5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Seventh Son

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Seventh Son
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Seventh Son

 

 

1.เรื่องราวของวีรบุรุษ

นักรบผู้หลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวขององค์กรเวทมนตร์ (เจฟฟ์ บริดเจส) เดินทางเพื่อตามหาวีรบุรุษตามคำทำนายที่เกิดมาพร้อมกับพลังเหลือเชื่อ บุตรคนที่เจ็ด (เบน บาร์นส์) วีรบุรุษหนุ่มผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว ผู้จำต้องโบกมือลาชีวิตเด็กช่วยงานในไร่ที่สงบสุขของตัวเอง ได้ก้าวสู่การผจญภัยสุดระทึกพร้อมกับอาจารย์ผู้ชำนาญการสู้รบของเขา เพื่อกำจัดราชินีอันธกาล (จูลีแอนน์ มัวร์) และกองทัพมือสังหารเหนือธรรมชาติที่เธอส่งมารุกรานอาณาจักรของพวกเขา 

 

2.การดัดแปลงตัวหนัง

หนังดัดแปลงมาจากหนังสือนิยายในชื่อ The Wardstone Chronicles ซึ่งออกมาแล้วทั้งสิ้น 13 เล่ม ซึ่งได้เลเจนดารี่ พิกเจอร์ส สตูดิโอที่ชอบทำหนังจากตำนานปรัมปราต่างๆมากมาย สิ่งที่ดึงดูดใจผู้อำนวยการสร้างคือการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพลังเวทมนตร์โบราณที่ถูกท้าทายโดยความรู้ของมาสเตอร์ เกรกอรีและอัศวินเหยี่ยวที่ทำหน้าที่มาก่อนหน้าเขา

 

3.ผู้กำกับชาวรัสเซีย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับชาวรัสเซีย เซอร์เก โบดรอฟ  ผู้สร้างหนังเรื่อง Mongol ทีมโปรดิเซอร์ประทับใจมาก จึงได้ส่งบทหนังหลายเรื่องไปให้ผู้กำกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา และด้วยความที่ทีมโปรดิวเซอร์รู้สึกว่า Mongol เป็นหนังที่น่าทึ่ง และรู้ดีว่าลักษณะการเล่าเรื่องของเซอร์เกจะเหมาะกับ Seventh Son อย่างพอดิบพอดี เขาจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับหนัง

 

4.เบน บาร์นส์ (Ben Barnes) รับบท ทอม วอร์ด

เบน บาร์นส์ เป็นหนึ่งในนักแสดงเจ้าเสน่ห์ที่มีความสามารถครบครันที่สุดในฮอลลีวูด เขาจะได้รับบทที่หลากหลาย รวมถึงอันธพาลหนุ่มในภาพยนตร์อินดีเรื่อง By the Gun และนักร้องโฟล์คอับโชคใน Jackie and Ryan เขาอาจเป็นที่รู้จักดีที่สุดจากบทเจ้าชายแคสเปียนในแฟรนไชส์ยอดนิยมทั่วโลกเรื่อง The Chronicles of Narnia ที่สร้างขึ้นจากหนังสือโดยซี.เอส.ลูอิส บาร์นส์รับบทเจ้าชายแคสเปียนผู้กล้าในภาพยนตร์เรื่อง The Chronicles of Narnia: Prince Caspian และ The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader โดยใน Seventh Son นั้นบททอม วอร์ดเด็กหนุ่มธรรมดาที่ถูกตามหลอกหลอนด้วยภาพนิมิตประหลาดและอาการชักเหมือนลมบ้าหมู แม้เขาจะไม่เคยรู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าเขาถูกกำหนดมาให้เป็นวีรบุรุษ

 

5.หนังเลื่อนฉายยาวนาน!

แต่เดิมตัวหนังเคยถูกวางโปรแกรมฉายเอาไว้ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2013 แต่เพราะสตูดิโออย่างเลเจนดารี่เกิดการแตกหักกับค่ายวอร์เนอร์จึงย้ายมาซบชายคาใหม่อย่างยูนิเวอร์แซลโดยวันฉายใหม่ในอเมริกาคือ 6 กุมภาพันธ์ปี 2015 ส่วนในประเทศไทยคิวฉายรับปีใหม่พอดิบพอดี