่ๆ แต่ชื่อของ ไมเคิล เบย์ (จาก Transformers: Age of Extinction) ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง ก็เรียกความสนใจได้ไม่น้อย (กำหนดฉายในประเทศไทย: 30 มกราคม 2558)

 

The Theory of Everything

เรื่องราวความประทับใจในชีวิตของผู้ชายที่ชื่อว่า "สตีเฟน ฮอว์กิ้ง" นักฟิสิกส์ชื่อดังที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายชีวิตบนโลก เรื่องราวการต่อสู้กับโรคเซลล์ประสาทสั่งการส่งผลต่อกล้ามเนื้อ (ALS) หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง การใช้ชีวิตคล้ายกับอัมพาตทั้งตัว ตั้งแต่อายุ 21 ปี แม้ว่าแพทย์ลงความเห็นว่าเขาไม่น่าจะรอด แต่เขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ถึงในปัจจุบัน

 

ภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นตัวเก็งบนเวทีรางวัลออสการ์ นักวิจารณ์จากหลายสถาบันต้องยกนิ้วให้ มุมมองความรักที่ลึกซึ้งแบบ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง ที่หลายคนอยากจะได้เห็นและยังสร้างแรงบันดาลให้ผู้คนได้เป็นอย่างดี เอ็ดดี้ เรดเมย์น  (จาก Les Miserables) และ เฟเลซิตี้ โจนส์ (จาก The Amazing Spider-Man 2) โชว์ฝีมือการแสดงที่ได้รับทั้งคำชื่นชมและกล่องรางวัล (กำหนดฉายในประเทศไทย: 5 กุมภาพันธ์ 2558)

 

Song One

ปี 2014 เราได้เคลิบเคลิ้มไปกับ Begin Again แต่ในปี 2015 เตรียมอิ่มเอมกับเสียงเพลงเพราะๆ จากภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติกฟอร์มเล็กๆ เรื่องนี้ เมื่อหญิงสาวต้องเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อดูอาการของน้องชายที่ประสบอุบัติเหตุถึงขั้นโคม่า เธอจึงสานฝันแต่งเพลงร่วมกับนักร้องหนุ่มอินดี้ที่เป็นไอดอลของน้องชาย บรรเลงเสียงเพลงเพื่อต่อลมหายใจให้กับน้องชาย

 

การแสดงที่น่าดูของ แอนน์ แฮทธาเวย์ (จาก Interstellar) พร้อมกับฝีมือการกำกับของผู้กำกับหญิงดาวรุ่ง เคท บาร์เกอร์-ฟรอยแลนด์ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะเข้าไปอยู่ในใจของใครหลายๆ คน (กำหนดฉายในประเทศไทย: 19 กุมภาพันธ์ 2558)

 

 

 

Fifty Shades of Grey

หนึ่งในนวนิยายโรแมนซ์ที่เร่าร้อนแห่งทศวรรษ กลายมาเป็นภาพยนตร์รักที่ลุ่มหลงด้วยตัณหาราคะและท่วงท่าซาดิสต์ ดัดแปลงสร้างจากฝีมือการเขียนของ อี.แอล.เจมส์ เรื่องราวของนักศึกษาสาววรรณกรรมที่เปลี่ยนไปในทันที เมื่อชีวิตหลงเข้าไปสู่โลกของนักธุรกิจหนุ่มเศรษฐีอายุยังน้อย ที่ซึ่งปิดซ่อนความลับที่แฝงด้วยอารมณ์ปรารถนาและความรุนแรง

 

ผลงานการกำกับของ แซม เทเลอร์-จอห์นสัน (จาก Nowhere Boy) ที่ได้คู่พระนาง ดาโกต้า จอห์นสัน (จาก Need for Speed) และ เจมี่ ดอร์แนน (จาก Once Upon a Time) ภาพยนตร์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่ตอนประกาศสร้าง ถึงขั้นที่นักวิเคราะห์การันตีว่าจะประสบความสำเร็จทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เลยทีเดียว (กำหนดฉายในประเทศไทย: 12 กุมภาพันธ์ 2558)

 

Pitch Perfect 2

เคยเป็นปรากฏการณ์ฮิตเกินความคาดหมาย เมื่อปี 2012 กวาดรายได้ไปกว่า 110 ล้านเหรียญทั่วโลก และคราวนี้แก๊งสาวๆ 'เดอะ เบลลาส' พร้อมที่จะกลับมาประสานเสียงร้องเพลง เพื่อแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ ที่ไม่ได้มีแต่เพียงทีมชาติอเมริกันเท่านั้น

 

ภาพยนตร์ภาคต่อที่กลับมาพร้อมกับทีมงานชุดเดิม นำทีมโดย เอลิซาเบธ แบงก์ส ที่ลงทุนขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับด้วยตัวเอง ขณะที่นักแสดงก็ยังมาครบ ไม่ว่าจะเป็น แอนนา เคนดริก (จาก Into the Woods), เรเบล วิลสัน (จาก Night in the Musuem 3) หรือ สกายลาร์ ออสติน (จาก 21 & Over) พร้อมเสริมทัพด้วยสมาชิกใหม่ ฮาลลี่ สเตนฟิลด์ (จาก Ender's Game) เตรียมเบิกตา เอี้ยงหูฟังเพลง และหัวเราะกันได้เลย (กำหนดฉายในประเทศไทย: 14 พฤษภาคม 2558)

 

Paper Towns

ในยุคที่นวนิยายวัยรุ่นเป็นใหญ่ สตูดิโอภาพยนตร์ต่างไขว่คว้าแย่งกันซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาสร้างดัดแปลง และนี่คือการสานต่อความประสบความสำเร็จ เรื่องราวจากนิยายของ จอห์น กรีน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง เด็กหนุ่มที่ต้องออกตามหาเด็กสาวข้างบ้าน ที่เขารู้จักและเติบโตมาด้วยกัน เมื่อวันหนึ่งเธอได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

จากความสำเร็จของ The Fault in Our Stars ที่ทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 300 ล้านเหรียญ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยาก ห่างจะหยิบนำเอานิยายของ จอห์น กรีน มาขึ้นจออีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง เจค ไชเออร์ มาพร้อมกับนักแสดงดาวรุ่ง คาร่า เดอเลอวีญ (จาก Anna Karenina) และ แนท วูลฟ์ (จาก The Fault in Our Stars) ใครเป็นวัยรุ่นบุคมาร์กเรื่องนี้เอาไว้เลย (กำหนดฉายในประเทศไทย: กลางปี 2558)

 

 

 

The DUFF

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน คุณยังคงจำได้ถึงความสำเร็จแบบจี๊ดจ๊าดกับภาพยนตร์วัยรุ่นในรั้วโรงเรียน แก๊งสาวสุดแซ่บ Mean Girls และในวันนี้กลิ่นอายเช่นนั้นกำลังจะกลับมาอีก ภาพยนตร์เล็กๆ ที่น่าจะโดนใจวัยรุ่นยุคนี้ ที่มีพร้อมกับการเสียดสีและศัพท์สแลงใหม่ล่าสุด "DUFF" (Designated Ugly Fat Friend)

 

เรื่องราวของสาวไฮสคูลที่ออกมาปฏิวัติสังคม หลังค้นพบว่าตัวเองอยู่ในกลุ่ม DUFF หรือ เพื่อนที่ถูกจัดไว้ในประเภทเตี้ยล่ำไร้ความสวย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของเธอก็เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองและกำราบพวกคนเด่นดังประจำโรงเรียน ภาพยนตร์มาพร้อมกับทีมนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ทั้งหมด ขณะที่ชื่อของผู้กำกับ อารี ซานเดล ก็การันตีได้ถึงความสนุกสนาน (ยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย)

 

The Second Best Exotic Marigold Hotel

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ภาพยนตร์สัญชาติอังกฤษฟอร์มเล็กๆ เรื่องนี้ กลายเป็นความประสบความสำเร็จระดับ 130 ล้านเหรียญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความทรงพลังดารานักแสดง หรือ เนื้อเรื่องที่กินใจ แต่นี่คือความสำเร็จที่ต้องมีภาคต่อตามมา

 

ในภาคต่อยังคงดำเนินต่อไปกับเรื่องราวของชีวิตผู้สูงวัยจากสังคมอังกฤษ ที่เลือกโรงแรมหรูหราในอินเดียเป็นที่้ดำเนินชีวิตในวัยเกษียณ จนนำมาสู่การเปิดโรงแรมสาขาที่ 2 ซึ่งครั้งนี้เจ้าของโรงแรมหนุ่มผู้ร่าเริงถึงเวลาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต การกลับมาครั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งนักแสดงชุดเดิม ทั้ง จูดี เดนซ์, บิลลี ไนห์ หรือ แม็กกี สมิธ พร้อมเสริมทัพด้วย ริชาร์ด เกียร์ (ยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย)

 

The Little Prince (Le Petit Prince)

หรือที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ "เจ้าชายน้อย" วรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิก ตั้งแต่เมื่อปี 1943 ของนักเขียนชาวฝรั่งเศส อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี ล่าสุดถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง รูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยผู้กำกับมือดี มาร์ค ออสบอร์น (จาก Kung Fu Panda)

 

เรื่องราวของเจ้าชายน้อยที่ออกเดินทางไปค้นหาคุณค่าของมนุษย์ ได้พบกับผู้คนมากมายหลากหลายพฤติกรรม กระทั่งมาพบกับนักบินที่ประสบเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลทราย กลายเป็นแสงสว่างนำทาง ที่มอบทั้งแง่คิดและความประทับใจ นักแสดงแถวหน้าตบเท้ามาร่วมให้เสียงในภาพยนตร์เรื่องนี้ เช่น เจมส์ ฟรังโก, ราเชลล์ แมคอดัมส์, เบนิซิโอ เดลโตโร หรือ มารียง กอตียาร์ (กำหนดฉายในประเทศไทย: ปลายปี 2558)

 

 

 

Entourage

นี่อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มเล็กๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็เคยกอบโกยจำนวนผู้ชมได้ระดับหนึ่ง อดีตซีรีส์โทรทัศน์ชื่อดัง ทางช่องเอชบีโอ ที่เริ่มฉายตั้งแต่ปี 2004 ซีรีส์ลูกผู้ชายท่ามกลางแสงสีและดราม่าหลุดโลกในฮอลลิวูด ได้กลับมาขึ้นสู่จอใหญ่อย่างสมศักดิ์ศรี หลังปิดฉาก 8 ฤดูกาลทางโทรทัศน์ไปเมื่อปี 2011

 

ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ยังคงตีแผ่เรื่องราวผ่านชีวิต 5 ตัวละครหลัก ประกอบด้วย "วินซ์" เพลย์บอยหนุ่มหล่อ "อี." หนุ่มไนซ์สาวหลง "ดราม่า" ดาราเกรดรองเลือดร้อน "เทอร์เทิล" ผู้ช่วยขี้หลี่ และ "อารี" เอเจนซี่ปากร้าย ทั้งหมดจะมาสะท้อนชีวิตสังคมในฮอลลิวูดยังเผ็ดร้อน ตามวิถีของลูกผู้ชาย นักแสดงหลักและผู้กำกัยยังกลับมาทำหน้าที่เดิมยกชุด ทั้ง เอเดรียน เกรนเนอร์, เควิน คอนนอลลี่ หรือ เจอเรมี ไพเวน และผู้กำกับ ดอห์จ แอลลิน (ยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย)

 

The Walk

เรื่องราวของหนุ่มฝรั่งเศส นักท้ามฤตยูเดินเชือกบนความสูงชื่อดังก้องโลก ฟิลิปป์ เปอตีต์ ได้หวนกลับมาขึ้นจอภาพยนตร์อีกครั้ง โดยดัดแปลงมาจากหนังสือขายดี To Reach the Clouds เล่าเหตุการณ์ที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ การเดินเชือกข้ามอาคารแฝด เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ เมื่อปี 1974 โดยใช้เพียงเท้าเปล่า บนความสูงกว่า 500 เมตรจากพื้นดิน

 

โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ (จาก Sin City: A Dame to Kill for) รับบทนำที่ท้าทายและเสี่ยงตายบนความสูง ผลงานการกำกับของ โรเบิร์ต เซเม็กคิส (จาก Back to the Future) มาพร้อมกับเทคนิคและลูกเล่นสุดล้ำ กับการถ่ายภาพทั้งแนวราบและแนวดิ่ง หวาดเสียวการันตีคุณภาพระดับสามมิติ ภาพยนตร์ดราม่าน่าตื่นตาตื่นใจเรื่องนี้เป็นที่จับตามองไม่น้อยทีเดียว (กำหนดฉายในประเทศไทย: ตุลาคม 2558)

 

Wild

รีส วิทเธอร์สปูน กลับมารับบทบาทที่ท้ายและทำให้เธอได้เข้าใกล้กับรางวัลออสการ์อีกครั้งในรอบ 10 ปี เรื่องราวที่สร้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของ เชอริล สเตรย์ด หญิงสาวที่เผชิญหน้ากับชีวิตที่หักเหพร้อมกันหลายๆ เรื่อง จนสูญเสียความหวังและทำลายตัวด้วยยาเสพติด ก่อนจะตัดสินใจออกเดินเท้า 1,100 ไมล์ จากตะวันตกสู่ตะวันออกของอเมริกา เพื่อค้นหาตัวเองและชีวิตใหม่

 

ผลงานการกำกับของ ฌอง-มาร์ค วาลี (จาก Dallas Buyers Club) ผู้ซึ่งผลักดันให้ แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์ และ จาเรด เลโต คว้าออสการ์ได้เมื่อปีก่อน เรื่องราวที่เข้มข้นและกดดัน กลายเป็นภาพยนตร์ขวัญใจนักวิจารณ์อีกเรื่อง อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญบนเวทีรางวัลต่างๆ ต้นปี 2015 และทำให้ รีส วิทเธอร์สปูน ได้กลับมาเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงได้อีกครั้ง (กำหนดฉายในประเทศไทย: ต้นปี 2558)

 

 

 

The Visit

หลังจากที่ล้มลุกคลุกคลานสร้างภาพยนตร์ไม่ประสบความสำเร็จติดต่อมาเกือบ 10 ปี ผู้กำกับชื่อดัง เอ็ม.ไนท์ ชยามาลาน (จาก After Earth) ตัดสินใจกลับไปสู่พื้นฐานอีกครั้ง โดยเลือกกำกับและเขียนบทในภาพยนตร์เขย่าขวัญเรื่องใหม่ของตัวเอง ครั้งนี้เจ้าตัวขอทำเป็นภาพยนตร์ฟอร์มเล็กๆ ขอใช้ทุนสร้างแค่เพียง 5 ล้านเหรียญเท่านั้น

 

เรื่องราวของเด็ก 2 พี่น้องที่เดินทางออกจากเมือง เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวที่ภูมิลำเนา ก่อนจะพบว่าพวกท่านกำลังหวาดกลัวอยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ และอาจจะเป็นความลี้ลับที่ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกเลย เอ็ด อ็อกเซนบูล์ด และ โอลิเวีย เดอชวอนจ์ รับบทเป็น 2 พี่น้อง โดยมี แคทธริน ฮาห์น เป็นแม่ของเด็กทั้ง 2 (กำหนดฉายในประเทศไทย: กันยายน 2558)

 

Fallen

นับตั้งแต่ปรากฏการณ์นิยายรักแวมไพร์ The Twilight Saga ประสบความสำเร็จบนจอเงิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สตูดิโอยักษ์ใหญ่ก็ต่างพากันดำเนินรอยตามผลิตสร้างภาพยนตร์รักเอาใจวัยรุ่นในลักษณะนี้ยังเรื่อยๆ มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว นี่คืออีกมหากาพย์ใหม่ที่สร้างมาจากนิยายชุดขายดีของ ลอเรน เคต ที่ได้ สก็อต ฮิคส์ (จาก The Lucky One) เป็นผู้กำกับ

 

เรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าแฟนหนุ่ม จนถูกศาลตัดสินใจให้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนดัดสันตาน และได้พบกับหนุ่มลึกลับ คนหนึ่งหล่อมาดเนี๊ยบ ส่วนอีกคนเซอร์เท่ห์มีเสน่ห์ ก่อนจะพบว่าหนุ่มทั้ง 2 เป็นเทวดาตกสวรรค์ ที่เฝ้ารอคอยการมาของเธอนานนับศตวรรษ (ยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย)

 

That’s What I’m Talking About

นี่คือภาพยนตร์ที่เหล่านักวิเคราะห์นักวิจารณ์ต่างเฝ้าจับตามอง เพราะนี่เป็นผลงานใหม่ของผู้กำกับ ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ ที่เพิ่งประสบความสำเร็จอย่างล้มหลามจาก Boyhood ซึ่งเรื่องนี้เขาใช้เวลาทุ่มเทไม่แพ้เรื่องก่อนๆ กับการเขียนบทภาพยนตร์และกำกับด้วยตัวเอง

 

เรื่องราวที่เกี่ยวกับกลุ่มหนุ่มๆ วัยรุ่นยุค 80s ภายในรั้วมหาวิทยาลัย กับชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเบสบอล นำแสดงโดย เบลค เจนเนอร์ (จาก Glee), ไรอัน กัสแมน (จาก Step Up All In) และ โซอี้ ดอยช์ (จาก Vampire Academy) เชื่อกันว่าภาพยนตร์เล็กๆ เรื่องนี้จะสร้างปรากฏการณ์ความแปลกใหม่ให้กับวงการอีกครั้ง (ยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย)